ข่าว

'แบงก์ชาติ'ยันศก.ไทยยังไม่ถดถอย!

'แบงก์ชาติ'ยันศก.ไทยยังไม่ถดถอย!

21 ส.ค. 2556

'แบงก์ชาติ' ยันศก.ไทยยังไม่เข้าสู่ภาวะถดถอย ธปท.ชี้ฐานไตรมาส 4 ปี 55 ผิดปกติ 'บาท-หุ้น' ร่วงหนัก

 

                                 นายประสาร ไตรรัตน์วรกุล ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า เศรษฐกิจไทยถือว่ายังไม่เข้าสู่ภาวะถดถอย แม้ว่าจะชะลอตัวติดต่อกัน 2 ไตรมาสแล้ว เพียงแต่เป็นตามนิยามของภาวะเศรษฐกิจถดถอยทางเทคนิค (Technical recession) นั่นคือ เศรษฐกิจชะลอตัวแบบไตรมาสต่อไตรมาสติดต่อกัน 2 ไตรมาส ถือเป็นนิยามที่หยาบๆ เพราะปกติคนจะดูว่า การเปรียบเทียบเป็นการเทียบกับฐานที่ปกติหรือไม่ หากไม่ใช่ฐานปกติ ก็จะมีการปรับเรื่องฤดูกาลออก เช่นเศรษฐกิจไทยในไตรมาส 4 ปี 2555 เติบโตสูงจากปัญหาน้ำท่วม เมื่อเอาไตรมาส 1 ปีนี้เทียบจึงติดลบ และมีผลต่อเนื่องถึงไตรมาส 2 ด้วย

                                 "แนวโน้มไตรมาส 3 นั้น เท่าที่ ธปท. ได้ประมาณการไว้ก่อนหน้านี้ เชื่อว่าอัตราการเติบโตจะไม่ติดลบเมื่อเทียบแบบไตรมาสต่อไตรมาส ในขณะที่อัตราการเติบโตของเศรษฐกิจช่วงครึ่งปีหลังของปีนี้ เชื่อว่ายังเติบโตได้แม้จะไม่สูงมากนักก็ตาม" นายประสารกล่าวและว่า ค่าเงินบาทที่อ่อนลงช่วงนี้ ส่วนหนึ่งน่าจะเป็นเพราะข่าวตัวเลขเศรษฐกิจที่ออกมา แต่ถือว่าไม่น่ากังวล เพราะยังอยู่ในกรอบพื้นฐาน รวมทั้งเศรษฐกิจไทยเองก็ไม่ได้มีปัญหา

                                 นายเชาว์ เก่งชน กรรมการผู้จัดการ บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย กล่าวว่า ตัวเลขเศรษฐกิจของไทยที่ประกาศออกมาชะลอตัวติดต่อกัน 2 ไตรมาส ตามเทคนิคแล้วก็ถือว่าเป็นภาวะถดถอยตามคำนิยาม แต่การจะดูว่าเศรษฐกิจเข้าสู่ภาวะถดถอยอย่างแท้จริงหรือไม่ ต้องดูรายละเอียดหรือไส้ในของตัวเลขด้วย ซึ่งกรณีของไทยมีปัจจัยเรื่องน้ำท่วมเมื่อปลายปี 2554 เข้ามา ทำให้ตัวเลขไตรมาส 4 ปี 2555 เติบโตค่อนข้างสูง และยังมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลเข้ามาหนุนอีกด้วย ดังนั้น หากนำมาเทียบไตรมาส 1 และ 2 ของปี 2556 จึงทำให้การเติบโตติดลบ

                                 “กรณีที่สำนักข่าวบีบีซีรายงานว่า เศรษฐกิจไทยเข้าสู่ภาวะถดถอยนั้น ถ้าดูเฉพาะตัวเลขอย่างเดียวตามเทคนิคแล้วก็ถือว่าใช่ เพียงแต่โดยปกติแล้วเวลาจะดูก็ต้องดูไส้ในด้วยว่า ที่ติดลบเกิดจากอะไร โดยเรามองว่าเศรษฐกิจไทยช่วงไตรมาส 3 น่าจะฟื้นตัวขึ้น เมื่อเทียบกับไตรมาส 2 ปี 2556 เนื่องจากการส่งออกมีแนวโน้มดีขึ้น” นายเชาว์กล่าว

                                 ขณะที่ค่าเงินบาทเมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2556 อ่อนค่าลงอย่างรวดเร็ว เช่นเดียวกับตลาดหุ้นไทยที่ปรับตัวลดลงรุนแรงต่อเนื่อง โดยเงินบาทอ่อนค่าสุดของวันที่ระดับ 31.73 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ จากนั้นช่วงท้ายตลาดแข็งค่าขึ้นเล็กน้อยมาอยู่ที่ 31.62-31.64 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ มีปัจจัยหลักมาจากตัวเลขเศรษฐกิจไทยที่ต่ำกว่าคาด ส่วนดัชนีตลาดหุ้นไทยปิดตลาดที่ระดับ 1,370.86 จุด ลดลง 27.62 จุด มูลค่าการซื้อขาย 58,041.96 ล้านบาท

                                 นายธิติ ตันติกุลานันท์ ผู้บริหารสายงานธุรกิจตลาดทุน ธนาคารกสิกรไทย และประธานกรรมการบริหาร บล.กสิกรไทย กล่าวว่า ภาวะเงินทุนไหลออกขณะนี้เกิดขึ้นทั่วทั้งภูมิภาคเอเชีย ที่มีหลายปัจจัยเข้ามากระทบทั้ง ความกังวลในเศรษฐกิจประเทศเกิดใหม่ โดยเฉพาะอินโดนีเซียและเอเชียที่มีปัญหาการขาดดุลบัญชีเดินสะพัดอย่างหนักจนค่าเงินอ่อนค่าอย่างรุนแรง