
ตร.ระยองจับผู้ต้องหาค้ายาเสพติด13ราย
ตร.ระยองสนธิกำลังจับกุมเครือข่ายยาเสพติดได้ผู้ต้องหา 13 ราย พร้อมยึดของกลางยาบ้า 4 พันเม็ด เงินสดกว่า 6 แสนบาท อีกคดี รวบสองผัว-เมียค้ายาไอซ์คาด่านตรวจชุมพร
19 ส.ค.56 นายวิชิต ชาตไพสิฐ ผวจ.ระยอง พร้อมด้วย พล.ต.ต.เชิดชาย เสขะนันทน์ ผบก.ภ.จว.ระยอง นายธงชัย ไชยพรหม ผอ.ปปส.ภาค 2 ชุดปฏิบัติการ ศพส.ภาค 2 บก.สส.ภาค 2 ชุดสืบสวน ภ.จว.ระยอง หน่วยปฏิบัติการพิเศษ (นปพ.) ภ.จว.ระยอง หน่วยปฏิบัติการพิเศษ (นปพ.) ภ.จว.จันทบุรี ปปส.ภาค 2 และ ปปง. ร่วมแถลงข่าวจับกุมผู้ต้องหา 1.นายสราวุธ หรือติ๋ว ทองคำ 2.น.ส.พรนภัส พุกดี 3.นายสมชาย ดีสวัสดิ์ 4.นายสุวิทย์ สุวรรณพิทักษ์ 5.น.ส.ฐานิยา สุวรรณพิทักษ์ 6.นายสมชาย ศรีเพ็ง 7.นายชำนาญยุทธ ดีสวัสดิ์ 8.นายธีระพงษ์ หรือโจ ความดี 9.น.ส.สญามน หรือเปิ้ล ชะอุ่ม 10.นายเสรษฐวุฒิ เจริญศรี 11.นายสี่บุ่น โอภาปัญญาโชติ 12.นายประทีป เชื้อดี 13.นายสมนึก เนตรวงษ์ พร้อมของกลาง เงินสดจำนวน 653,000 บาท สมุดบัญชีเงินฝากจำนวน 11 บัญชี โฉนดที่ดินจำนวน 2 แห่ง รถยนต์จำนวน 16 คัน รถแบ็คโฮ จำนวน 2 คัน รถจักรยานยนต์จำนวน 8 คัน สร้อยข้อมือทองคำหนัก 3 บาท จำนวน 1 เส้น โทรศัพท์มือถือจำนวน 3 เครื่อง แท๊ปเลตจำนวน 1 เครื่อง คอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊คจำนวน 1 เครื่อง เลื่อยยนต์จำนวน 5 เครื่อง
นายวิชิต ชาตไพสิฐ ผวจ.ระยอง กล่าวว่า ได้ประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจ หน่วย ปปส. หน่วย ปปง. สนธิกำลังเข้าตรวจค้นจับกุมเครือข่ายยาเสพติดรายสำคัญ รวมทั้งหมด 31 จุด ตามเป้าหมายในพื้นที่ จ.ระยอง จ.จันทบุรี และจ.สมุทรปราการ ได้ของกลางจำนวนมาก พร้อมผู้ต้องหายาเสพติดรวม 13 คน ซึ่งผู้ต้องหาที่ค้ายาเสพติดทั้งหมดได้ให้เจ้าหน้าที่ ปปส. และ ปปง. ตามยึดทรัพย์ทั้งหมดเพื่อตัดรากถอนโคนผู้ค้ายาเสพติด รวมถึงผู้บงการที่อยู่เบื้องหลัง ในเบื้องต้นการข่าวว่าโยงใยอยู่หลายวงการ ซึ่งกระทำความผิดหลายกรรม หลายวาระ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องยาเสพติด บุกรุกที่ดิน ตัดไม้ทำลายป่า ฯลฯ ซึ่งเป็นปัญหาใหญ่ของสังคม และจะให้เจ้าหน้าที่ขยายผลสาวให้ถึง ผู้บงการตัวจริงที่อาศัยความมืดของภูมิประเทศหลบหนีไปได้ ซึ่งเจ้าหน้าที่จะได้ติดตามมาดำเนินคดีขณะนี้ได้ออกหมายจับไปแล้ว ส่วนผู้ต้องหาที่จับได้วันนี้เป็นเครือข่ายรายใหญ่ของภาคตะวันออก เครือข่ายนี้จะถูกจับกุมดำเนินคดีขั้นเด็ดขาดและจะสาวไปถึงตัวรายใหญ่ได้ในที่สุด
