
"อภิสิทธิ์"แจงเหตุครม.ไม่อนุมัติจ่ายเงินให้"อีส วอเตอร์"
มาร์ค ปัดไม่ได้ขัดขา ชทพ.หลัง ครม.ไม่ผ่านโครงการวางท่อเชื่อมอ่างเก็บน้ำประแสร์ ของ บริษัทอีสวอเตอร์ มั่นใจ ชุมพล และแกนนำพรรคเข้าใจ
ทำเนียบรัฐบาล เมื่อเวลา 11.35 น. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีการเบรก โครงการวางท่อเชื่อมจากอ่างเก็บน้ำประแสร์ไปอ่างเก็บน้ำคลองใหญ่ จ.ระยอง วงเงิน 1,680 ล้านบาท เพื่อให้กรมชลประทานไปชำระให้แก่บริษัทจัดการและพัฒนาทรัพยากรน้ำภาคตะวันออกจำกัด(มหาชน)หรือ EAST WATER ที่พรรคชาติไทยพัฒนาเป็นคนเสนอ ว่า เป็นโครงการที่เอาน้ำจากเขื่อนประแสร์เข้ามา ซึ่งเป็นโครงการที่พยายามแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ำเมื่อ 2-3 ปีที่ผ่านมา ในพื้นที่ภาคตะวันออกซึ่งมีปัญหามาก ทางรัฐบาลในขณะนั้นจึงมีมติ ครม.ให้บริษัทอีส วอร์เตอร์เป็นคนไปดำเนินการในการผันน้ำเข้ามา และอนุมัติกรอบวงเงินงบประมาณ 1,008 ล้านบาท รวมค่าน้ำอีกกว่า 600 ล้านบาท เมื่อทางบริษัทอีส วอร์เตอร์ทำเสร็จ อย่างไรก็ตามจากการพิจารณาของ ครม.ก็มีความเป็นห่วงกรณีที่บริษัทอีส วอร์เตอร์ไปว่าจ้างบริษัทเอกชนทำงาน ซึ่งขณะนี้งานทั้งหมดเสร็จสิ้นแล้วจึงจะมาขอเบิกเงินจากรัฐบาล
“แต่รัฐบาลตรวจสอบดูแล้วก็พบว่าไม่ได้มีสัญญาอะไรเลยกับบริษัทอีส วอร์เตอร์ และในขั้นตอนที่บริษัทอีส วอร์เตอร์ไปจ้างบริษัทเอกชนก็ยังไม่พบว่ามีหน่วยงานของราชการเข้าไปตรวจสอบเพื่อดูว่าการจัดซื้อจัดจ้างและรายละเอียดของงานเป็นอย่างไร ดังนั้นการจะมาขอให้ ครม.อนุมัติงบประมาณออกไปก็จะเกิดปัญหาในแง่ของระเบียบราชการขึ้นว่าเอาเงินไปจ่ายโดยไม่มีเรื่องการจัดซื้อจัดจ้างหรือสัญญาใดๆทั้งสิ้น จึงได้ขอให้นายธีระ วงศ์สมุทร รมว.เกษตรและสหกรณ์ ไปช่วยดูอีกทีเพราะเคยดำรงตำแหน่งในกระทรวงเกษตรฯในขณะนั้นและทราบเรื่องดังกล่าวมาตั้งแต่ต้น รวมทั้งให้หน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องเข้ามาดูทั้งในเรื่องของเนื้องานและกฎหมายว่าเป็นอย่างไร อย่างไรก็ตามโดยหลักการราชการจะต้องใช้ประโยชน์จากโครงการดังกล่าวและคงจะต้องมีการจ่ายเงิน แต่ควรจะจ่ายเท่าไหร่และจ่ายได้อย่างไรเป็นประเด็นที่ต้องไปดู เพราะรัฐบาลเองก็ต้องการให้โครงการนี้ใช้ได้แต่ต้องมีกระบวนการตรวจสอบที่ชัดเจนว่าการจะจ่ายเงินนั้น เนื้องาน และวงเงินที่ต้องจ่ายจริงควรเป็นเท่าไหร่ ” นายอภิสิทธิ์กล่าว
