ข่าว

'ยิ้มได้..หายห่วง'รับคนไทย..กลับบ้าน

'ยิ้มได้..หายห่วง'รับคนไทย..กลับบ้าน

20 ส.ค. 2556

'ยิ้มได้..หายห่วง' รับคนไทย..กลับบ้าน : ทีมข่าวรายงานพิเศษ

               "ยิ้มได้เพราะหายห่วง" บรรดาญาติๆ มาคอยรับคนไทยที่อยู่ในประเทศอียิปต์ จะเดินทางมาถึงสนามบินดอนเมืองในวันนี้ ทางรัฐบาลไทยและกองทัพอากาศไทยประสานงานอพยพคนไทยกลับประเทศ หลังจากกรุงไคโร ประเทศอียิปต์ เกิดความไม่สงบ วันนี้คนไทยจะถึงไทย 614 คน เฟซบุ๊ก "Kun Jumpa" ช่างภาพจากเครือเนชั่น อัพเดทความคืบหน้า ก่อนการรอคอยจะสิ้นสุดอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้า...

               หลังเกิดเหตุรัฐประหารโค่นล้มอำนาจ "โมฮัมเหม็ด มอร์ซี" สถานการณ์ความไม่สงบได้ดำเนินมาอย่างต่อเนื่อง จนกระทั่งถึงจุดนองเลือด ได้คร่าชีวิตประชาชนไปแล้วกว่า 800 คน รัฐบาลไทยเกรงว่าคนไทยที่อาศัยอยู่ในอียิปต์จะไม่ปลอดภัย จึงดำเนินการช่วยเหลือคนไทยที่ประสงค์จะกลับไทย โดยกระทรวงการต่างประเทศได้ประสานกับการท่าอากาศยาน กองทัพอากาศ การบินไทย สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กระทรวงสาธารณสุข ร่วมกันพาคนไทยกว่า 600 ชีวิตกลับบ้าน

               เที่ยวบินเช่าเหมาลำของอียิปต์แอร์ 2 ลำ เริ่มทยอยนำคนไทย 614 คน ออกจากไคโร เมืองหลวงของอียิปต์ราวสองทุ่มของวันที่ 18 สิงหาคม และมาถึงเมืองดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ราวตีสองของวันที่ 19 สิงหาคม แล้วสถานกงสุลใหญ่ ณ ดูไบจัดให้คนไทย 354 คน ขึ้นเครื่องบินเช่าเหมาลำการบินไทยเที่ยวบิน ทีจี8477 ออกเดินทางจากดูไบ ซึ่งจะเดินทางถึงสนามบินดอนเมืองประมาณบ่ายสามโมง ส่วนคนไทยที่เหลืออีก 260 คน แบ่งให้ขึ้นเครื่องบินเช่าเหมาลำอีก 2 ลำ ลำละ 130 คน โดยจะมาถึงสนามบินดอนเมืองในเวลาสี่โมงเย็น และห้าโมงเย็น ตามลำดับ

               "..ตอนนี้อยู่ที่สนามบินที่ไคโรแล้ว กำลังรอขึ้นเครื่องไปที่สนามบินดูไบ.." "สกุณา กองเป็ง" วัย 35 ปี บอก "คม ชัด ลึก" ถึงความเคลื่อนไหวของน้องชายวัย 34 ปี ซึ่งไปศึกษาระดับปริญญาเกี่ยวกับศาสนาที่อียิปต์ 6 ปี อีก 2 ปีก็จะจบแล้ว โดยมีการติดต่อสื่อสารผ่านโซเชียลมีเน็ตเวิร์กกันตลอด

               "ช่วงที่สถานการณ์รุนแรงน้องชายเครียดมาก เขาถามว่ารัฐบาลจะช่วยเขายังไงบ้าง แม่ก็ห่วงกลัวลูกจะเจ็บจะตาย จะส่งเงินให้ซื้อตั๋วเครื่องบินกลับเอง แต่เขาจะออกมาข้างนอกไม่ได้ ของกินก็จะหมด พวกเรากลัวเขาเป็นอะไรมาก แต่ตอนนี้รู้สึกสบายใจแล้วที่เขากำลังจะกลับมา" สกุณา บอกด้วยแววตาดีใจ

               "สมหมาย กองเป็ง" หัวหน้าครอบครัว ยอมรับว่า รู้สึกเป็นห่วงลูกชายมาก แต่ก็ติดต่อผ่านโปรแกรมไลน์  ลูกชายอาศัยอยู่ย่านใจกลางเมืองที่เกิดเหตุจลาจล ลูกชายเล่าว่า ช่วงดึกๆ จะได้ยินเสียงก้อนหินปากำแพงบ้าน มีเสียงโห่ร้อง คนเดินประท้วง จึงพยายามกำชับว่าซื้อของแล้วให้รีบกลับเข้าบ้าน อย่าไปอยู่ข้างนอก กลัวลูกจะเกิดอันตราย