ด้าน พล.ต.ต.เชิดชาย เสขะนันทน์ ผบก.ภ.จว.ระยอง กล่าวว่า ผู้ต้องหาที่จับได้เป็นเครือข่ายรายใหญ่ในจังหวัดระยอง ทาง สภ.แกลง ได้จับกุมเครือข่ายยาเสพติด ผู้ต้องหาได้ซัดทอดว่ายาบ้าทั้งหมดเป็นของนายเศกสรร หรือจอก เนตรวงษ์ และได้ออกหมายจับศาลจังหวัดระยองเลขที่ จ.382/2556 ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้บุกเข้าตรวจค้นบ้านนายเศกสรร หรือจอก เนตรวงษ์ ที่บ้านท่าเสา อ.บ้านค่าย จ.ระยอง แต่ไม่พบตัวผู้ต้องหา แต่สามารถจับกุมลูกน้องของนายเศกสรร หรือจอก ชื่อนายสุวิทย์ สุวรรณพิทักษ์ อายุ 38 ปี อยู่บ้านเลขที่ 36 ม.10 ต.บางบุตร อ.บ้านค่าย จ.ระยอง และน.ส.ฐานิยา สุวรรณพิทักษ์ อายุ 23 ปี อยู่บ้านเลขที่ 50 ม.4 ต.ชากบก อ.บ้านค่าย จ.ระยอง ได้ของกลางยาบ้า 4,000 เม็ด อาวุธปืนขนาด 7.62 มม. จำนวน 1 กระบอก ให้การซัดทอดว่ายาบ้าเป็นของนายเศกสรร หรือจอก เนตรวงษ์ เจ้าหน้าที่จะได้ออกหมายจับอีกต่อไป
ซึ่งนายเศกสรร หรือจอก เป็นผู้ค้ายาเสพติดรายใหญ่ของภาคตะวันออก ก่อนหน้าเมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถจับกุมลูกน้องคนสำคัญชื่อนายพงษ์เทพ จ่อยมณี อายุ 36 ปี อยู่บ้านเลขที่ 51/3 ต.หนองละลอก อ.บ้านค่าย จ.ระยอง ผู้ต้องหาที่ใช้อาวุธสงครามยิงถล่มศูนย์เดลินิวส์ภาคตะวันออกเมื่อวันที่ 19 มกราคม 2555 และเป็นเครือข่ายยาเสพติดของนายเศกสรร หรือจอก เนตรวงษ์ เช่นกัน หรืออาจจะเป็นผู้อยู่เบื้องหลังในการก่อเหตุยิงถล่มศูนย์เดลินิวส์ภาคตะวันออก หากเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมนายเศกสรร หรือจอกได้เมื่อไหร่นำตัว มาสอบสวนจึงจะทราบข้อมูล ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจจะเฝ้าติดตามจับกุมนายเศกสรร หรือจอก เนตรวงษ์ ผู้ต้องหายาเสพติดรายใหญ่มาดำเนินคดีตามกฎหมายให้ได้ รวมทั้งจะประสานหน่วย ปปส. และ ปปง. เพื่อตามยึดทรัพย์สินที่ได้มาจากการค้ายาเสพติดด้วย
จับสองผัว-เมียค้ายาไอซ์คาด่านตรวจชุมพร
