ข่าว

 5นศ.ไทย'หนีเสือปะจระเข้'หลบตายอียิปต์

5นศ.ไทย'หนีเสือปะจระเข้'หลบตายอียิปต์

21 ส.ค. 2556

5นศ.ไทย'หนีเสือปะจระเข้' หลบตายอียิปต์...โดนจับหนีทหาร : ทีมข่าวรายงานพิเศษ

             เกือบ 20 ชั่วโมง...คนไทยชุดแรก 354 คน จากทั้งหมด 614 คน ซึ่งเดินทางมาจากเมืองไคโร ประเทศอียิปต์ มาถึงสนามบินดอนเมือง กลับคืนสู่อ้อมกอดอันอบอุ่นของครอบครัว หลังจากพวกเขาต้องตกอยู่ในสถานการณ์ความขัดแย้งทางการเมืองของอียิปต์มาแรมเดือน จนกระทั่งบานปลายเข้าสู่ "กลียุค" บ้านเมืองลุกเป็นไฟ มีผู้คนล้มตายไปหลายร้อยคน

             ทว่าคนไทยชุดแรกกว่า 300 คนนั้น มี 5 คน มีหมายจับ "หนีทหาร" จึงต้องถูกคุมตัวไว้ก่อน !!

             ราวบ่าย 3 โมง วันที่ 19 สิงหาคม ภายในอาคารผู้โดยสารขาเข้า อาคาร 1 บรรดาญาติๆ ของนักศึกษาที่เดินทางไปศึกษาต่อที่ประเทศอียิปต์ กำลังรอรับลูกหลานกันด้วยใจจดจ่อ ขณะที่เจ้าหน้าที่หลายหน่วยงาน ต่างคอยอำนวยความสะดวกให้ กระทั่งเที่ยวบิน ทีจี 8477 ของบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) เดินทางมาถึง ผู้โดยสารต่างทยอยเข้าตรวจลงตราหนังสือเดินทางผ่านพิธีการเข้าเมือง

             ระหว่างผ่านพิธีการเข้าเมืองตรวจ "มูฮัมมัด" อายุ 24 ปี  "ณัฐวุฒิ" อายุ 24 ปี  "สาการียา" อายุ 22 ปี  "ฮำดี" อายุ 22 ปี และ "นครินทร์" อายุ 21 ปี ทั้งหมดกำลังศึกษาอยู่ที่ประเทศอียิปต์ ตรวจสอบพบว่ามีหมายจับในข้อหา "หลีกเลี่ยงขัดขืนไม่มาให้คณะกรรมการตรวจเลือกทำการตรวจเลือกเพื่อรับราชการทหารกองเกินประจำการ" จึงถูกเชิญตัวมาสอบสวนและตรวจสอบว่าเป็นบุคคลเดียวกับที่ถูกออกหมายจับหรือไม่

             เพียงไม่นานนัก หมายจับถูกส่งมาให้ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง แล้วนำนักศึกษาไทยทั้ง 5 คน มาตรวจสอบอย่างละเอียด พบว่า เป็นบุคคลเดียวกับที่ถูกออกหมายจับ ทำให้ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง ควบคุมตัวนักศึกษาทั้ง 5 คนส่งไปดำเนินคดีในเขตรับผิดชอบของ สภ.กรงปินัง จ.ยะลา  2 คน, สภ.บาเจาะ จ.นราธิวาส 1 คน, สภ.เมืองพระนครศรีอยุธยา  1 คน และ สภ.แหลมงอบ จ.ตราด  1 คน

             ความรู้สึกของคนที่กำลัง "หนีร้อนมาพึ่งเย็น" แต่กลับกลายเป็น "หนีเสือปะจระเข้" นั้น..."คม ชัด ลึก" มีโอกาสพูดคุยกับนักศึกษาทั้ง 5 คน ซึ่งพวกเขาไม่ได้มีญาติมารอรับที่สนามบินเหมือนกับคนอื่นๆ  "สาการียา" หากดูผิวเผินสภาพร่างกายของเขาเหมือนคนทั่วไป แต่ระหว่างพูดคุยสังเกตเห็น "สาการียา" มีน้ำตาคลอเบ้า และน้ำเสียงสั่นเครือ ยกมือขึ้นมา ทำให้เห็นว่ามือทั้งสองข้างทุพพลภาพและใส่ขาเทียมข้างซ้าย...น่าแปลกที่เขามี "หมายจับ" กรณีหนีทหาร?!!

