
ผุดเมกะโปรเจกท์ทับหนองแด
ผุดเมกะโปรเจกท์ทับหนองแด ลมหายใจสุดท้ายแหล่งน้ำเมืองอุดร : โดย...เศกสันติ กัลยาณวิสุทธิ์
โครงการพัฒนา "หนองแด" เมกะโปรเจกท์ของจังหวัดอุดรธานี ที่เสนอ ครม.สัญจร เมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2555 และมีมติเห็นชอบในหลักการและจังหวัดได้มอบหมายให้มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ดำเนินการศึกษาผังแม่บทโครงการนี้ สำรวจ ออกแบบ เพื่อพัฒนาพื้นที่หนองแดแห่งนี้ วงเงินงบประมาณ 23.7 ล้านบาท
ตามแบบที่ศึกษาหากแล้วเสร็จจะเป็นเมกะโปรเจกท์ของอุดรธานีที่จะมีพื้นที่กิจกรรมสิ่งปลูกสร้างต่างๆ อาทิ ศูนย์แสดงศิลปวัฒนธรรมและศาสนา ศูนย์กลางการจัดประชุมและกิจกรรมการแสดงสินค้า ศูนย์กลางการขายสินค้า ลานกิจกรรมอเนกประสงค์ โรงละคร ที่พักสำหรับการประชุมและการกีฬา สนามฟุตบอลมาตรฐาน ลานกีฬาประเภทต่างๆ หอวัฒนธรรมสูง 199 เมตร (สูงเท่าตึก 60 ชั้น) ระบบสาธารณูปโภคและสวนสาธารณะรวมกว่า 33 รายการ งบประมาณ โครงการ 4,700 ล้านบาทระยะเวลา 5 ปี แบ่งเป็นงบจากทางราชการและงบจากภาคเอกชนที่จะเข้ามาร่วมลงทุนรวมไปถึงการเข้ามาร่วมบริหาร
"หนองแด" เป็นหนองน้ำตามธรรมชาติริมถนนมิตรภาพ สายหนองคาย-อุดรธานี ก่อนเข้าเมืองอุดรธานี มีพื้นที่ 938 ไร่ มีสภาพเป็นแก้มลิงธรรมชาติรองรับน้ำจากด้านทิศเหนือเมืองอุดรธานี ก่อนไหลผ่านลงไปลำน้ำห้วยหลวง ผ่านบริเวณฝายน้ำล้นด้านตะวันออก หนองแดมีลักษณะเป็นพื้นที่ชุ่มน้ำ มีระดับน้ำสูงเพียง 1 เมตรเศษ น้ำในหนองแดนำไปผลิตน้ำประปา 2 สถานี คือ ที่บ้านโคกก่องและบ้านดงสระพัง บริการจ่ายน้ำให้ราษฎร 4 หมู่บ้านและนำไปใช้กับวิทยาลัยเกษตรกรรมอุดรธานี และนำไปเพื่อการเกษตร ทำให้ช่วงฤดูแล้งพื้นที่บางส่วนกลายเป็นทุ่งหญ้าเลี้ยงสัตว์ มีพื้นที่ชุ่มน้ำอยู่หลายพื้นที่ โดยเฉพาะเขตอำเภอเมืองมีหนองน้ำและลำห้วยกระจายตัวอยู่เต็มพื้นที่
หลายยุคหลายสมัยมีการพูดถึงเรื่องพัฒนาหนองแดเป็นระยะ และมีการจัดทำประชาคมโครงการแล้ว 3 ครั้ง ครั้งที่ 1 เมื่อวันที่ 13-14 กรกฎาคม ที่บ้านดอนหวาย บ้านโคกก่อง บ้านดงสระพัง และบ้านดงเจริญ 4 จุด เป็นการลงพื้นที่เก็บข้อมูลกับชาวบ้าน ครั้งที่ 2 เมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม ที่ห้องวีนัส โรงแรมพาราไดซ์ ในเขตเทศบาลนครอุดรธานี โดยมีนายณรงค์ พลละเอียด รองผู้ว่าน อุดรธานี เป็นประธานการประชุมประชาคม และครั้งที่ 3 เมื่อวันที่ 31 กรกฎาคมที่ผ่านมา ที่ห้องประชุมลาวแพน โรงแรมเจริญ เทศบาลนครอุดรธานี