               ไม่ต่างจาก "อุเซินยาน สุขคำ" วัย 51 ปี มารดาที่มารอรับลูกสาววัย 22 ปี และลูกชาย 18 ปี ยอมรับว่า ดีใจมากที่ลูกจะกลับมาอย่างปลอดภัย ช่วงที่อยู่ที่นั่น เป็นห่วงลูกทั้งสองมาก

               ส่วน "นริต เจริญสุข" ซึ่งมารอคอยลูกชายวัย 21 ปี บอกว่า รู้สึกเป็นห่วงลูกมาก ไม่รู้ว่าจะมีใครมาทำร้ายลูกเราหรือไม่ ลูกชายเล่าให้ฟังว่า สถานการณ์รุนแรงมาก ออกไปเรียนหนังสือไม่ได้ ได้ยินแต่เสียงปืนตลอดทั้งวัน จนกระทั่งมีรถของสถานทูตมารับเลยออกมาได้ เวลาดูข่าวเห็นคลิปเหตุจลาจลก็ยิ่งเป็นห่วง กลัวลูกจะโดนลูกหลง อยากให้ลูกกลับบ้าน เมื่อเช้าได้ติดต่อกับลูกชาย เขาบอกว่าอยู่ที่ดูไบแล้ว กำลังขึ้นเครื่องกลับมา

               ราวบ่ายสามโมง กลุ่มคนไทยกว่า 300 คน ทยอยออกมาพบครอบครัวด้วยรอยยิ้มและคราบน้ำตาแห่งความดีใจ ต่างโผกอดกันด้วยความเป็นห่วง "อัสมี่ นิมา" วัย 21 ปี นักเรียนไทยในอียิปต์ ซึ่งพักอาศัยอยู่ในเมืองไคโร บอก "คม ชัด ลึก" ว่า ส่วนใหญ่จะติดตามข่าวสารทางทีวี เพราะออกนอกบ้านตอนกลางคืนไม่ได้ พอกลางวันก็ต้องรีบออกไปหาซื้ออาหารมากักตุนไว้ เพราะสถานการณ์ไม่แน่นอน มีรถถังออกวิ่งในเมืองเต็มไปหมด แต่ไม่คิดว่าจะเกิดความรุนแรง จะมียิงกันแบบนี้ หลังจากนี้ต้องดูสถานการณ์ให้สงบก่อนว่าจะกลับไปเรียนต่อหรือไม่

               "สันติสุข สร้อยมาลี" วัย 24 ปี อาศัยอยู่เมืองกีซา มหาวิทยาลัยอัลอัซฮัร มาเกือบ 2 ปี ยอมรับว่า วินาทีที่กลับมาประเทศไทยอีกครั้ง ได้เจอหน้าพ่อดีใจมาก ที่เห็นพ่อ เห็นรอยยิ้มคนไทย ที่เราได้ใช้ชีวิตมา และเราได้กลับมาอย่างปลอดภัย ยิ่งเห็นพ่อก็น้ำตาไหลเลย ตั้งใจว่าถ้าเหตุสงบเรียบร้อยก็จะกลับไปอีกครั้ง

               "ช่วงที่อยู่ที่นั้น น่ากลัวมาก มีการประกาศเคอร์ฟิวตั้งแต่ 18.00-06.00 น. เป็นเวลา 1 เดือน กลางคืนก็จะมืดมาก ที่ผ่านมาก็เกิดเหตุถูกโจรปล้นขึ้นบ้าน เกิดการจี้ทำร้ายร่างกายบนรถ ประชาชนเกิดความอดอยาก ทำให้นักเรียนไทยและต่างประเทศอันตรายไปด้วย" สันติสุข เล่าประสบการณ์ระทึก

