ข่าว

โอกาสโตของผู้ผลิตผ้าฝ้ายมัดหมี่

โอกาสโตของผู้ผลิตผ้าฝ้ายมัดหมี่

22 ส.ค. 2556

เสียงสะท้อน SME : เข้าถึงแหล่งทุน-เพิ่มตลาด โอกาสโตของผู้ผลิตผ้าฝ้ายมัดหมี่ : โดย...ปัญญาพร สายทอง

 

                               ผ้าฝ้ายมัดหมี่ เป็นสินค้าหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ของจังหวัดขอนแก่น ได้รับการตอบรับจากผู้บริโภคที่ชื่นชอบการแต่งกายด้วยผ้าฝ้าย ซึ่งการผลิตผ้าฝ้ายมัดหมี่ เกิดขึ้นมายาวนาน และในตัวงานที่มีความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว ทำให้เกิดการสืบทอดจากรุ่นสู่รุ่น และในช่วงที่สินค้าหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐ ทำให้ผู้ประกอบการหลายรายหันมายึดอาชีพผลิตผ้าฝ้ายมัดหมี่ เช่นเดียวกับ “นิภาพรผ้าฝ้ายมัดหมี่” จากบ้านละว้า ต.เมืองเพีย อ.บ้านไผ่ จ.ขอนแก่น ที่หันมาผลิตเพื่อจำหน่ายโดยก่อตั้งเป็นวิสาหกิจชุมชนมาตั้งแต่ปี 2551

                               ด้วยสภาพเศรษฐกิจที่เอื้อ รวมทั้งการสนับสนุนของภาครัฐ ทั้งในเรื่องการหางานแสดงสินค้าให้ผู้ผลิตนำสินค้าไปจำหน่าย และการให้หน่วยงานต่างๆ เข้ามาให้ความรู้แก่วิสาหกิจชุมชน ทั้งการจัดจำหน่าย การพัฒนารูปแบบสินค้า ทำให้ในขณะนั้นผู้ผลิตสามารถเติบโตได้ โดยรายได้หลักมาจากการออกร้าน เพราะไม่มีหน้าร้านเพื่อจำหน่ายสินค้าโดยตรง อย่างไรก็ตาม แม้ว่าในเชิงธุรกิจ สินค้าที่ผลิตออกมาจะได้รับการตอบรับที่ดี แต่ปัญหาที่ก่อตัวมาอย่างต่อเนื่องคือ แรงงานในการทอผ้าหายาก เนื่องจากแรงงานทั่วไปไม่ได้สนใจที่จะสืบต่อวิธีการผลิตงานทอ ปัจจุบันจึงเหลือแต่แรงงานในกลุ่มผู้สูงอายุ ซึ่งใช้เวลาว่างในการผลิตงานส่วนนี้ควบคู่กันไป

                               ขณะเดียวกันแม้ว่า ผ้าฝ้ายมัดหมี่ จะเป็นสินค้าที่ได้รับความนิยม จนทำให้มีคำสั่งซื้อสินค้าเข้ามาอย่างต่อเนื่อง แต่เนื่องจากผ้าฝ้ายมัดหมี่ เป็นงานที่ต้องใช้ความละเอียดในการผลิต ส่งผลให้ผ้าฝ้ายแต่ละชิ้นที่ผลิตออกมาต้องใช้ระยะเวลาในการผลิตพอสมควร บางผืนต้องใช้เวลา 1 วัน ดังนั้น การผลิตออกมาจึงขึ้นอยู่กับความยากง่ายของลายผ้า และความชำนาญของผู้ผลิตด้วย

                               สำหรับวิสาหกิจชุมชน "นิภาพรผ้าฝ้ายมัดหมี่" จัดตั้งขึ้นโดยรวมกลุ่มคนในครอบครัว 7 คน ระยะแรกที่มีการตั้งวิสาหกิจชุมชนนั้น ผลตอบรับเป็นไปด้วยดี แต่เมื่อผ่านไประยะหนึ่งจึงพบถึงอุปสรรค ที่มีผลกระทบต่อสินค้านั่นคือ เรื่องของเงินทุนในการผลิต ด้วยข้อจำกัดของการที่ไม่มีแหล่งเงินทุนจากที่อื่นมารองรับ ผลที่ตามมาในเชิงลูกโซ่คือ จำนวนการผลิตสินค้าที่ไม่สามารถขยายตัวได้ แม้ว่าจะมีช่องทางที่จะเติบโตตามความต้องการของผู้ซื้อก็ตาม