นายสมดี ธรรมโกลัง นายก อบต.กุดสระ กล่าวว่า คณะทำงานได้ลงพื้นที่พูดคุยกับชาวบ้าน ส่วนใหญ่ไม่ได้ขัดขวางโครงการเห็นด้วยในการพัฒนาพื้นที่แต่ต้องไม่กระทบกับวิถีชีวิต ชาวบ้านต้องได้ประโยชน์สูงสุด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการสร้างถนนรอบโครงการ การจัดการน้ำเพื่ออุปโภคบริโภคและการเกษตร การพัฒนาอาชีพ การดูแลวิถีชีวิตของชาวบ้านและการเข้าไปมีส่วนร่วม แสวงหารายได้ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
"หนองแดเป็นแหล่งน้ำธรรมชาติชาวบ้านใช้ประโยชน์ร่วมกันเพื่อผลิตน้ำประปา 4 หมู่บ้าน แหล่งน้ำวิทยาลัยเกษตรกรรมอุดรธานี แหล่งน้ำเพื่อการเกษตรชาวบ้าน และแหล่งอาหารชาวบ้านที่นั่นและใกล้เคียง โดยน้ำจะไหลลอดสะพานรถไฟด้านจะทิศวันตกเข้ามาในหนองแด แล้วไหลผ่านฝายน้ำล้นลงไปลำน้ำห้วยหลวง ส่วนใหญ่ทุกปีน้ำก็แทบจะไม่เหลือจนมีแนวคิดจะผันน้ำจากจุดอื่นมาเพิ่ม ชาวบ้านก็ห่วงว่าจะจัดการน้ำอย่างไร ซึ่งในการประชาคมครั้งต่อมาไม่ได้ใช้ข้อมูลจริงของชาวบ้านที่เข้าไปพูดคุยเพียงแค่นำเสนอรูปแบบที่คณะทำงานศึกษามาเอง โดยผังที่จัดทำขึ้นมาทำให้หนองแดเปลี่ยนไป น้ำจากชุมชนรอบๆ จะไหลไปไหน เพราะมีการสร้างคันคูโดยรอบ น้ำที่ไหลเข้าหนองแดด้านหน้าก็จะหายกลายเป็นแผ่นดินไปหมด ในที่สุดหนองแดก็จะหายไปจากอุดรธานี ชาวบ้านที่เคยเข้ามาหาอยู่หากินจะทำอย่างไร เข้าไปในพื้นที่ได้หรือไม่" นายสมดี กล่าว
ขณะที่ รศ.ดร.สิทธิชัย ตันธนะสฤษดิ์ ผู้เชี่ยวชาญสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ หัวหน้าโครงการ ชี้แจงว่า ประชาชนทุกคนแม้กระทั่งชุมชนรอบหนองแด เห็นด้วยกับโครงการ 100 เปอร์เซ็นต์ และอยากให้มีโครงการเร็วที่สุด ซึ่งหนองแดจะขุดลอกเพื่อให้เป็นพื้นที่กักเก็บน้ำความลึก 5 เมตรเพื่อใช้ในโครงการ 130 ไร่ โดยนำดินที่ขุดลอกขึ้นมาถมที่ก่อสร้างและไม่นำดินจากข้างนอกเข้ามา
