ข่าว

ผู้นำกลุ่มหนุน'มอร์ซี'ถูกจับกุม!

ผู้นำกลุ่มหนุน'มอร์ซี'ถูกจับกุม!

20 ส.ค. 2556

'อียิปต์' เดินหน้ากวาดล้างผู้สนับสนุนอดีตปธน. โดยจับกุมตัวผู้นำกลุ่มมุสลิมภราดรภาพที่อยู่เบื้องหลังการชุมนุมทวงคืนตำแหน่งให้ 'มอร์ซี'

 

                               20 ส.ค. 56  นายโมฮัมเหม็ด บาดี วัย 70 ปี ผู้นำทางจิตวิญญาณของกลุ่มมุสลิมภราดรภาพ ถูกควบคุมตัวที่อพาร์ทเมนท์แห่งหนึ่งในย่านนาสร์ ซิตี้ ของกรุงไคโรเมื่อวาน และสถานีโทรทัศน์ของเอกชนที่สนับสนุนกองทัพแพร่ภาพเขาขณะถูกควบคุมตัวด้วย พร้อมกับรายงานว่านายบาดี ถูกนำตัวไปคุมขังในเรือนจำท่ามกลางการรักษาความปลอดภัยแน่นหนา นายบาดี และนายไครัต เอล-ชาเตอร์ รองผู้นำกลุ่ม จะถูกนำตัวขึ้นศาลในเดือนนี้ ในคดีผู้ชุมนุมต่อต้านมุสลิมภรารดรภาพ 8 คนเสียชีวิตนอกสำนักงานใหญ่มุสลิมภราดรภาพในกรุงไคโรเมื่อเดือนมิ.ย. ก่อนหน้านี้ สมาชิกของกลุ่มทยอยถูกจับกุมตัวไว้รวมกว่า 1,000 คน

                               การจับกุมมีขึ้นหลังเกิดเหตุซุ่มโจมตีรถมินิบัสสองคันในคาบสมุทรไซนาย ใกล้เมืองราฟาห์ของปาเลสไตน์ช่วงกลางวันแสกๆ ทำให้ตำรวจเสียชีวิต 25 นาย แต่รายละเอียดเหตุการณ์ยังสับสน โดยชายติดอาวุธ 4 คน สั่งหยุดรถมินิบัสและบังคับให้ตำรวจลงนอนกับพื้นก่อนยิงสังหาร แต่บางข่าวระบุว่า มีการยิงจรวดอาร์พีจีถล่มรถบัส ทางการได้ประกาศไว้อาลัยแก่ตำรวจ 25 นาย นาน 3 วัน และศพถูกลำเลียงจากไซนายถึงกรุงไคโรแล้ว โดยมีกองทหารเกียรติยศต้อนรับอย่างสมเกียรติ

                               ขณะที่สถานการณ์ในกรุงไคโรเริ่มมีสัญญาณเข้าสู่ภาวะปกติ แม้ยังมีการใช้กฎเคอร์ฟิวเวลากลางคืน โดยช่วงกลางวันมีการสัญจรตามปกติ ธนาคารพาณิชย์เปิดทำการเพียง 3 ชม.เมื่อวาน แต่อาจขยายเวลามากขึ้นในวันนี้ และแม้มีผู้ประท้วงออกมาชุมนุมประปราย แต่มีจำนวนน้อย และไม่ก่อความรุนแรง  

                               ด้านนายบัน คี มุน เลขาธิการสหประชาชาติเรียกร้องให้รัฐบาลอียิปต์ปล่อยตัวอดีตประธานาธิบดีมอร์ซี และอย่าจำกัดพื้นที่ในการเคลื่อนไหวทางการเมืองของมุสลิมภราดรภาพ นอกจากนี้ทางการสหรัฐแสดงความเห็นตรงกันว่า ไม่ควรประกาศให้กลุ่มมุสลิมภราดรภาพเป็นกลุ่มนอกกฎหมาย และทุกฝ่ายควรร่วมกันหาทางยุติความรุนแรง ที่ทำให้มีผู้เสียชีวิตเกือบ 900 คนแล้วนับตั้งแต่มีการใช้กำลังสลายพื้นที่ชุมนุมในกรุงไคโรเมื่อวันพุธที่แล้ว

 

 

การนองเลือดในอียิปต์อาจเป็นอันตรายต่อการส่งน้ำมันและก๊าซ

 

                               อียิปต์ได้ชื่อว่าเป็นคอขวดที่สำคัญของอุตสาหกรรมน้ำมันโลก และความผันผวนในประเทศในดินแดนแอฟริกาเหนือแห่งนี้ กำลังเลวร้ายลงเรื่อยๆ และอุปสรรคใดๆ ที่ส่งผลกระทบต่อเส้นทางน้ำมัน อาจสร้างความเสียหายให้เศรษฐกิจโลกที่เพิ่งจะเริ่มฟื้นตัวได้

                               หลังการกวาดล้างนองเลือดเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ความวิตกว่าการขนส่งน้ำมันไปยังตะวันตกจะถูกรบกวน ได้ทำให้ราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้น ราคาน้ำมันดินเบรนท์พุ่งแตะ 111.23 ดอลลาร์ เมื่อวันพฤหัสบดี สูงสุดในรอบ 4 เดือน ถ้าความผันผวนเลวร้ายลงไปมากกว่านี้ หรือเหตุการณ์ความไม่สงบลุกลามไปยังประเทศอื่นๆ ก็จะเป็นปัจจัยความเสี่ยงอย่างสูงสุุด ที่จะดันให้ราคาน้ำมันดิบทะยานขึ้นไปกว่านี้

