ข่าว

'249คนไทย'จากอียิปต์ถึงไทยแล้ว

'249คนไทย'จากอียิปต์ถึงไทยแล้ว

20 ส.ค. 2556

'249คนไทย'จากอียิปต์ชุด 2-3 ถึงไทยแล้ว ท่ามกลางญาติพี่น้องรอรับหนาแน่น ด้าน'สมศักย์'เผยสถานการณ์อียิปต์ส่งผลนักท่องเที่ยวมาไทยลดลงบางส่วน

               ความคืบหน้าในการนำคนไทยอพยพออกจากประเทศอียิปต์ ภายหลังเกิดสถานการณ์ความรุนแรงภายในประเทศ ล่าสุด เมื่อเวลา 02.00 น. วันที่ 20 ส.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บริเวณจุดนัดพบอาคาร 1 ชั้นที่ 1 ส่วนรับผู้โดยสารขาเข้าระหว่างประเทศ ท่าอากาศยานดอนเมือง ยังคราคร่ำไปด้วยกลุ่มญาติพี่น้องซึ่งเฝ้ารอการกลับมาของกลุ่มนักศึกษาและผู้ที่เดินทางไปใช้ชีวิตอยู่ ณ กรุงไคโร ประเทศอียิปต์

               ต่อมาช่วงเช้ามืดวันเดียวกัน คนไทยชุดที่ 2 จำนวน 249 คน ก็ได้โดยสารเครื่องบินของสายการบินอีสเทิร์นสกายเจ็ต มาถึงสนามบินดอนเมือง โดยเที่ยวบินแรก ที่ EE7A มาถึงเมืองไทย เมื่อเวลา 03.28 น.พร้อมผู้โดยสาร 119 คน ส่วนเที่ยวบินต่อมา ที่ EE7 มาถึงเมืองไทยเวลา 04.28 น.พร้อมผู้โดยสารอีก 130 คน เมื่อทุกคนผ่านการตรวจร่างกาย พิธีการตรวจคนเข้าเมือง และรับสัมภาระลงจากเครื่องบินเป็นที่เรียบร้อย ก็ทยอยกันเข็นกระเป๋าเดินเท้าออกมาหาญาติท่ามกลางบรรยากาศการต้อนรับอย่างอบอุ่น

               นายตะนะอีม โพงลาเต๊ะ อายุ 26 ปี ชาวกรุงเทพมหานคร ซึ่งมีแม่และน้องสาวอุ้มหลานชายตัวน้อยมารอรับที่สนามบิน กล่าวว่า ตนเดินทางไปเรียนภาษาที่ประเทศอียิปต์ได้ประมาณ 1 ปีแล้ว อยู่ระหว่างเลือกว่าจะศึกษาต่อด้านไหนก็มาเกิดสถานการณ์รุนแรงเสียก่อน ช่วงระหว่างที่เกิดเรื่องนั้นตนอาศัยอยู่ค่อนข้างห่างไกลกับจุดที่มีการชุมนุม แต่ด้วยความเป็นห่วงของญาติที่ประเทศไทย อีกทั้งทุกฝ่ายเห็นภาพข่าวที่ปรากฏตามสื่อแล้วจึงขอร้องให้กลับมาตนจึงต้องตัดสินใจเดินทางกลับ อย่างไรก็ตาม หากสถานการณ์ดีขึ้นและมีโอกาสตนก็อยากกลับไปเรียนต่ออีกครั้งโดยจะเลือกเรียนวิชารัฐศาสตร์ให้จบการศึกษาสมดังที่ตั้งใจเอาไว้

               ด้าน นายอนุวัฒน์ วัง อายุ 22 ปี ชาว จ.ฉะเชิงเทรา ซึ่งเดินทางไปศึกษาต่อด้านภาษาได้เพียง 1 ปี กล่าวว่า รู้สึกดีใจที่ได้เดินทางกลับมาหาญาติพี่น้อง เมื่อประเมินจากสถานการณ์และพื้นที่ที่ตนอาศัยอยู่ค่อนข้างน่ากลัว ประกอบกับสมาคมนักเรียนไทยที่กรุงไคโร ก็แจ้งข่าวสารผ่านทางเฟซบุ๊กให้ทราบความเคลื่อนไหวตลอดว่า ระวังจะถึงจุดแตกหักซึ่งอาจทำให้สถานการณ์บานปลายไปกว่านี้ จึงขอตัดสินใจเดินทางกลับสู่มาตุภูมิดีกว่า อย่างไรก็ตาม มีเพื่อนคนไทยที่ยังขอไม่กลับมาอีกจำนวนหนึ่งแต่ก็ไม่มาก คาดว่า พวกที่เหลืออยู่ก็คงรอดูสถานการณ์ก่อนตัดสินใจว่าจะทำอย่างไรต่อไป