               "อามานี เสนานนท์" เด็กสาววัย 16 ปี เพิ่งไปเรียนภาษาได้ 4 เดือน โผกอดแม่และน้องสาวตัวน้อยที่มารับกลับบ้าน ก่อนจะเปิดเผยความรู้สึกว่า ถ้าไม่กลับมาตอนนี้ เหตุการณ์จะลามไปเมืองชิด ที่มีการประท้วงอยู่ พอเกิดเหตุโจรก็เยอะ เวลาไปไหนไม่กล้าพกไอโฟนหรือโทรศัพท์มือถือแพงๆ ติดตัวไป เพราะจะถูกฉกชิงวิ่งราวไป เวลาขึ้นรถเมล์ก็กลัวโดนล้วงกระเป๋า และที่พักอยู่ก็ไม่ค่อยปลอดภัย ยิ่งทำให้ที่บ้านเป็นห่วงมาก โทรมาวันละ 10 รอบ กลัวว่าจะได้รับอันตราย แต่ก็รู้สึกเสียดายโอกาสที่กำลังจะเข้าเรียนต่อระดับมัธยม แต่พอมาเห็นหน้าพ่อแม่ก็รู้สึกดีใจ ทำให้ยิ้มได้

               "ธันวา เพียรมานะ" อายุ 24 ปี พักอยู่ที่เมืองไคโร เล่าว่า ที่นั่นความรุนแรงมีมาก มีการยิงกันตายทุกวัน เคยเห็นทหารใช้ปืนยิง จากตอนแรกเริ่มจากแก๊สน้ำตา พอผู้ประท้วงไม่ยอมก็มีการใช้อาวุธ ในแต่ละวันเห็นข่าวมีแต่คนตาย ที่พักห่างประมาณ 5 กิโลเมตรกับจุดที่มีการสลายการชุมนุม วันนั้นลงไปดูในเหตุการณ์ด้วย และเจอแก๊สน้ำตาด้วย รู้สึกว่ามันหนักขึ้นทุกวัน เลยตัดสินใจว่าต้องกลับแล้ว

               ด้าน "รูซานา ดอเลาะ" วัย 23 ปี และ "รูไวดา ดอเลาะ" วัย 25 ปี สองพี่น้องเพิ่งกลับมาจากอียิปต์ เล่าเหตุระทึกเมื่อ 2-3 วันก่อนบริเวณรอบอพห์ นัสซีตี ที่เกิดใกล้หอพัก ว่า ได้ยินเสียงยิงปืนตลอดทั้งวัน เห็นผู้คนถูกยิง ถูกแก๊สน้ำตา ตอนนั้นกลัวมาก กลัวถูกลูกหลง อยู่ที่นี่มา 5 ปีแล้ว ไม่เคยเจอเหตุการณ์รุนแรงขนาดนี้ ตอนนั้นอยากกลับเมืองไทยมาก แต่ต้องคอยดูสถานการณ์ต่อไป ตอนนี้มหาวิทยาลัยปิดไม่รู้จะเปิดเมื่อไหร่ จากเหตุความรุนแรงที่เกิดขึ้น มีอาจารย์เสียชีวิตไปหลายราย แต่ตอนนี้สบายใจที่สุด รู้สึกปลอดภัยมากที่ได้กลับบ้านมาพบครอบครัวในวันนี้

               วันเดียวกัน เฟซบุ๊ก "Wassana Nanuam" นักข่าวสายทหาร จากเครือบางกอกโพสต์ โพสต์ภาพเครื่องบิน C-130 พร้อมข้อความว่า "โถ...น่าสงสาร" พล.อ.ต.มณฑล โฆษก ทอ. เผย C-130 วิ่งขึ้นจากดูไบเมื่อ 13.30 น. แต่ไม่มีผู้โดยสาร เพราะไปเครื่อง TG และเครื่องพาณิชย์ที่รัฐเช่าเหมาลำ รวม 3 ลำ หมดแล้ว แต่ก็ถือว่าปฏิบัติภารกิจได้สำเร็จตามแผน...ยังไงก็ต้องขอบคุณ เจ้าเฮอร์คิวลิส ถือว่าทดสอบการบินไปด้วยในตัวแล้วกัน...ขึ้นบินไปช้า เพราะติดเรื่องเคลียร์น่านฟ้า โอมาน ขากลับ ก็ไม่มีผู้โดยสาร...เฮ้อ!!

               "Hero come last..!!" C-130 จะเป็นเครื่องบิน ลำสุดท้ายที่จะขึ้นบินจากดูไบ หลังรับคนไทยคนสุดท้าย กลับบ้าน กันตกหล่น... แม้ว่าขากลับจะมาเครื่องเปล่า ไม่มีผู้โดยสาร เพราะมีการบินไทย และเครื่องพาณิชย์เช่าเหมาลำ รับมาหมดแล้ว ก็ตาม...ขอบคุณเจ้า "เฮอร์คิวลิส"!!


...................


(หมายเหตุ : 'ยิ้มได้..หายห่วง' รับคนไทย..กลับบ้าน : ทีมข่าวรายงานพิเศษ)