ข่าว

'กทม.'ผุดไอเดียบริการรับ-ส่งปชช.จุดเสี่ยง

'กทม.'ผุดไอเดียบริการรับ-ส่งปชช.จุดเสี่ยง

19 ส.ค. 2556

'กทม.' ผุดไอเดียรับ-ส่งปชช.ในซอยเปลี่ยว ช่วงเวลา 21.00-24.00 น. หวังลดเหตุอาชญากรรม พร้อมระบุ 'สุขุมพันธุ์' เตรียมแถลงผลงานปลาย ก.ย.นี้

 

                      19 ส.ค.56 น.ส.ตรีดาว อภัยวงศ์ โฆษกกรุงเทพมหานคร (กทม.) กล่าวภายหลังการประชุมคณะผู้บริหาร ครั้งที่ 12/2556 ว่า ที่ประชุมได้เตรียมเปิดโครงการกลับบ้านปลอดภัยไป-กลับเทศกิจ ซึ่งขณะนี้นำร่องไปแล้วที่เขตราษฎร์บูรณะ เพื่อให้เจ้าหน้าที่เทศกิจทั้ง 50 เขตนำรถยนต์ที่ใช้เข้าเวรช่วงกลางคืนไปรับส่งประชาชนในพื้นที่เปลี่ยว หรือในพื้นที่ที่เป็นจุดเสี่ยง ในช่วงเวลา 21.00 - 24.00 น. โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย ซึ่งจะให้สำนักงานเขตได้ประสานงานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจท้องที่เพื่อไปสำรวจว่าแต่ละเขตมีจุดใดไม่สะดวก หรือไม่ปลอดภัย จะเริ่มต้น 1 เขต 1 ซอย 1 คัน รวม 50 คัน 50 เขต ส่วนพื้นที่ไหนมีจุดเสี่ยงจำนวนมาก อาจจะเพิ่มรถยนต์ได้มากกว่า 1 คัน เพื่อลดปัญหาอาชญากรรม จากนั้นจะมีการประเมินผลโครงการว่าประสบความสำเร็จหรือไม่

                      "โครงการนี้จะไม่มีการตั้งงบประมาณเพื่อจัดหารถใหม่ เพราะอาจมีความล่าช้า แต่จะใช้รถยนต์ซึ่งเป็นรถของเข้าหน้าที่เข้ามาใช้งานในแต่ละพื้นที่ตามโครงการ ซึ่งต่อไปจะมีโครงการเทศกิจอยู่เป็นเพื่อน แต่ขณะนี้อยู่ระหว่างการจัดทำรายละเอียดอีกครั้ง" น.ส.ตรีดาว กล่าว

                      น.ส.ตรีดาว กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ น.ส.ปราณี สัตยประกอบ ผู้อำนวยการสำนักวัฒนธรรม กีฬา และท่องเที่ยว กทม. รายงานต่อที่ประชุมคณะผู้บริหาร ว่า สำนักวัฒนธรรมฯ เตรียมการจัดงานเฉลิมฉลอง 20 ปี ความสัมพันธ์เมืองพี่เมืองน้องระหว่างกรุงเทพฯกับกรุงปักกิ่ง  โดยร่วมกับกรุงปักกิ่งจัดการแสดงกายกรรมปักกิ่งขึ้นจำนวน  2 รอบ ในวันที่ 24-25 สิงหาคม 2556 ที่อาคารกีฬาเวสน์ 2 ศูนย์เยาวชนกรุงเทพมหานคร (ไทย-ญี่ปุ่น) โดยเลขาธิการกรุงปักกิ่งและคณะจะเดินทางมาร่วมงานฉลองครั้งนี้ด้วย ซึ่งกรุงเทพฯและกรุงปักกิ่ง จะร่วมกันจัดกิจกรรมเฉลิมฉลองความสัมพันธ์ 20 ปี อาทิ การแลกเปลี่ยนเทเบิลเทนนิส และกีฬาเชื่อมความสัมพันธ์ มีการแลกเปลี่ยนนำคณะนักกีฬาเทเบิลเทนนิสของไทย ไปร่วมฝึกกับโค้ชของจีนที่กรุงปักกิ่ง เมื่อเดือนมีนาคม 2556 จากนั้นโค้ชชาวจีนได้มาสอนให้นักเรียนโรงเรียนกีฬาของกทม.