             "ผมเรียนอยู่ชั้นปีที่ 1 กฎหมายอิสลาม ในมหาวิทยาลัยในกรุงไคโร รู้สึกตกใจว่า เหตุใดถึงถูกออกหมายจับหนีการเกณฑ์ทหาร ช่วงก่อนเดินทางไปศึกษาต่อที่ต่างประเทศ ตอนนั้นอายุประมาณ 20 ปี เดินทางไปพบกับสัสดีที่ภูมิลำเนา เพื่อตรวจเลือก สัสดีก็ทราบแล้วว่า ผมทุพพลภาพตั้งแต่กำเนิด แล้วได้ใบ สด.9 มา (สมุดสำคัญที่ได้ขึ้นทะเบียนกองประจำการแล้วปลดเป็นทหารกองหนุน) ผมไม่เข้าใจว่าเพราะเหตุใดถึงถูกออกหมายจับหนีการเกณฑ์ทหาร" สาการียา กล่าว

             ส่วน "มูฮัมมัด" นักศึกษาด้านภาษาอาหรับ ชั้นปีที่ 3 มหาวิทยาลัยในกรุงไคโร ประเทศอียิปต์ อ้างว่า สอบได้ทุนจาก ศอ.บต.เพื่อไปเรียนต่างประเทศ การเดินทางกลับประเทศไทยครั้งนี้ พอทราบว่า หากเดินทางกลับมาคงถูกจับดำเนินคดี เพราะเมื่อ 1 เดือนก่อน พ่อของ "มูฮัมมัด" โทรศัพท์ทางไกลข้ามประเทศไปแจ้งเรื่องเกณฑ์ทหารอาจมีปัญหา

             "ผมไม่ได้มีเจตนาหลบหนี เพราะเมื่อ 5 เดือนก่อน เคยไปพบสัสดีเพื่อขอผ่อนผัน แต่ได้รับคำแนะนำว่าให้ไปเอาเอกสารจากสถานทูต ใบรับรองการเรียนจากมหาวิทยาลัย มายื่นให้แก่สัสดี หรือให้ผู้ปกครองมายื่นให้เพื่อขอผ่อนผัน จากนั้นผมเดินทางกลับไปที่อียิปต์ แล้วติดสอบอยู่ประมาณเกือบเดือน หลังสอบเสร็จก็เกิดเหตุการณ์ความรุนแรง" 

             "มูฮัมมัด" เล่าอีกว่า ในช่วงนั้นสถานการณ์น่ากลัวมาก ได้ยินเสียงปืน ต้องคอยหลบอยู่แต่ในบ้าน แอบดูเหตุการณ์การชุมนุมประท้วงสถานการณ์เริ่มรุนแรงขึ้นทุกวัน เริ่มกดเงินจากตู้เอทีเอ็มไม่ได้ ราคาอาหารและน้ำก็เริ่มแพงขึ้น พอดีทราบข่าวว่า หากต้องการกลับประเทศไทยจะมีเครื่องบินโดยสารมารับ จึงรีบตัดสินใจเดินทางกลับทันที ไม่มีโอกาสนำหลักฐานมาแสดง ขอยืนยันว่า ไม่มีเจตนาหลบหนีใดๆ ทั้งสิ้น และอยากกลับไปเรียนหนังสือต่อให้จบ

             เช่นเดียวกับ "นครินทร์" นักศึกษาชั้นปีที่ 1 คณะกฎหมาย อ้างว่า ไม่รู้ว่ามีหมายจับ เพราะเข้าใจว่าทางบ้านเดินเรื่องไว้ให้แล้วเกี่ยวกับการผ่อนผันจึงเดินทางมาเรียนกฎหมายอิสลามที่ประเทศอียิปต์

             "พอรู้ว่ามีหมายจับ รู้สึกตกใจ คิดว่าทางบ้านทำเรื่องผ่อนผันไว้แล้ว ตอนนี้ทางบ้านทราบเรื่องแล้ว แนะนำว่าไม่ต้องกังวลใดๆ" นครินทร์ บอกด้วยน้ำเสียงคลายกังวล
 
             "ณัฐวุฒิ" นักศึกษาชั้นปีที่ 4 เรียนคณะกฎหมาย ยอมรับว่า ตอนไปเรียนยังไม่ได้ทำเรื่องผ่อนผัน และไม่รู้ว่าถูกออกหมายจับ ตอนนี้คงต้องปรึกษาผู้ปกครองก่อนว่าทำอย่างไรต่อไป ตอนนี้พ่อกับแม่ทราบว่าเดินทางกลับมา แต่ไม่รู้ว่าถูกจับตามหมายจับ

             ไม่ต่างจาก "ฮำดี" เดินทางไปศึกษาด้านภาษาอาหรับ ก่อนเข้าเรียนในมหาวิทยาลัยที่ประเทศอียิปต์ อ้างว่า พอทราบว่าจะต้องเกณฑ์ทหาร แต่ยังเรียนหนังสือ ได้รับการบอกเล่าว่าให้ส่งเอกสารมา จึงส่งสำเนาเอกสารมาให้ แต่ได้รับคำตอบว่าต้องการเอกสารตัวจริง ก็ไม่รู้ว่าจะทำอย่างไร เพราะเอกสารตัวจริงมีความจำเป็นต้องใช้ตอนจบการศึกษา หากไม่มีก็ไม่สามารถจบการศึกษาได้