ขณะน้ำเสียที่เกิดจากโครงการจะเข้าสู่ระบบบำบัดน้ำพื้นที่ 7 ไร่ แล้วนำน้ำที่บำบัดแล้วมารดน้ำต้นไม้ บำบัดด้วยธรรมชาติอีกครั้ง ไม่ปล่อยออกนอกระบบเด็ดขาด รวมไปถึงระบบกำจัดขยะครบวงจร มีระบบคัดแยก ระบบหมักก๊าซชีวภาพและระบบเตาเผาขนาดเล็ก จะขุดลอกวัชพืชออก ขุดลอกพื้นที่ด้านทิศเหนือ 130 ไร่ให้ลึก 5 เมตร เพื่อเป็นแหล่งสำรองน้ำสำหรับโครงการ แล้วนำดินที่ขุดลอกกลับมาถม 803 ไร่ เป็นพื้นที่สำหรับก่อสร้างโครงการ "โครงการทั้งหมดเป็นระบบปิดใช้น้ำจากอ่างหนองสำโรงเข้ามาสำรองไว้ในหนองน้ำ เพื่อใช้ผลิตประปาโครงการวิทยาลัยเทคโนโลยีเกษตรกรรมอุดรธานี และบริการประชาชนรอบๆ ขณะน้ำเสียที่เกิดจากโครงการจะเข้าสู่ระบบบำบัดแล้ว นำน้ำที่บำบัดแล้วมารดน้ำต้นไม้ ช่วยบำบัดด้วยธรรมชาติอีกครั้ง ไม่ปล่อยออกนอกระบบเด็ดขาด"
ทั้งนี้ ผังโครงการมีการปรับเปลี่ยนตามที่ภาคประชาชนเสนอขึ้นมา เช่น เรื่องงาน การรับคนงาน ส่วนถนนจะไม่สร้างภายในแต่จะสร้างรอบโครงการเพื่อให้ประชาชนสัญจรไปมาได้ โดยจะประสานไปยังทางหลวงชนบทให้พัฒนาถนนเข้าไปยังหมู่บ้าน
ส่วนนายพิศ หมอยาดี รอง ผอ.วิทยาลัยเทคโนโลยีเกษตรกรรมอุดรธานี แสดงความคิดเห็นว่า "หนองแด" เป็นพื้นที่ลุ่มต่ำเป็นพื้นที่รับน้ำฝน ก่อนไหลลงไปยังลำน้ำห้วยหลวงและยังมีลำห้วยหนองแดไหลผ่านเข้าไปในหนองแดและไหลทะลุลงไปที่ลำห้วยหลวง เมื่อมีการก่อสร้างโครงการตามผังแม่บทจะไม่มีที่รองรับน้ำและปิดเส้นทางน้ำไหลลงลำห้วยหลวง จะเกิดน้ำท่วมบ้านเรือนและนาข้าวราษฎร 4 หมู่บ้านรอบหนองแดทั้งหมด
มีข้อเสนอให้แก้ไข 2 ข้อ คือ ขุดคลองรอบพื้นที่โครงการเพื่อให้น้ำจากห้วยหนองแดและน้ำจาก 5 หมู่บ้าน ไหลอ้อมโครงการไปลงลำห้วยหลวงด้านหลังหรือการขุดคลองขนาดโครงการฝั่งทิศเหนือและฝั่งทิศใต้ รองรับน้ำไหลออกไปลงลำห้วยหลวงเช่นกัน ส่วนการจะผันน้ำอ่างหนองสำโรงผ่านคลองไส้ไก่มาลงที่หนองน้ำในโครงการเพื่อผลิตน้ำประปาจะมีปัญหาน้ำล้นคลองไส้ไก่ เสนอให้ผันน้ำมาระบบท่อตรงไปแหล่งน้ำในโครงการ การแก้ไขวิถีชีวิตของชาวบ้านจะต้องเปลี่ยนไป แหล่งอาหารหนองแดจะไม่เหมือนเดิม
หากโครงการเกิดขึ้นภาพของหนองแดจะถูกเปลี่ยนเป็นสิ่งก่อสร้างและถาวรวัตถุแทนที่หนองน้ำกว้างใหญ่ เป็นการนับถอยหลังเฝ้ามองลมหายใจสุดท้ายของหนองแดของชาวอุดรธานี
..............................
(ผุดเมกะโปรเจกท์ทับหนองแด ลมหายใจสุดท้ายแหล่งน้ำเมืองอุดร : โดย...เศกสันติ กัลยาณวิสุทธิ์)



