ข่าว

'โรคแผลในลำไส้-เบาหวาน'รุมนักข่าวแรงงาน

'โรคแผลในลำไส้-เบาหวาน'รุมนักข่าวแรงงาน

21 ส.ค. 2556

'โรคแผลในลำไส้-เบาหวาน'รุมนักข่าวแรงงาน วอนผู้มีจิตเมตตาช่วยบริจาคเป็นทุนรักษา เพื่อนในวงการจัดมินิคอนเสิร์ตเสริมอีกแรง

              21ส.ค.2556 นายสุเมธ สมคะเน ประธานสหภาพแรงงานกลางสื่อมวลชนไทย เปิดเผยว่า  ตามที่นายชัยภัทร ธรรมวงษา หรือ อาร์ท ผู้สื่อข่าวหนังสือพิมพ์แนวหน้า ประจำกระทรวงแรงงาน ซึ่งเคยเป็นผู้สื่อข่าวประจำกระทรวงมหาดไทย สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.)ฯ ได้ล้มป่วยลงด้วยโรคแผลในลำไส้และเบาหวาน และปัจจุบันได้เข้ารักษาอาการป่วยอยู่ที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์เป็นเวลานานกว่า 2 เดือนแล้ว และแม้ว่าจะเป็นรพ.ของรัฐที่ค่าใช้จ่ายไม่สูงมากนัก

              "แต่เนื่องจากการป่วยของนายชัยภัทรนั้นต้องรับอาหารเสริมและยาบางชนิดที่อยู่นอกเหนือการครอบคลุมของบัตรประกันสุขภาพ จึงทำให้มีค่าใช้จ่ายในส่วนนี้ขึ้นมา ดังนั้นกลุ่ม “เพื่อนสื่อมวลชน” และสหภาพแรงงานกลางสื่อมวลชนไทย จึงจัดงานมินิคอนเสิร์ตจากวงดนตรีของเพื่อนวงการ อาทิ  “วงมานพเฟรนด์ส”  “วงดนตรีชมรมดนตรี กวี ศิลปะ สถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส  และ  เอก สุรเชษฐ์  ศิลปินเพลงป๊อบชื่อดัง จากบริษัท อาร์เอส จำกัด (มหาชน)  ภายใต้ชื่องานว่า “เติมกำลังใจให้อาร์ท” ในวันศุกร์ที่ 23 สิงหาคม 2556  ณ ร้านอีเมียร์ (สถานีรถไฟสามเสน) ตั้งแต่เวลา 18.00น.เป็นต้นไป" นายสุเมธ กล่าวและว่า


              โดยมีการจำหน่ายบัตรเข้างาน 300 บาท   นอกจากนี้ยังมีการจัดจำหน่ายเสื้อยืด “เติมกำลังใจอาร์ท” ในราคาตัวละ 250  บาททุกขนาด และเปิดรับบริจาคผ่านธนาคารกรุงไทย สาขาบางบอน บัญชีออมทรัพย์ นางดวงใจ ธรรมวงษา เลขที่บัญชี 075-0-3-3833-4  ทั้งนี้ รายได้ทั้งหมดหลังหักค่าใช้จ่ายจะนำเงินมอบให้กับครอบครัวของนายชัยภัทร เพื่อใช้ในการรักษาตัวนายนายชัยภัทรต่อไป สำหรับผู้ที่สนใจสามารถจองบัตรมินิคอนเสิร์ตและสั่งซื้อเสื้อ ได้ที่สำนักงานสหภาพแรงงานกลางสื่อมวลชนไทย อาคารสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย (ตรงข้ามรพ.วชิระ) เบอร์โทร 02-6689422

              ขณะเดียวกันเฟซบุ๊กอดีตนักข่าวกระทรวงแรงงามนาม Paskorn Jumlongrach  ได้โพสต์ข้อความเชิญชวนร่วมกิจกรรมดังกล่าวพร้อมกับความในใจที่เดินทางไปเยี่ยมความว่า

              "ทันทีที่ลืมตามาเห็นหน้าผม เขาดูงงๆ ยังไม่ทันพูดอะไรกัน เขาก็น้ำตาไหล พร้อมกับพูดอะไรเบาๆในลำคอสักอย่าง

              “อาร์ท ว่างัยน่ะ” ผมก้มตัวไปใกล้ๆปากเขา

              “สู้ สู้..ผมสู้คับพี่ภาส” เสียงเขาแหบพร่า ผมเองก็อึ้งกิมกี่ ความรู้สึกมันยากจะบรรยาย

