ข่าว

รวมพลังปันแนวคิดต้านคอร์รัปชั่น

รวมพลังปันแนวคิดต้านคอร์รัปชั่น

20 ส.ค. 2556

ไลฟ์สไตล์ : รวมพลังปันแนวคิดต้านคอร์รัปชั่น

 

                      จากผลสำรวจโดยองค์กรความโปร่งใสระหว่างประเทศ ไทยจัดอยู่ในอันดับที่น่าเป็นห่วง ปัจจุบันจึงมีหน่วยงานเริ่มเข้ามาใส่ใจในประเด็นหลัก เน้นเรื่องคอร์รัปชั่น ภายในงานสมัชชาคุณธรรมแห่งชาติ ครั้งที่ 6 ศิรินา โชควัฒนา ปวโรฬารวิทยา ประธานเครือข่ายคุณธรรม ของมูลนิธิ ดร.เทียม โชควัฒนา จึงร่วมกับสมาคมสหพันธ์สตรีเพื่อสตรี จัดเสวนา “ประเทศไทยจะเป็นอย่างไร ถ้าคนไทยขาดความซื่อตรงและจริงใจ” เปิดโอกาสให้ผู้แทนเยาวชนไทยหัวใจคุณธรรมจาก 6 สถาบันมีเวทีแสดงแนวคิด วิเคราะห์และแลกเปลี่ยนความคิดเห็น โดยได้รับเกียรติจาก ประมนต์ สุธีวงศ์ ประธานองค์กรต่อต้านคอร์รัปชั่น (ประเทศไทย) มากล่าวเปิดงาน ที่เมืองทองธานี เมื่อเร็วๆนี้

                      เปิดวงเสาวนาด้วย ศิรินา โชควัฒนา ปวโรฬารวิทยา กล่าวรายงานวัตถุประสงค์ว่า มูลนิธิ ดร.เทียม โชควัฒนา มีความเชื่อว่า ความดีเป็นสิ่งสำคัญของมนุษย์ สังคม และประเทศชาติ วันนี้เยาวชนจากโครงการโรงเรียนคุณธรรม ดร.เทียม โชควัฒนา ทั้ง 6 สถาบันมาร่วมกันเสวนา วิเคราะห์ และแสดงความคิดเห็นว่า ประเทศไทยจะเป็นอย่างไร ถ้าคนไทยขาดความซื่อตรงและจริงใจ เพื่อแสดงให้เห็นว่าเยาวชนของชาติมีความรู้ ความห่วงใยประเทศชาติ รู้จักวิเคราะห์ปัญหาของสังคม รวมถึงมีคุณธรรม จริยธรรม ศีลธรรม และต้องการร่วมกันสร้างคนไทยให้ซื่อตรง และจริงใจ เพื่อความเจริญรุ่งเรืองของคนไทยทุกคน

                      จากนั้นผู้แทนจาก 6 สถาบัน ได้ร่วมกันแสดงถึงมุมมองจากประสบการณ์ เริ่มจากศิษย์เก่าโรงเรียนพระดาบส อนุชน โอภาสชัย กล่าวว่า ความซื่อสัตย์ ความจริงใจในสังคมไทยสมัยก่อนอยู่กันแบบถ้อยทีถ้อยอาศัย ใช้ชีวิตแบบพอเพียง ต่างจากปัจจุบันที่เร่งรีบ เห็นแก่ตัว เรามีต้นแบบที่ดีที่สุด อยู่อย่างพอเพียงตามรอยพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว อย่างตนเองโทรศัพท์ที่ใช้ราคาหลักพันบาทก็โทรหาแฟน ติดต่องานได้ปกติ ตัวเองเป็นชาวเชียงรายอยู่บนดอยแบบช่วยเหลือกัน แต่ตอนนี้เริ่มจางลง เพราะติดกับความหรูหราเกินความจำเป็น อยากให้ทุกคนหันมาดูแลช่วยเหลือเอื้อเฟื้อคนที่ลำบากกว่ามากขึ้น