พล.ต.ต.พุทธิชาต เอกฉันท์ รอง ผบช.ปส. ,พล.ต.ต.อาชวันต์ โชติกเสถียร ผบก.ปส.4 ได้ร่วมกันแถลงข่าวผลจับกุมผู้ต้องหาขบวนการค้ายาเสพติดจำนวน 2 คน ได้แก่นายประวิทย์ เทพมณี อายุ 25 ปี และน.ส.สมฤทัยหรือปู คงรอด อายุ 19 ปี ได้พร้อมรถยนต์กระบะ ยี่ห้อมิตซูบิชิ หมายเลขทะเบียน บษ 2225 นครศรีธรรมราช จำนวน 1 คัน พร้อมยาบ้า ชนิดสีส้ม จำนวน 27,000 เม็ด ยาไอซ์ น้ำหนักประมาณ 530 กรัม โดยสามารถจับกุมได้ที่บริเวณ ด่านตรวจยานพาหนะชุมพร ถนนเพชรเกษม (กทม-.ชุมพร) ม.2 ต.หงษ์เจริญ อ.ท่าแซะ จ.ชุมพร ในเวลา 20.30 วันที่ 17 ส.ค.ที่ผ่านมา
พล.ต.ต.อาชวันต์ กล่าวว่า การจับกุมครรั้งนี้สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ นปส.ชุมพร กก.ปพ. บก.ส.ส.ภ.8 ตชด.414 สภ.ท่าแซะ สภ.บ้านมาบอำมฤต สภ.ปะทิว สภ.สลุย ได้สนธิกำลังร่วมกันตั้งด่านจุดตรวจบริเวณริมถนนเพชรเกษม (กรุงเทพ-ชุมพร) บริเวณหน้าที่ทำการด่านตรวจยานพาหนะชุมพร หลักกิโลเมตรที่ 466-467 ม.ที่ 2 ต.หงษ์เจริญ อ.ท่าแซะ จ.ชุมพร ในขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำตั้งด่านกวดขันป้องกันยาเสพติดที่บริเวณด่านฯ ดังกล่าวนั้น ก็ได้พบรถกระบะคันที่นายประวิทย์ น.ส.สมฤทัย ผู้ต้องหาได้ขับมา ด้วยท่าทีที่พิรุจ จึงได้ทำการเรียกตรวจค้น จึงได้พบาเสพติดจำนวนดังกล่าวถูกซุกซ่อนไว้ที่บริเวณขอบประตูทั้งสองข้าง จึงได้ทำการควบคุมตัวผู้ต้องทั้งสองคนไว้
จากการสอบสวนผู้ต้องหาได้ให้การรับสารภาพว่า ได้ทำการขนยาเสพติดในลักษณะนี้มาแล้วเป็นครั้งที่ 2 ซึ่งจะได้รับค่าจ้างครั้งละ 100,000 บ. โดยจะมีคนโทรศัพท์ให้ไปรับรถที่จอดไว้ที่ ย่านพุทธมณฑลสาย4 จากนั้นก็จะขับรถไปจอดทิ้งไว้ที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา จากนัน้ก็จะมีคนมารับรถต่อไป เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้แจ้งข้อหา ร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า,ยาไอซ์) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต พร้อมควบคุมตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวน บช.ปส.เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
ตร.บางละมุงจับแก๊งค้ายาบ้า ยึดของกลาง 2.4 หมื่นเม็ด
