
คนไทยจากอียิปต์ชุดแรกถึงดอนเมืองแล้ว!
'นักเรียนไทย'จากอียิปต์ชุดแรกถึงดอนเมืองแล้ว ขณะที่'ชัชชาติ'รอรับคนไทยกลับจาก'ไคโร' ด้วยตัวเอง กต.เผยเครื่องเช่าเหมา2ลำจากอียิปต์ถึงกลางดึกคืนนี้อีก
เมื่อเวลา 14.10 น. เครื่องบิน TG 8477 ได้พานักเรียนไทยในไคโร ประเทศอียิปต์ เดินทางมาถึงสนามบินดอนเมืองเรียบร้อยแล้ว โดยทั้งหมดจะต้องผ่านกระบวนการตรวจคนเข้าเมือง โดยสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองคาดว่า จะใช้เวลาประมาณ 30 นาที ส่วนใครที่เอกสารไม่ครบก็จะออกเอกสารให้ รวมถึงมีจุดดูแลสุขภาพเบื้องต้น และให้กรอกรายละเอียดในการเดินทางกลับภูมิลำเนา เนื่องจากบางคนต้องเดินทางต่อไปยังต่างจังหวัด
ทั้งนี้ กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ได้จัดรถเพื่ออำนวยความสะดวกสำหรับบางคนที่ต้องการที่พักชั่วคราว ไปยังบ้านพักต่างๆ เช่น บ้านราชวิถี บ้านพักเด็กและครอบครัวกรุงเทพฯ บ้านพักคนเดินทางดินแดง ชุมชนห้วยขวาง และสถาบันพัฒนาสังคธัญญบุรีคลองหก ปทุมธานี ขณะที่ ขสมก. ได้จัดรถเมล์ 15 คัน อำนวยความสะดวกให้คนที่ไม่มีญาติมารับเพื่อเดินทางต่อไปยังจุดต่างๆ โดยจะไปส่งที่สถานีขนส่งหมอชิต สายใต้ใหม่ หัวลำโพง มีนบุรี และ หนองจอก อย่างไรก็ตาม หลังจากเสร็จจากขั้นตอนทุกคนจะได้เดินทางมาพบญาติที่บริเวณ ชั้น 1 อาคารผู้โดยสารขาออก
สำหรับบรรยากาศที่สนามบินดอนเมือง มีญาติของนักเรียนไทยมารอรับเป็นจำนวนมาก ซึ่งส่วนใหญ่มาจากกทม. และปริมณฑล โดยแต่ละคนแสดงอาการเป็นห่วงและติดตามข้อมูลข่าวสารและตรวจสอบรายชื่อว่าลูกหลานของตนเองอยู่ในเที่ยวบินใด
"ญาติ"โผกอดคนไทยกลับจากอิยิปต์
ทันทีที่คนไทยที่กลับจากอิยิปต์ ทั้ง 354 คน ได้ทยอยเดินออกมาทางช่องผู้โดยสารขาออกระหว่างประเทศ หลังจากที่ผ่านการตรวจเอกสารเข้าเมืองเรียบร้อยแล้ว เมื่อได้พบญาติของตัวเองต่างโผเข้ากอดและร้องไห้ด้วยความตื้นตันใจ
เปิดใจ2นร.ไทยหลังบินหนีจากอียิปต์
นางรุสนา หะยีอาแว อายุ 26 อาชีพแม่บ้าน กล่าวว่า ตนเดินทางไปศึกษาที่ประเทศอียิปต์ที่กรุงไคโร ตั้งแต่อายุ 19 ปี โดยอยู่ที่ประเทศอียิปต์มาแล้ว 7 ปี ซึ่งขณะนี้ได้ศึกษาจบระดับปริญญาตรีแล้ว และได้มีครอบครัวโดยมีสามีเป็นคนไทย และมีลูกสาววัย 2 เดือน ซึ่งลูกสาวได้เกิดที่ประเทศอียิปต์
อย่างไรก็ตามนางรุสนา ได้เล่าช่วงที่เกิดเหตุการณ์รุนแรงให้ฟังว่า ได้อาศัยอยู่แต่ภายในบ้านพัก โดยไม่ได้ออกไปไหน นอกจากไปตลาดที่อยู่ใกล้บ้านเพื่อไปซื้ออาหาร ซึ่งช่วงที่เกิดเหตุรุนแรงยังส่งผลให้น้ำและไฟฟ้า หยุดเป็นระยะ รวมถึงสัญญาณโทรศัพท์ด้วย ส่วนสิ่งที่ตัดสินใจเดินทางกลับมาไทย เพราะได้ติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิดและเห็นว่าสถานการณ์เริ่มรุนแรงมากขึ้น รู้สึกไม่ปลอดภัยและเป็นห่วงลูก แต่ถึงอย่างไรก็ตามตนจะเดินทางกลับไปที่กรุงไคโรอีกครั้งภายหลังที่เหตุการณ์ความรุุนแรงสงบลง เพื่อไปเลี้ยงลูกสาวที่นั่น และเมื่อลูกสาวโตก็จะเดินทางกลับมาเป็นครูที่ประเทศไทย