                      น.ส.ตรีดาว กล่าวต่ออีกว่า ขณะเดียวกันทีทผ่านมากทม.ยังได้เข้าร่วมงาน CIFTIS Promotion Fair (China International Fair for Trade and Service 2013) โดยมีนายอมร กิจเชวงกุล รองผู้ว่าฯกทม. และคณะผู้บริหารเข้าร่วมกิจกรรมที่กรุงปักกิ่ง ระหว่างวันที่ 28 พฤษภาคม - 1 มิถุนายนที่ผ่านมา

                      อย่างไรก็ตามภายหลังการแสดงกายกรรมปักกิ่ง ที่กรุงเทพฯครั้งนี้แล้ว ทางกรุงปักกิ่งจะร่วมจัดงานบางกอกแฟร์ แสดงสินค้าบริการ การท่องเที่ยว จากนั้นทาง กทม.จะนำคณะการศิลปวัฒนธรรมไทย หัตถกรรม ภาพยนตร์ไทย อาหารและผลไม้ไทย ไปจัดแสดง ที่กรุงปักกิ่ง ในเดือนตุลาคมอีกด้วย

 

'สุขุมพันธุ์' เตรียมแถลงผลงานปลาย ก.ย.นี้

 

                     น.ส.ตรีดาว อภัยวงศ์ โฆษกกรุงเทพมหานคร (กทม.) กล่าวถึงการเตรียมการแถลงผลงานครบ 6 เดือน ของ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าฯกทม. ว่า ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ จะเตรียมแถลงข่าวผลงานในช่วงปลายเดือนกันยายนนี้ โดยการแถลงข่าวครั้งนี้จะมีความแปลกใหม่แตกต่างจากการแถลงผลงานแบบเดิมๆ ที่ผ่านมา แต่ตนยังไม่ขอเปิดเผย แต่ผลงานที่จะแถลงนั้นกทม.จะดำเนินการจะครบตามนโยบายหาเสียงที่ได้แถลงไว้ และผลงานแต่ละโครงการนั้นจะมีความคืบหน้าแตกต่างกันไป บางโครงการอาจจะใกล้แล้วเสร็จ บางโครงการอาจจะเพิ่งเริ่มต้น หรือบางโครงการจะต้องดำเนินการต่อเนื่อง โดย ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ ได้มอบหมายให้ นายอมร กิจเชวงกุล รองผู้ว่าฯกทม. เป็นผู้รวบรวมข้อมูล เพื่อเตรียมนำมาประกอบการแถลงข่าว

                     ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับ 10 มาตรการเร่งด่วนตามนโยบายหาเสียง ประกอบด้วย 1.การติดตั้งกล้องโทรทัศน์วงจรปิด (ซีซีทีวี) เพิ่มเติม จำนวน 27,000 ตัว ซึ่งภายในปี 2556 2.การรับสมัครอาสาสมัครชุมชน ซึ่งภายในปี 2557 จะเพิ่มจำนวนอาสาสมัครให้ครบ 760 ชุมชน และในปี 2558 จะมีให้ครบทุกชุมชนทั่วกรุงเทพฯ 3. การปรับลดค่าโดยสารรถไฟฟ้าบีทีเอสส่วนต่อขยาย จาก 15 บาท เป็น 10 บาท 4. การปรับลดอัตราดอกเบี้ยสถานธนานุบาลของ กทม. โดยคิดอัตราดอกเบี้ยจาก 50 สตางค์ เป็น 25 สตางค์ 5.การสอนภาษามาลายูฟรี 6.การปรับสถานะของอาสาสมัครดูแลเด็กเล็กให้เป็นลูกจ้างกทม. ซึ่งขณะนี้กำลังแก้ไขระเบียบในเรื่องของค่าตอบแทนและสถานภาพ

