
คิดก่อนกู้-กู้ได้ต้องมีวินัย
สวัสดีเศรษฐกิจ : คิดก่อนกู้-กู้ได้ต้องมีวินัย : โดย...สุรพล โอภาสเสถียร
หัวข้อข่าวเศรษฐกิจไทยในสัปดาห์นี้ คงไม่มีอะไรเกินเรื่องตัวเลขการเติบโตของเศรษฐกิจผ่านการแถลง จีดีพี ไตรมาสที่ 2 ของทางการ แต่จากตัวเลขที่ผมได้รับข้อมูลจากการประเมินและการคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ หรือที่เรียกว่าการคาดการณ์ของตลาดนั้นมีข้อมูลสรุปได้ดังนี้ครับ
1. ตลาดคาดการณ์ว่า จีดีพีไตรมาสที่ 2 ปีนี้น่าจะมีการเติบโต 3.3% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา หรือที่เรียกว่า Y-Y แต่ตัวเลขที่ออกมาจริงคือ 2.8% ซึ่งต่ำกว่า
2. ไตรมาสแรก จีดีพีมีการเติบโต 5.4% การชะลอตัวลงนี้จะส่งผลต่อเนื่องในแง่การบริหารเศรษฐกิจในระยะต่อไป
3. ประเด็นคือการลดลงเป็นผลมาจากการชะลอตัวลงของอุปสงค์หรือความต้องการ เพราะการใช้จ่ายในประเทศโตเพียง 2.4% จากที่ในไตรมาสแรกที่มีการใช้จ่ายโตในระดับ 4.4% ผลกระทบจะมีไปยังกลุ่มการค้าปลีก ธุรกิจบ้าน อสังหาริมทรัพย์และธุรกิจเช่าซื้อโดยเฉพาะรถยนต์
4. การส่งออกไทยเรามีเป้าทั้งปีที่อยากเห็นการเติบโต 7-7.5% แต่ว่าครึ่งปีแรกทำได้ 1.2%
5. การลงทุนเพิ่มขึ้น 4.5% เทียบกับไตรมาสก่อนที่เพิ่มขึ้น 5.8%
ในมุมมองของผมและชาวบ้านทั่วไปน่าจะมองว่าเศรษฐกิจไทยของเราเคยขยายตัวได้ 6-7% ถ้าต่ำกว่ามาอยู่ในระดับ 5% ก็ถือว่าน่าจะไปในทางไม่ดี และหากว่าการเติบโตลงไปต่ำกว่าในระดับ 2-3% ถือว่าเข้าขั้นแย่ลงแล้ว หากว่ายิ่งลงไปในระดับที่มีการเติบโตที่ 1% ก็บอกได้เลยว่าแทบจะไม่มีการขยายตัวเลย อันนี้เลวร้ายสุดคือมันเป็นสัญญาณว่าเริ่มเข้าสู่ภาวะเศรษฐกิจฝืดเคือง ข้าวยากหมากแพง อะไรประมาณนั้น
6. ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา หนี้ภาคครัวเรือนเพิ่มขึ้นจาก 50% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) เป็น 80% หรือคิดเป็นเงินกว่า 8 ล้านล้านบาทจากยอดของจีดีพี 10 ล้านล้านบาท โดยสัดส่วนหนี้ครัวเรือนที่สูงขึ้นนั้น จากรายงานระบุว่าส่วนใหญ่มาจากสินเชื่อบ้าน รถยนต์ และสินเชื่ออุปโภคบริโภค ขณะที่ในภาพรวมการใช้จ่ายเพื่ออุปโภคบริโภคของผู้คนนั้นชะลอตัวลงมามากจากเหตุผลเรื่องที่ต้องระมัดระวังการใช้จ่ายมากขึ้น เพราะมันมีหนี้ที่ต้องจ่ายในแต่ละงวด หรือเป็นภาระต่อเดือนมากขึ้น สิ่งนี้ไปเบียดบังในส่วนของรายได้ที่รับเข้ามาซึ่งฝั่งรายได้นั้นมันไม่ได้โตมากมายนัก
ตอนนี้ไม่ว่าหน่วยงานด้านเศรษฐกิจต่างๆ กำลังขะมักเขม้นหามาตรการต่างๆ เพิ่มเติมว่าจะทำอย่างไรไม่ให้เศรษฐกิจชะลอตัวมากเกินไป หรือพูดง่ายๆ จะเอาอยู่หรือไม่กับการชะลอตัวลงมา หากมองในทางเลวร้ายสุดคือ ถ้าไปถึงขั้นขยายตัวติดลบ ผสมกับภาวะเศรษฐกิจโลกที่คาดการณ์ว่าคงจะอ่อนแอลง หรือเติบโตไม่มากเหมือนเดิม ทั้งสหรัฐ ยุโรป จีน ญี่ปุ่น แล้วไทยเราจะไปต่ออย่างไร
อย่าลืมว่าน้ำมันกำลังจะมีความไม่แน่นอนอีกแล้ว และราคาพลังงานบางอย่างที่กำลังมีการปรับโครงสร้างราคาจะมีผลเป็นค่าใช้จ่ายพวกเราๆ ท่านๆ นะครับ ผมได้แต่บอกว่า อย่าก่อหนี้สูงเกินตัว ออมก่อนใช้ คิดก่อนกู้ กู้ได้ต้องมีวินัย
-------------------------
(สวัสดีเศรษฐกิจ : คิดก่อนกู้-กู้ได้ต้องมีวินัย : โดย...สุรพล โอภาสเสถียร)