ขณะที่นายจิรายุ ยูเต๊ะ อายุ 18 ปี อาชีพนักศึกษา เปิดเผยทั้งน้ำตาภายหลังที่เดินทางถึงประเทศไทยว่า ตนได้เดินทางไปศึกษาที่กรุงไคโร ประเทศอียิปต์เป็นเวลา 3 เดือนแล้ว และเมื่อเกิดเหตุการณ์ความรุนแรงขึ้น ก็ได้อาศัยอยู่แต่ภายในบ้านพัก เมื่อจะออกไปซื้อของร้านค้าบางร้านก็ปิด จึงจำเป็็นที่ต้องใช้ชีวิตเท่าที่หาได้ โดยทุกครั้งที่ออกไปหาซื้ออาหารจะมีความเสี่ยงมาก แต่ก็ต้องเสี่ยงเพื่อให้ชีวิตดำรงอยู่ต่อไปได้ อย่างไรก็ตามช่วงที่เกิดเหตุการณ์ได้ติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด ซึ่งครอบครัวที่ประเทศไทย ก็ได้โทรศัพท์มาคุยทุกวัน โดยสัญญาณโทรศัพท์ก็ขัดข้องเป็นระยะ ส่วนสาเหตุที่เดินทางกลับมายังประเทศไทยเพราะครอบครัวเป็นห่วง แต่ถึงอย่างไรเมื่อเหตุการณ์สงบลง ก็จะเดินทางกลับไปเรียนต่อ ซึ่งไม่ได้มีความกลัว เพราะสนใจเรื่องเรียนมากกว่า
เผยนร.หลายคนเปลี่ยนใจไม่กลับประเทศห่วงเรียน
นายณัฏฐวุฒิ โพธิสาโร รองปลัดกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวว่า ในการนำคนไทยเดินทางกลับจากอียิปต์ครั้งนี้ มีทั้งสิ้น 614 คน จากเดิมที่ได้รับแจ้งติดต่อขอกลับประเทศ 661 คน แต่พอเดินทางจริง มี 53 คน ได้เปลี่ยนใจขอไม่เดินทางกลับ ส่วนใหญ่จะห่วงเรื่องการเรียน และคิดว่าสถานการณ์ไม่น่ารุนแรงมากไปกว่าที่เป็นอยู่ ซึ่งคนที่ไม่กลับประเทศ สามารถแบ่งเป็น 3 กลุ่ม คือ 1.กลุ่มติดต่อไม่ได้แต่ยืนยันได้ว่าปลอดภัยดี 2.ขอไม่เดินทางกลับ เพราะไม่มีญาติที่ไทย และไม่แน่ใจว่าจะลำบากกว่าเดิมหรือไม่ และ 3.กลุ่มนักเรียนที่ยังสอบไม่เสร็จและเป็นห่วงผลการเรียน โดยบางคนเป็นนักเรียนทุนจากรัฐบาลอิยิปต์ โดยเกรงว่า กลับไทยแล้วจะถูกตัดสิทธิ์ และจะไม่ได้กลับมาเรียนที่อิยิปต์ได้อีก
นายณัฏฐวุฒิ กล่าวอีกว่า กระทรวงการต่างประเทศพร้อมดูแลคนไทยที่เดินทางกลับ และรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการเดินทางกลับทั้งหมด ส่วนประเด็นที่ว่านักเรียนไทยหลายคนไม่กล้ากลับมาเพราะกลัวจะไม่ได้ทุนเล่าเรียนต่อ ยอมรับว่า เป็นไปได้ ซึ่งต้องหาทางออกกันต่อไป
กต.เผยเครื่องเช่าเหมา2ลำจากอียิปต์ถึงกลางดึกคืนนี้
นายณัฏฐวุฒิ กล่าวด้วยว่า ล่าสุดได้รับแจ้งว่าอินเดีย ได้อนุญาตเคลียร์แลนซ์ไฟลท์ให้เครื่องบินเช่าเหมาลำ โบอิ้ง 737 จำนวน 2 ลำ ที่ไปรับคนไทยกลับจากอิยิปต์ รวม 260 คน ได้ขึ้นบินออกจากท่าอากาศยานอินเดียแล้ว คาดว่า จะเดินทางมาถึงสนามบินดอนเมือง ในเวลา 01.25 และเวลา 02.20 น. ของวันพรุ่งนี้ (20 ส.ค.)