พล.ต.ต.คัชชา ธาตุศาสตร์ ผบก.ภ.จว.ชลบุรี พ.ต.อ.ศุภชัย ผุยแก้วคำ ผกก.สภ.บางละมุง , พ.ต.ท.จักรรินทร์ ทั่วสุภาพ รอง ผกก.สส. พ.ต.ท.นิตย์ วิธินันทกิตต์ สว.สส. ร.ต.อ.คมวุฒิ ดำรงโภคภัณฑ์ รอง สว.สส. ร.ต.อ.พิสิฐชัย เลิศปรมี รอง สว.สส. ร.ต.อ.พิทักษ์เทพ สายทอง รอง สว.สส. พร้อมกำลังจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.บางละมุง ร่วมแถลงข่าวจับกุมแก๊งค้ายาบ้า ได้ผู้ต้องหาจำนวน 5 คน คือ 1.นายนพพล ติยะบุตร อายุ 44 ปี อยู่บ้านเลขที่ 187 ม.15 ต.สามผง อ.ศรีสงคราม จ.นครพนม , 2.นางมณีรัตน์ จิตจักร อายุ 47 ปี อยู่บ้านเลขที่ 81 ม.3 ต.สามผง อ.ศรีสงคราม จ.นครพนม 3.นายนิเวศน์ จิตอำไพ อายุ 58 ปี อยู่บ้านเลขที่ 81 ม.3 ต.สามผง อ.ศรีสงคราม จ.นครพนม 4.นางสาวนิภาพร วงค์ประพันธ์ อายุ 32 ปี อยู่บ้านเลขที่ 97 ม.3 ต.หนองเทา อ.ท่าอุเทน จ.นครพนม 5.นายทานิน กองแสน อายุ 36 ปี อยู่บ้านเลขที่ 611 ม.3 ต.หนองเทา อ.ท่าอุเทน จ.นครพนม พร้อมของกลาง ยาบ้าจำนวน 24,000 เม็ด โทรศัพท์มือถือจำนวน 10 เครื่อง , สมุดบัญชีธนาคาร 1 เล่ม เงินสดจำนวน 100,000 บาท อาวุธปืนยี่ห้อ ซีแซด รุ่นแชมป์ ราคานับแสนบาท จำนวน 1 กระบอก , คอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊ค 1 เครื่อง บัตรเอทีเอ็ม 7 ใบ , รถยนต์เก๋งและรถยนต์กระบะที่ใช้ในการขายาบ้าจำนวน 6 คัน และรถจักรยายนต์จำนวน 1 คัน
พล.ต.ต. คัชชา ธาตุศาสตร์ ผบก.ภ.จว.ชลบุรี เปิดเผยว่าสืบเนื่องจาก พ.ต.อ.ศุภชัย ผุยแก้วคำ ผกก.สภ.บางละมุง พร้อมกำลังได้ร่วมกันสืบสวนจับกุมแก๊งค้ายาเสพติดในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง จนทราบทราบว่ามีแก๊งค้ายาบ้าเครือข่ายจังหวดนครพนม ซึ่งนำยาบ้ามาจำหน่ายเขตุภาคอีสานและจังหวัดชลบุรี โดยมี นายทานินฯและนางสาวนิภาพร เป็นเอเย่นต์ค้ายาบ้าทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงวางแผนจับกุมโดยส่งสายลับโทรติดต่อสั่งซื้อยาบ้าจากนายทานินฯและนางสาวนิภาพร โดยมีการนัดหมายให้นำยาบ้ามาส่งที่ที่ถนนสายกุมภวาปี-ศรีธาตุ ป้ายหมู่บ้านคำกุง ต.หัวนาคำ อ.ศรีธาตุ จ.อุดรธานี แต่เอเย่นต์ทั้งสองคนได้แจ้งกับสายลับว่าจะสั่งการให้ลูกน้องนำยาบ้าไปส่งบริเวณจุเดนัดหมาย โดยให้หมายเลขโทรศัพท์ติดต่อมากับทางสายลับ จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ดักซุ่มบริเวณดังกล่าวเพื่อจับกุม กระทั่งถึงเวลานัดหมาย นายนพพลฯและนางมณ๊รัตน์ฯ ได้ขับรถยนต์เก๋งยี่ห้อ เชฟโรเล็ต อาวีโอ้ สีดำ เข้ามาจอดบริเวณจุดนัดหมาย โดยมีนายนิเวศน์ฯ เพื่อนร่วมแก๊งค้ายาบ้า ขับขี่รถยนต์กระบะ ยี่ห้อ มิตซูบิชิ ไทรทรัน สีแค๊บ 4 ประตู ป้ายแดง ขับมาสำรวจเส้นทางให้ จากนั้นเจ้าหน้าทีตำรวจจึงจู่โจมเข้าจับกุมแก๊งค้ายาบ้าทั้ง3คน ได้พร้อมของกลางยาบ้า จำนวน 24,000 เม็ด