               ขณะที่ นายณัฏฐวุฒิ โพธิสาโร รองปลัดกระทรวงการต่างประเทศ เปิดเผยว่า สำหรับคนไทยชุดที่สอง เดินทางกลับมาถึงเมืองไทยเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยได้โดยสารเครื่องบินมาเป็น 2 เที่ยว ยอดรวม 249 คน หากรวมกับชุดแรกที่เดินทางมาถึงก่อนหน้านี้เมื่อช่วงบ่ายวันที่ 19 ส.ค.ก็จะได้ยอดรวมทั้งสิ้น 614 คน จากที่มีการแจ้งความประสงค์ขอรับความช่วยเหลือจากทางรัฐบาลไทยเพื่อกลับมาทั้งหมด 900 กว่าคน ดังนั้นขณะนี้เท่ากับว่า ยังมีคนไทยอีกประมาณ 300 คน ซึ่งยังอยู่ที่อียิปต์ ตนจะให้ทางสถานทูตติดต่อกลับไปว่าจะเอาอย่างไร หากต้องการกลับมาในภายหลังก็จะประสานเรื่องตั๋วเครื่องบินให้คงจะไม่เช่าเหมาลำเหมือนอย่างกรณี 614 คนที่เดินทางมาถึงแล้ว

               นายณัฎฐวุฒิ กล่าวต่อว่า ส่วนสถานการณ์ในประเทศอียิปต์ขณะนี้ทางกระทรวงการต่างประเทศได้คอยติดตามประเมินสถานการณ์อยู่ตลอดเวลา ซึ่งจากการประเมินสถานการณ์ความรุนแรงเชื่อว่ายังไม่อันตรายถึงระดับ 4 ซึ่งเป็นระดับที่ต้องใช้มาตรการบังคับพลเมืองกลับสู่ประเทศไทยทั้งหมด ดูแล้วทางรัฐบาลของอียิปต์ควบคุมสถานการณ์ได้ดีระดับหนึ่งแล้ว ขอให้ญาติพี่น้องและผู้ปกครองของคนไทยที่เหลืออยู่โปรดวางใจ หากลูกหลานท่านต้องการกลับมาประเทศไทย เราจะไม่ทอดทิ้งแน่นอน

               นายชัชชาติ สิทธิพันธ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า การกลับมาของคนไทย ทั้ง 614 คน ในรอบนี้ ตนได้ส่งรถโดยสารปรับอากาศ มารองรับ จำนวน 10 คัน หากท่านใดประสงค์เดินทางกลับภูมิลำเนาทางสถานีขนส่งสายไหนก็ขอรับบริการได้ ขณะที่ยังมีหน่วยงานราชการอย่างศูนย์ประชาบดี กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ มาให้การช่วยเหลืออีกหน่วยงานหนึ่ง ซึ่งหากท่านใดยังไม่อยากกลับภูมิลำเนาก็สามารถประสานขอที่พักได้ อย่างไรก็ตามหลังจากนี้จะประสานกับกระทรวงการต่างประเทศอย่างใกล้ชิดเพื่อประเมินสถานการณ์ร่วมกันและส่งความช่วยเหลือให้คนไทยที่จะเดินทางกลับมาต่อไป

 

"สมศักย์"เผย สถานการณ์อียิปต์ส่งผลนักท่องเที่ยวมาไทยลดลงบางส่วน

 

               เมื่อเวลา 09.15 น. นายสมศักย์ ภูรีศรีศักดิ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวถึงสถานการณ์การชุมนุมในประเทศอียิปต์ ว่า ส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยวในประเทศไทยเพียงบางส่วนเท่านั้น โดยนักท่องเที่ยวจากประเทศตะวันออกกลางจะลดลง ขณะที่มีตัวเลขนักท่องเที่ยวจากประเทศเกิดใหม่ในยุโรปและเอเชียที่นับถือศาสนามุสลิมเพิ่มมากขึ้น จาก 30,000 คนต่อวัน เป็น 40,000 คนต่อปี และมีแนวโน้มสูงขึ้นตามลำดับ

               "นอกจากนี้ปัญหาทางการเมืองในประเทศยังไม่ถือว่าเป็นปัญหาต่อการท่องเที่ยว เพราะนักท่องเที่ยวต่างเข้าใจการเมืองไทยดี ซึ่งทางกระทรวงการท่องเที่ยวฯได้ส่งหนังสือชี้แจงทำความเข้าใจไปยังสถานทูตต่างๆ โดยสถานทูตจะให้คำแนะนำนักท่องเที่ยว ทั้งนี้นักท่องเที่ยวบางส่วนยังมองว่าการชุมนุมเช่นหน้ากากขาวเป็นสีสัน" นายสมศักย์ กล่าว