                     7.การเปิดจุดบริการพิเศษงานทะเบียนราษฎรในห้างสรรพสินค้า จะเปิดเป็นแห่งแรกที่ศูนย์การค้าพาราไดซ์พาร์ค เขตประเวศ ในเดือนมิถุนายนนี้ และจะเปิดอีก 7 แห่งทั่วทุกมุมเมืองภายในปีนี้ 8.การ ติดตั้งระบบอินเตอร์เน็ตไร้สายความเร็วสูง (ไวไฟ) 5,000 จุด กำลังดำเนินการอยู่ 9.การเพิ่มบริการเก็บขยะ 10.การเพิ่มรถแท็กซี่สำหรับผู้พิการ ซึ่งภายใน 4 ปี จะดำเนินการให้ครบ 100 คัน สำหรับ 6 นโยบายหลัก ได้แก่ 1.มหานครแห่งความปลอดภัย 2.มหานครแห่งความปลอดภัย 3.มหานครสีเขียว 4.มหานครแห่งการเรียนรู้ 5.มหานครแห่งโอกาสของทุกคน 6.มหานครแห่งอาเซียน

 

'กทม.' เร่งสกัด 'ไข้เลือดออก' ระบาด พบผู้ป่วยสะสม 7 พันคน

 

                      นายวงวัฒน์ ลิ่วลักษณ์ ผู้อำนวยการกองควบคุมโรคติดต่อ สำนักอนามัย กทม. กล่าวถึงสถานการณ์โรคไข้เลือดออกในกรุงเทพฯ ภายหลังกระทรวงสาธารณะสุข ออกมาระบุว่าทั้งประเทศพบผู้ป่วยสะสมแล้ว 43,609 ราย เสียชีวิต 50 ราย มียอดผู้ป่วยมากกว่าปี 2555 เกือบ 3.1 เท่า ว่า ขณะนี้ในพื้นที่กรุงเทพฯพบผู้ป่วยสะสมตั้งแต่ต้นปี 2556 ถึงเดือนสิงหาคมจำนวน 7,133 ราย แต่ตัวเลขยังใกล้เคียงกับยอดของเดือนสิงหาคมในปี 2555 ซึ่งทั้งปีที่แล้วมียอดผู้ป่วยทั้งหมด 10,081 ราย จึงมีการคาดการณ์ว่าในปีนี้ยอดผู้ป่วยมีแนวโน้มสูงขึ้น อาจจะถึง 1 หมื่นรายในช่วงสิ้นปีได้ โดยเฉพาะในเดือนกรกฎาคมถึงเดือนสิงหาคม เป็นช่วงที่มีการระบาดสูงที่สุด ทำให้จากนี้กองควบคุมโรคจะเร่งรณรงค์ประชาชน รวมถึงลงพื้นที่เพื่อชะลอยอดผู้ป่วยโรคไข้เลือดออก เพราะสถานการณ์ยังน่าเป็นห่วงพอสมควร

                      นายวงวัฒน์ กล่าวด้วยว่า ทั้งนี้ ช่วงเด็กวัยเรียน 10-14 ปี เป็นช่วงอายุที่มียอดป่วยสูงสุด รองลงมาเป็นช่วง 5-9 ปี และ 15-25 ปีตามลำดับ ซึ่งขณะนี้มีผู้เสียชีวิตยืนยันแล้ว 1 ราย เป็นหญิงอายุ 20 ปี เสียชีวิตเมื่อเดือนมกราคม ที่เขตหนอกจอก นอกจากนี้ยังมีเสียชีวิตอีก 2-3 ราย แต่อยู่ระหว่างการตรวจผลยืนยันว่าเสียชีวิตจากโรคไข้เลือดออกหรือไม่ อย่างไรก็ตาม การป้องกันโรคเบื้องต้นขอให้ประชาชนเฝ้าระวังไม่ให้ยุงลายกัด รวมถึงไปสำรวจแหล่งเพาะพันธุ์ของลูกน้ำรอบบ้าน สถานศึกษา หากพบขอให้เข้าไปทำลายทันที แต่ถ้าพบว่าบุคคลใกล้ชิดมีอาการอาเจียน มีไข้สูงขอให้ไปพบแพทย์ทันที เนื่องจากสถานการณ์โรคไข้เลือดออกยังต้องติดตามอย่างใกล้ชิด ซึ่งในปีนี้มีแนวโน้มจะมากขึ้นด้วย