                      ต่อด้วยแนวคิดผู้แทนจากมหาวิทยาลัยศรีปทุม เทวินทร์ จันทร์เทศ นักศึกษาคณะนิติศาสตร์ ชั้นปีที่ 4 บอกว่า ความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลจะเหมือนใส่หน้ากากพูดคุยกัน โดยยื่นมือซ้ายจับมือซ้ายของคนที่อยู่ข้างหน้า มือขวาของแต่ละคนนั้นจะคอยจับมีด เมื่อมีโอกาสก็พร้อมจะแทงคนที่อยู่ข้างหน้าทันที ดังนั้นต้องมีวิธีการปลูกฝังจิตสำนึกในความซื่อสัตย์ ความจริงใจ เพื่อเป็นกำลังหลักในการพัฒนาประเทศกลับมาสงบอีก ไม่โกง มีแต่รอยยิ้มที่บริสุทธิ์

                      ขณะที่ อดิศักดิ์ เรืองพิพัฒนเดช คณะวิศวกรรมศาสตร์ ปี 4 มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย บอกว่า เส้นบางๆ ที่คั่นระหว่างน้ำใจกับความไม่ซื่อตรง พื้นฐานคนไทยมีลักษณะถ้อยทีถ้อยอาศัย มีน้ำใจ ช่วยเหลือกันได้ก็ช่วยกันไป หลายครั้งเป็นการยากที่จะตัดสินได้ว่าเป็นการช่วยเหลืออย่างจริงใจหรือไม่ แม้ค่านิยมจะเป็นที่ยอมรับอาจกล่าวได้ว่า ทำผิดโดยสุจริต
 ปิดท้ายด้วยนักศึกษาหญิงหนึ่งเดียวในวงเสวนา มาลินี วรรณทอง คณะนิเทศศาสตร์ปีที่ 3 จากมหาวิทยาลัยกรุงเทพ บอกว่า คำว่า ซื่อตรง หมายถึง ความประพฤติตรงและมีความจริงใจ ไม่คิดคดทรยศ ไม่เห็นแก่ตัว ทั้งต่อตนเองและผู้อื่น ซึ่งควรเริ่มต้นจากการปลูกฝังของครอบครัว การแสดงออกสู่สังคมในเรื่องของความมีน้ำใจและการให้อภัยกัน

                      "ยกตัวอย่างสิ่งที่ได้พบเจอมา มีคนเล่าเรื่องราวของเขาอย่างภาคภูมิใจว่า เมื่อหลายปีก่อนได้ทำให้ผู้อื่นเดือดร้อน และได้รับการช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่ โดยได้ให้ค่าตอบแทนเพื่อให้ช่วยตนเองพ้นจากความผิดนั้น ซึ่งเป็นความผิดทั้งด้านคุณธรรมและศีลธรรม พอได้ฟังแล้วรู้สึกสลดใจมาก และชวนให้หันกลับมามองตนเอง ถ้าวันหนึ่งเป็นคุณเองที่ได้เป็นแบบนั้นคุณจะรู้สึกอย่างไร ไม่อยากให้สังคมไทยเป็นแบบนี้ และหลายคนก็คงไม่อยากให้เกิดขึ้นกับตนเอง ถ้าเราจับมือรวมใจเป็นไทยอย่างซื่อตรงและจริงใจ" มาลินี กล่าว

                      หากทุกภาคมีความเข้มแข็งในการปลูกฝังและหล่อหลอมกล่อมเกลาประชาชนคนไทยในด้านคุณธรรม ความซื่อสัตย์ และความซื่อตรง ย่อมเป็นภูมิคุ้มกันให้สังคมไทยหลุดพ้นจากวิกฤติ โดยเฉพาะเรื่องการทุจริตคอร์รัปชั่นของภาคต่างๆ ก็จะสูญสลายไปจากเมืองไทย