                               อียิปต์ไม่ใช่ผู้ส่งออกพลังงานรายใหญ่ของโลก มีการผลิตก๊าซและน้ำมันน้อยมากในตลาดโลก โดยอยู่ที่อันดับที่ 54 ของผู้ส่งออกน้ำมันรายใหญ่ที่สุดของโลก ส่งออกประมาณ 0.9 เปอร์เซ็นต์ และส่งออกก๊าซธรรมชาติป้อนตลาดโลกเพียง 1.8 เปอร์เซ็นต์ แต่ก็ยังมีบทบาทสำคัญในตลาดพลังงานโลก ในฐานะเส้นทางขนส่งน้ำมันที่คลองสุเอซ ขณะที่ท่อส่งก๊าซระหว่างคลองสุเอซ กับทะเลเมดิเตอร์เรเนียน หรือ ซูเมด ได้ชื่อว่า เป็นเส้นทางยุทธศาสตร์และส่วนประกอบที่สำคัญของโครงสร้างของตลาดน้ำมันโลก

                               สำนักงานบริหารข้อมูลด้านพลังงานของสหรัฐ หรือ อีไอเอ ระบุว่า เมื่อปีที่แล้ว 7 เปอร์เซ็นต์ ของการค้าน้ำมันทางทะเลและ 13 เปอร์เซ็นต์ของก๊าซธรรมชาติเหลว หรือ แอลเอ็นจี ใช้เส้นทางผ่านคลองสุเอซ ซึ่งมีระยะทาง 161 กิโลเมตร เชื้่อระหว่างทะเลแดงและทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ขณะที่ท่อส่งก๊าซซูเมด ความยาว 320 กิโลเมตร เป็นเส้นทางที่นำน้ำมันจากอ่าวเปอร์เซียและก๊าซธรรมชาติไปยังยุโรปและอเมริกาเหนือ

                               การปิดเส้นทางทั้งสอง จะทำให้การขนส่งน้ำมันจากซาอุดิอาระเบียไปยังสหรัฐ ที่จะต้องอ้อมแหลมกู้ดโฮ้ป คิดเป็นระยะทางประมาณ 4,320 กิโลเมตร สิ้นเปลืองทั้งเวลาและค่าใช้จ่ายในการขนส่ง หลายฝ่ายต่างหวังว่า เส้นทางทั้งสองจะยังคงเปิดตามปกติ บริษัทประกันภัยทางทะเลยังคงไม่ค่อยวิตกต่อสถานการณ์ในขณะนี้ แต่บริษัทสกัลด์ ได้เตือนให้ลูกเรือน้ำมันระมัดระวังเรื่องความปลอดภัย

                               สถานการณ์การผลิตน้ำมันและก๊าซธรรมชาติในอิยิปต์ยังคงไม่ได้รับผลกระทบใดๆ บริษัทยักษ์ใหญ่อย่าง บีพี ของอังกฤษ ที่ผลิตน้ำมันป้อนเข้าสู่อุตสาหกรรมของอียิปต์ราว 15 เปอร์เซ็นต์ และก๊าซ 30 เปอร์เซ็นต์ แต่ก็ยังคงเฝ้าจับตาสถานการณ์ความปลอดภัยในพื้นที่ตั้งของสำนักงาน ส่วนรอยัล ดัทช์ เชลล์ ก็หามาตรการรับรองความปลอดภัยของพนักงาน ด้วยการปิดสำนักงานในอียิปต์ตั้งแต่เมื่อวานนี้ จนถึงสุดสัปดาห์ และจำกัดการเดินทางไปติดต่อธุรกิจในอียิปต์

                               ส่วนบริษัทยักษ์ใหญ่ที่สุดอย่าง บีจี กรุ๊ป ที่ผลิตพลังงานให้อียิปต์มากที่สุดเมื่อปีที่แล้ว หรือ 20 เปอร์เซ็นต์ของการผลิตของประเทศ ยังไม่ได้รับผลกระทบเช่นกัน แต่ได้มีการถอนพนักงานทั้งที่เป็นท้องถิ่นและต่างชาติรวม 100 คน ออกไปเมื่อเดือนที่แล้ว

                               การที่ 50 เปอร์เซ็นต์ ของก๊าซที่ผลิตในอียิปต์ถูกใช้เพื่อการส่งออก และที่เหลือป้อนเข้าสู่ตลาดในประเทศ ได้เป็นเหตุผลสำคัญที่คนในแวดวงอุตสาหกรรมพลังงานคาดหวังว่าจะไม่ถูกรบกวน และใครก็ตามที่กุมอำนาจทางการเมืองไว้ในมือ ก็ไม่ต้องการให้ภาคพลังงานถูกรบกวนเช่นกัน

                               ความไม่แน่นอนในอียิปต์ จะยังคงดันให้ราคาน้ำมันทะยานขึ้นต่อไป ขณะที่สถานการณ์ในลิเบียก็ยังน่าวิตก คนงานที่ท่าเรือในลิเบียพากันนัดหยุดงานประท้วงมาหลายสัปดาห์แล้ว ทำให้การส่งออกน้ำมันของลิเบียลดลง และรัฐบาลทำท่าว่าจะหมดความอดทนที่ต้องเห็นรายได้เข้าประเทศต้องลดลงเพราะการประท้วง และแม้ราคาน้ำมันดิบจะผ่อนคลายลงเมื่อวันศุกร์ แต่ก็ดูเหมือนจะยังคงเกิน 110 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลต่อไป จนกว่าจะมีสัญญาณที่ผ่อนคลายลง แต่ถ้าสถานการณ์ในอียิปต์และลิเบียยังไม่บรรเทาและเลวร้ายลง ทุกอย่างก็จะน่าวิตกมากขึ้น

 

 

-------------------------

(หมายเหตุ : ที่มาภาพ : EPA)