จากการสอบสวนผู้ต้องหาทั้ง3คนก็มห้เการรับสารภาพว่าทำงานตามคำสั่งให้กับหัวหน้าแก๊งก็คือ นายทานิน (น้องชายของสามีนางมณีรัตน์ฯ) และนางนิภาพรฯ (ภรรยาของนายทานินฯ) เป็นผู้สั่งการให้นำยาบ้ามาส่งให้กับลูกค้า โดยไปรับยาบ้ามาจาก อ.ท่าอุเทน จ.นครพนม และนำมาส่งให้กับลูกค้าตามคำสั่งของหัวหน้าแก๊งโดยได้รับค่าจ้างเป็นเงินจำนวนหนึ่งซึ่งรับงวานส่งยาบ้ามาแล้วหลายครั้งก่อนที่จะมาถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุม ต่อมาเจ้าหน้าที่หน้าที่ตำรวจก็ได้ทำการขยายผลตามจับกุมตัว นายทานินฯและนางนิภาพรฯ ซึ่งเป็นหัวหน้าแก๊งค้ายาบ้า และสามารถจับกุมตัวทั้ง 2 คน ได้ที่บ้านเลขที่ 97 ม.3 ต.หนองเทา อ.ท่าอุเทน จ.นครพนม หลังจากถูกจับกุมหัวหน้าแก๊งค้ายาบ้าก็ให้การรับสารภาพว่า สั่งซื้อยาบ้ามาจากประเทศลาวโดยมีขบวนการค้ายาบ้านำยาบ้าข้ามจากฝั่งประเทศลาวมาส่งที่ฝั่งบริเวณเขต อ.ท่าอุเทน จ.นครพนม จากนั้นก็จะนำยาบ้ามากระจายขายให้กับลูกค้าทั้งในเขตภาคอีสานและภาคตะวันออก ซึ่งลักลอบขายมาแล้วหลายครั้ง ซึ่งเงินที่ได้จากการขายยาบ้านั้นก็จะเอามาแบ่งกันใช้และ นายทานินซึ่งเป็นหัวหน้าแก๊งนั้นก็ยังได้เอาเงินที่ได้จากการค้ายาไปซื้อาวุธปืนยี่ห้อ ซีแซด รุ่นแชมป์ ซึ่งเป็นอาวุธปืนที่มีราคาแพงมาพกติดตัวเพื่อใช้อีกด้วย
ทั้งนี้จากการสอบสวนขยายผลเจ้าหน้าที่ตำรวจยังทราบว่า แก๊งค้ายาเสพติดแก๊งนี้ร่วมกันค้ายาแบบเครือญาติ โดยเครือข่ายค้ายาเสพติดของนาทานินฯนั้น พบว่ายังมีพี่ชายและญาตินายทานินฯชื่อนายสัญญา กองแสนและนายรัตนา กองแสน ได้ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวง จ.สกลนคร จับกุมตัวได้พร้อมของกลางยาบ้าอีกกว่า 3,000 เม็ดเมื่อวันที่ 4 ก.ค. ที่ผ่านมา ทำให้ในเวลาต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ท่าอุเทน จ.นครพนม เจ้าตรวจค้นบ้านญาติของนายสัญญา จนสามารถตรวจยึดเงินสดที่ได้จากการค้ายาเสพติดอีกประมาณ 800,000 บาท พร้อมสมุตดบัญชีธนาคารต่างๆและทรัพย์สินอื่นๆที่ได้จากการค้ายาเสพติดหลายรายการมูลค่ากว่า 1 ล้านบาทเศษ
อย่างไรก็ตามทรัพย์สินทั้งที่ตรวจยึดได้และทรัพย์สินมีค่าที่ที่ยังอยู่ในความครอบครองนั้นเจ้าหน้าที่จะได้ทำการตรวจยึดทรัพย์ตามความผิดเกี่ยวกับ พรบ.ยาเสพติดต่อไป