ผู้สื่อข่าวถามว่าแต่ในระหว่างการพิจารณาดูเหมือนทางพรรคชาติไทยพัฒนาจะไม่เข้าใจ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า รมว.เกษตรฯ เข้าใจดี ซึ่งในการประชุม ครม.ก็มีการแสดงความคิดเห็น พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ รองนากยรัฐมนตรี ก็ไม่ได้มีประเด็นที่ติดใจอะไรก็เข้าใจในสถานการณ์ ส่วนนายชุมพล ศิลปอาชา รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา ในฐานะหัวหน้าพรรค ก็เพียงแต่สอบถามเท่านั้นเองว่าทำไมสภาพัฒน์ฯ (สศช.) ก็เคยให้ความเห็นชอบในโครงการดังกล่าว แต่พอมาถึงปัจจุบัน ทาง สศช.กลับไม่แน่ใจว่าจะดำเนินการได้หรือไม่อย่างไร และบังเอิญว่านายอำพล กิตติอำพล เลขาธิการ สศช.ซึ่งเป็นผู้ทำความเห็นในขณะนี้ กับ สศช.ในขณะนั้นที่ทำความเห็นโดยรองเลขาธิการฯ ปฏิบัติราชการแทน เป็นคนละคนกัน ทางหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนาก็เพียงแต่มองว่าเป็นเรื่องภายในของ สศช.หรือเปล่า ตนก็ได้บอกว่าความจริงเรื่องภายในของ สศช.คงไม่ใช่ประเด็น แต่ประเด็นหลักอยู่ที่ราชการจะทำอย่างไรถึงจะถูกต้อง
นายอภิสิทธิ์ กล่าวอีกว่า โครงการนี้เป็นโครงการใหม่ตอนที่ภาคตะวันออกขาดแคลนน้ำมากจึงมีโครงการให้ผันน้ำจากโครงการเขื่อนประแสร์เข้ามาในพื้นที่ โดยเวลานั้นได้มีมติ ครม.ให้บริษัทอีส วอร์เตอร์ไปดำเนินการและรัฐบาลจะจ่ายเงินให้ ซึ่งการที่บริษัทอีส วอร์เตอร์ไปจ้างคนอื่นทำแล้วจะมาขอเบิกเงิน โดยที่ไม่มีสัญญาอะไรทั้งสิ้น ไม่มีขั้นตอนการจัดซื้อจัดจ้าง เมื่อถามว่าเป็นเพราะทางบริษัทอีส วอร์เตอร์ ตีขลุมเพื่อทำโครงการหรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ตอนนี้เราต้องการเปิดใช้โครงการแต่ทางบริษัทอีส วอร์เตอร์ถือว่าเขาเป็นผู้ลงทุนทั้งหมดและยังไม่ได้เงิน
เมื่อถามว่ามันมีความผิดปกติในขั้นตอนใด นายอภิสิทิ์ กล่าวย้ำว่า “ผมก็ไม่เคยเห็นกรณีที่ยังไม่มีสัญญา ไม่มีขั้นตอนในการจัดซื้อจัดจ้างอะไรเลยแล้วไปทำโครงการ ตรงนี้ก็ต้องไปดูว่าความจริงแล้วจะสามารถอาศัยช่องทางอำนาจอะไรได้ และจะมีวิธีการใดที่จะทำให้ราชการสามารถตรวจสอบได้ว่าค่าใช้จ่ายที่ใช้ในการลงทุน และเนื้องานที่จะได้มานั้นควรจะเป็นเท่าไหร่ อย่างไรก็ตามทางบริษัทอีส วอร์เตอร์ อ้างมติ ครม.