             "รู้สึกตกใจหลังจากที่ตำรวจแจ้งว่ามีหมายจับ อารมณ์ช่วงนั้นรู้สึกกลัวค่อนข้างสับสนไม่รู้ว่า ทำอะไรผิดจนกระทั่งเพื่อน (ณัฐวุฒิ) บอกว่าคงถูกเรื่องหนีเกณฑ์ทหารเหมือนเขา จึงเบาใจนิดหนึ่ง แต่ที่กังวลคือต้องการเรียนหนังสือให้จบระดับปริญญาตรี" ฮำดี เผยถึงความกังวลใจ

             หลังจากพูดคุยกับนักศึกษาไทยทั้ง 5 คน ชุดสืบสวนของสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองแยกย้ายนำตัวไปส่งให้แก่พนักงานสอบสวนตามภูมิลำเนา "คม ชัด ลึก" ติดตามชุดสืบสวน นำ "มูฮัมมัด" เดินทางไปสนามบินหาดใหญ่ เมื่อมาถึงพบตำรวจนอกเครื่องแบบพร้อมอาวุธครบมือเดินทางด้วยรถยนต์มารับตัวไปดำเนินคดี

             พล.ต.ท.ภาณุ เกิดลาภผล ผบช.สตม.  กล่าวถึงกรณี 5 นักศึกษาไทยที่มีหมายจับหนีทหารว่า รู้สึกเห็นใจ และสงสารนักศึกษาไทยที่ต้องลี้ภัยสงครามจากประเทศอียิปต์ แต่เมื่อผ่านพิธีการเข้าเมืองระบบคอมพิวเตอร์พบว่ามีหมายจับ ทางตำรวจตรวจคนเข้าเมืองจำเป็นต้องควบคุมตัว นำส่งไปดำเนินคดีตามข้อกล่าวหาตามหมายจับ หากไม่ดำเนินการตำรวจตรวจคนเข้าเมืองอาจมีความผิดฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่

             ด้าน อัยการอาวุโสท่านหนึ่ง ให้ความเห็นกรณีเดียวกันนี้ว่า ความผิดตามหมายจับที่นักศึกษาไทยถูกกล่าวหา หลบเลี่ยงการเกณฑ์ทหารส่วนใหญ่ ไม่มีโทษจำคุก ศาลจะพิจารณาที่เจตนาของผู้ถูกกล่าวหาเป็นหลักว่าเพราะเหตุใด ซึ่งส่วนใหญ่ผู้ถูกกล่าวหาในคดีนี้ มักถูกศาลพิพากษาปรับแทนโทษจำคุก จากนั้นศาลจะพิจารณาส่งตัวผู้ถูกกล่าวหาไปยังหน่วยงานทหารที่รับผิดชอบ เพื่อดูระเบียบภายในว่า นักศึกษาไทยหากต้องการเดินทางกลับไปเรียนหนังสือในต่างประเทศ ต้องทำอย่างไรบ้าง

             "กรณีนักศึกษาไทยที่ทุพพลภาพ อ้างว่าสัสดีรับทราบแล้วได้รับการยกเว้น ประเด็นนี้ ต้องดูพยานหลักฐานทางเอกสารทั้งหมดที่เกี่ยวข้อง หากนักศึกษาไทยคนนี้ได้รับการยกเว้นจริง แต่สัสดีและหรือผู้ได้รับมอบอำนาจให้แจ้งความดำเนินคดี จนกระทั่งศาลอนุมัติหมายจับในข้อกล่าวหาหลีกเลี่ยงการเกณฑ์ทหาร ทางสัสดีต้องรับผิดชอบในความผิดพลาดที่เกิดขึ้น เพราะทำให้ผู้อื่นได้รับความเสียหาย" อัยการอาวุโส กล่าว

             "...ไม่ได้มีเจตนาหนีทหาร และเข้าใจว่าตำรวจตรวจคนเข้าเมืองทำตามหน้าที่..." บทสรุปแห่งความเข้าใจจาก 5 นักศึกษาไทยบอกต่อ "คม ชัด ลึก" ก่อนจากกันในค่ำคืนที่พวกเขายืนอยู่บนแผ่นดินเกิด แม้จะเข้าทำนอง "หนีเสือปะจระเข้" ทว่าการถูกดำเนินคดี "หนีทหาร" คงดีกว่า...หวาดผวาอยู่ในวงล้อมของทหารอียิปต์ ?!!

......................

(หมายเหตุ : 5นศ.ไทยง'หนีเสือปะจระเข้' หลบตายอียิปต์...โดนจับหนีทหาร : ทีมข่าวรายงานพิเศษ)