              สภาพของเด็กหนุ่มที่อยู่ตรงหน้าผมวันนี้ แทบไม่เหลือเค้าของ “อาร์ท”คนเดิมเลย

              ตั้งแต่เขาป่วยและมานอนที่รพ.จุฬาฯ ผมมาเยี่ยมเขา 2 ครั้ง คือเมื่อเดือนก่อนกับวันนี้(20 สค.) แต่ละครั้งทำให้รู้สึกหดหู่ไม่น้อยที่เห็นน้องต้องตกอยู่ในอาการที่ย่ำแย่ลงเรื่อยๆ

              อาร์ทเป็นนักข่าวหนังสือพิมพ์แนวหน้า และถูกส่งมาหาข่าวประจำกระทรวงแรงงานเมื่อหลายปีก่อน แม้เขาจะไม่มีความโดดเด่นในภารกิจด้านการทำข่าวนัก แต่ในความเป็นพี่เป็นน้องและมนุษย์คนหนึ่งในวิชาชีพสื่อมวลชน อาร์ททำหน้าที่ได้ดีเยี่ยมมาก เขาเป็นเด็กใสๆ มีอัธยาศัยที่น่าคบ เขาไม่เคยเป็นพิษเป็นภัยกับใคร แถมมักตกเป็น “ลูกไล่”ให้พี่ๆน้องๆ นักข่าวได้แซวเล่นเฮฮาอยู่เสมอ

              นอกจากประจำอยู่กระทรวงแรงงานแล้ว อาร์ทยังถูกส่งไปทำงานตามภารกิจที่โรงพิมพ์มอบหมายทุกที่ โดยเฉพาะที่ปักหลักยาวหน่อยคือการชุมนุมประท้วงของคนเสื้อแดง ทำให้เขาได้เห็นโลกกว้างขึ้น และมักมีเรื่องนั้นเรื่องนี้มาปรึกษาผมอยู่เรื่อยๆ พอมีโอกาสเขาก็มักจะแว๊บมาที่กระทรวงแรงงาน เพราะถือว่าเป็นฐานที่มั่นสำหรับเขา

              ขณะเดียวกันเมื่อถูกชักชวนให้ไปช่วยถ่ายทอดประสบการณ์ด้านงานข่าวให้กับเหล่านักสื่อสารแรงงานซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้ใช้แรงงานจากสหภาพต่างๆ เขาก็ทำหน้าที่ “อาจารย์อาร์ท” ถ่ายทอดข้อมูลและตรวจการบ้านได้อย่างเอาการเอางาน แม้เป็นแค่งานอาสาสมัครเท่านั้น

              จริงๆแล้วในวัยของเขายังสามารถทำประโยชน์ให้สังคมได้มากมาย แต่เนื่องจากสภาพร่างกายที่ไม่ค่อยแข็งแรง โดยอาร์ทสายตาสั้นมากมาตั้งแต่เกิด ระยะหลังยังเป็นเบาหวานอีก ทำให้สารพัดโรครุมเร้า จนกระทั่งครั้งหลังสุดเกิดการติดเชื้อในลำไส้และเป็นแผลอย่างรุนแรง ทำให้ร่างกายทรุดโทรมลงทุกขณะ

              ผมยืนมองอาร์ตอยู่พักใหญ่ แม้อยากจะคุยด้วยหลายเรื่อง แต่ก็ไม่อยากให้เขาพูดเพราะกลัวเขาเหนื่อย

              “พี่ภาสเป็นงัยบ้างคับ” อาร์ตคงเห็นผมเงียบไปเลยชวนคุย

              “ก็เรื่อยๆ ไปลงพื้นที่นั่นที่นี่”ผมตอบแบบขอไปที เพราะไม่อยากให้เขาพูดเยอะ

              “พี่ภาสคับ ไม่ต้องห่วง ผมยังสู้” อาร์ทย้ำคำเดิมก่อนผมจะกลับ

              “มีคนคอยให้กำลังใจอาร์ทอยู่เยอะมากน่ะ” ผมบอกเขาและได้รับการตอบรับด้วยรอยยิ้ม

              ออกจากโรงพยาบาลแล้ว ก็ได้แต่ภาวนาให้รอยยิ้มของอาร์ทเป็นสัญญาณของการเอาชนะโรคร้าย เพื่อที่จะได้กลับมาทำหน้าที่หมาเฝ้าบ้านได้ดั่งเดิม"


.............................

(หมายเหตุ : ภาพจากทีมนักสื่อสารแรงงาน)