ต่อข้อถามว่านายธีระก็เป็นข้าราชการกระทรวงเกษตรฯในขณะนั้นทำไมไม่รู้ข้อเท็จจริง นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า นายธีระก็บอกว่าทราบเรื่องและก็บอกว่าหนักใจว่ามันไม่มีตัวสัญญาระหว่างรัฐกับทางบริษัทอีส วอร์เตอร์เลย เพียงแต่รับรู้มาว่าเป็นโครงการที่รัฐบาลมอบหมายทางบริษัทอีส วอร์เตอร์ไป ต่อมามีการตั้งคณะกรรมการบริหารขึ้นมาเพื่อดูแลจนถึงวันที่ 19 ก.ย.ที่ผ่านมาก็หมดวาระไป จึงมีข้อสังสัยว่ามันเป็นงานของกรมชลประทานหรือการประปาส่วนภูมิภาค ระหว่างนั้นทางบริษัทอีส วอร์เตอร์ก็เดินหน้าทำงานไปและเมื่องานเสร็จก็มาขอเงิน ซึ่งในหลักการแล้วถ้าราชการทำสัญญาว่าจ้างก็ไม่มีปัญหา แต่ปัญหาขณะนี้คือไม่พบสัญญาการว่าจ้าง ไม่มีการประมูล มีแต่มติแล้วบริษัทอีส วอร์เตอร์ก็ไปดำเนินการ
เมื่อถามว่าได้ย้อนดูมิต ครม.ในครั้งนั้นหรือไม่ว่ามีมติอย่างไรบ้าง นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า มีมติ ครม. เมื่อวันที่ 2 ส.ค. 2549 มอบให้บริษัทอีส วอร์เตอร์ไปดำเนินการ
ผู้สื่อข่าวถามต่อว่ารัฐไม่จ่ายเงินได้หรือไม่ ในเมื่อเราไม่มีสัญญาว่าจ้างอะไรเลย นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ก็จะต้องไปดูในแง่ของกฎหมาย แต่สิ่งที่เราต้องการคือให้โครงการดังกล่าวใช้ได้ ราชการก็พร้อมให้ค่าตอบแทนที่เป็นธรรมแต่ต้องดำเนินการให้ชอบด้วยกฎหมายและมีหลักประกันว่าเงินกับงานสมน้ำสมเนื้อ ขณะนี้โครงการดังกล่าวยังไม่ได้เปิดใช้เพราะทางบริษัทอีส วอร์เตอร์ ถือว่าเป็นผู้ลงทุนและรัฐบาลเป็นหนี้เขา
ผู้สื่อข่าวถามว่าจะกลายเป็นอีกโครงการหนึ่งที่มีปัญหาระหว่างพรรคร่วมรัฐบาลหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวปฏิเสธว่า “ ไม่น่าจะมีปัญหาเพราะถ้าเผื่อระเบียบราชการบอกจ่ายไม่ได้ มันก็จ่ายไม่ได้ ส่วนจะไปยุติ กันตรงไหนก็ต้องให้ฝ่ายกฎหมายไปดู และผมก็เชื่อว่าทางพรรคชาติไทยพัฒนาจะเข้าใจ เพราะรมว.เกษตรฯเข้าใจดีอยู่แล้วว่าโครงการนี้ตั้งแต่รับราชการอยู่ก็ทราบเรื่องและในการนำเสนอ ก็มีความกังวลเพราะรูปแบบที่ดำเนินการมามันแปลก ทั้งนี้ ในการประชุม ครม.สัปดาห์หน้าก็ยังไม่แน่ใจว่าโครงการดังกล่าวจะสรุปได้หรือไม่ งานนี้ต้องให้สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาและอัยการมาช่วยดู เพราะไม่ใช่แค่ประเด็นในข้อกฎหมายเท่านั้นแต่จะเกี่ยวข้องกับสิทธิที่เกิดขึ้นระหว่างรัฐกับภาคต่างๆจะเป็นอย่างไร ”