                               "ที่ผ่านมาสินค้าที่เราผลิตออกมา อยู่ในสภาพไม่เพียงพอกับความต้องการของลูกค้า การที่เราจะขยายธุรกิจด้วยตนเอง ด้วยการนำรายได้จากการจำหน่ายสินค้ามาขยายการลงทุนก็จะมีผลไปถึงรายได้ของสมาชิก ทำให้โอกาสที่ธุรกิจทางด้านนี้จะเติบโตไม่ใช่เรื่องง่าย" นิภาพร ดีมีวงษ์ ผู้ประกอบการร้าน “นิภาพรผ้าฝ้ายมัดหมี่” สะท้อนถึงสิ่งที่เกิดขึ้น

                               นิภาพรกล่าวว่า ปัจจุบันราคาฝ้ายแพงขึ้นเท่าตัว รวมไปถึงค่าแรงก็ปรับขึ้นตามไปด้วย ขณะที่ราคาขายสินค้าไม่สามารถเพิ่มขึ้นได้ เพราะจะทำให้กำลังซื้อลดลง ส่วนตัวแล้วอยากให้ภาครัฐ สนับสนุนในเรื่องของการตลาดและเงินทุน เพื่อที่จะนำมาขับเคลื่อน เพราะหากมีสภาพคล่องมากกว่านี้ ก็น่าที่จะต่อยอดการผลิตงานได้ดียิ่งขึ้น ซึ่งผู้ประกอบการตระหนักดีว่า การที่จะรอคอยความช่วยเหลือจากรัฐเพียงด้านเดียว อาจจะมีผลต่อความอยู่รอดของกลุ่มได้ ดังนั้น เพื่อให้ธุรกิจการผลิตผ้าฝ้ายมัดหมี่เดินหน้าต่อไปได้ จึงหันมาให้ความสนใจกับการแปรรูปสินค้า การดัดแปลงสินค้าให้มีความหลากหลาย มีการคิดค้นลวดลายใหม่ๆ บนผืนผ้า

                               "สมัยก่อน งานที่เราผลิตจะเป็นลวดลายธรรมดา แต่ขณะนี้มีการปรับปรุงลายเดิมเสริมเข้ากับลายใหม่ หรือประยุกต์เป็นลายใหม่ รวมถึงกรรมวิธีในการย้อมก็จะเน้นที่สีเพื่อให้ได้สีที่มีความสดใส ซึ่งสินค้าของทางกลุ่มจะมีทั้งที่ขายเป็นผืน 1 ผืนยาวประมาณ 2 เมตร โดยราคาต่อผืนขึ้นอยู่กับลักษณะของผ้า ถ้าเป็นผ้าพิเศษจะจำหน่ายในราคาผืนละ 650 บาท ถ้าธรรมดา อย่างผ้าหมักโคลน ผืนละ 350 บาท  ส่วนผ้าลายหางกระรอก ผืนละ 350 บาท ตามลำดับ"

                               นิภาพรกล่าวว่า จนถึงขณะนี้ลูกค้าให้การตอบรับกับสินค้าเป็นอย่างดี แม้จะไม่มากเหมือนในอดีต ที่มียอดขายสูงมาก แต่ถือว่าปัจจุบันยอดการจำหน่ายสินค้ายังไปได้ แต่ถ้ารัฐสนับสนุนมากขึ้นทั้งเรื่องตลาดและแหล่งเงินทุน ก็เชื่อว่าจะสามารถทำยอดขายต่อเดือนได้มากกว่า 7 หมื่นบาทอย่างแน่นอน และนี่เป็นรายได้ที่จะกระจายถึงคนในระบบ

 

 

-------------------------

(เสียงสะท้อน SME : เข้าถึงแหล่งทุน-เพิ่มตลาด โอกาสโตของผู้ผลิตผ้าฝ้ายมัดหมี่ : โดย...ปัญญาพร สายทอง)