ก.ศึกษาฯพร้อมดูแลนร.ไทยโอนหน่วยกิตเรียนต่อในประเทศ
นายเสริมศักดิ์ พงษ์พานิช รมช.ศึกษาธิการ ให้สัมภาษณ์ว่า กระทรวงได้ตั้งศูนย์อยู่ที่กรุงไคโร ประเทศอียิปต์เพื่อรองรับเหตุการณ์ไม่สงบ เนื่องจากมีเด็กไทยที่ศึกษาอยู่ที่กรุงไคโร ประมาณ 800-900 คน ทั้งนี้เมื่อเด็กไทยเดินทางกลับมายังประเทศไทย ก็จะมีหน่วยคัดกรอง เพื่อสอบถามเด็กว่าต้องการให้เราช่วยเหลืออะไรหรือไม่ อาทิ อยากจะโอนหน่วยการเรียน กลับมาเรียนยังประเทศไทย ส่วนคนที่ไม่ได้เดินทางกลับมานั้นทางเราก็ได้แนะนำวิธีการใช้ชีวิตอยู่ที่กรุงไคโร
"ชัชชาติ" รอรับคนไทยกลับจาก "ไคโร" ด้วยตัวเอง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 10.00 น. นายณัฏฐวุฒิ โพธิสาโร รองปลัดกระทรวงการต่างประเทศ ได้เป็นประธานการประชุมวอร์รูม เพื่อติดตามสถานการณ์การนำคนไทยกลับจากประเทศอียิปต์ โดยได้เชิญเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ การท่าอากาศยานแห่งประเทศไทย กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง และกระทรวงคมนาคม เข้าร่วม โดยในเวลา 11.45 น. นายณัฏฐวุฒิ ได้แถลงว่าในการนำคนไทยในไคโรกลับมาครั้งนี้ได้รับความร่วมมือจากการท่าอากาศยานฯ ในการเตรียมสถานที่ไว้ให้ที่สนามบินดอนเมือง โดยเจ้าหน้าที่ของสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองจะจัดจุดตรวจเอกสาร ขึ้นมาเนื่องจากทราบว่า เบื้องต้น บางคนไม่มีเอกสารเข้าเมืองอย่างครบถ้วน เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองก็จะช่วยอำนวยความสะดวก และจะสอบถามว่าต้องการอยู่ที่ กทม. หรือกลับภูมิลำเนา และจากนั้นก็จะส่งกลับต่อไป
นายณัฏฐวุฒิ กล่าวต่อว่า ทั้งนี้การเดินทางกว่า 10 ชั่โมง บางคนมีอาการเพลีย จึงได้จัดเตรียมทีมจัดแพทย์และพยาบาลในการดูแล ทั้งนี้ ยืนยันว่าเครื่องบินทั้งสามลำจะมาลงที่ดอนเมือง โดยมีนายชัชชาติ สิทธิพันธ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว ปลัดกระทรวงการต่างประเทศ โดยเครื่องบินลำแรกเป็นสายการบินไทย เที่ยวบินที่ TG 8477 ในเวลา 14.05 น. มีผู้โดยสาร จำนวน 354 คน โดยขอให้ญาติๆได้ช่วยตรวจสอบรายชื่อกับศูนย์ประสานงานให้การช่วยเหลือคนไทยเดินทางกลับจากอียิปต์ ของกรมการกงสุล หมายเลขโทรศัพท์ 025751047-49 ส่วนอีกกลุ่มจะเดินทางโดยเครื่องบินเช่าเหมาลำ 2 ลำ จำนวน 260 คน ซึ่งขณะนี้ออกจากดูไบแล้ว และจะต้องมาแวะเติมน้ำมันที่ประเทศอินเดียในเวลา 16.00 น. และพักเครื่องเป็นเวลาสองชั่วโมง จากนั้นจะนำเครื่องขึ้นได้ในเวลา 18.00 นและมาถึงประเทศไทยเวลา 22.00 น. ที่สนามบินดอนเมืองเช่นกัน
นายณัฏฐวุฒิ กล่าวต่ออีกว่า ขณะนี้มีนักเรียนไทยเหลืออยู่ราว 300 คน ทางเอกอัครราชทูตไทยได้ประสานงานกับสมาคมนักเรียนไทยในไคโรอย่างใกล้ชิด หากจะพร้อมกลับเมื่อไหร่ก็ยินดีที่จะช่วยเหลือกลับ โดยการช่วยเหลือครั้งนี้ไม่ได้ถึงขั้นวิกฤติ แต่เป็นการสมัครใจที่จะเดินทางกลับเอง ส่วนเครื่องบินซี -130 ขณะนี้จอดอยู่ที่ดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เพื่อสแตนด์บายรอรับคนที่ตกค้างและขอแจ้งกลับเพิ่มเติม โดยจะรอจนถึงนาทีสุดท้ายที่เราขอนุญาตผ่านน่านฟ้าสิ้นสุดลง
"ได้สรุปจำนวนคนไทยที่เดินกลับว่า เบื้องต้นแจ้งความประสงค์กลับ 704 คน การจัดเที่ยวบิน 4 ลำแรก รับได้ 661 คน แต่ล่าสุด ผู้ที่ประสงค์จะเดินทางกลับขณะนี้เหลือ 614 คน(บางคนเปลี่ยนใจไม่กลับ) ส่วนที่เหลืออีกประมาณ 300 คน ยังไม่ตัดสินใจ อย่างไรก็ตาม กระทรวงการต่างประเทศ มีการติดต่อกับเอกอัครราชทูตและกงสุลใหญ่ นครดูไบ อย่างต่อเนื่อง" นายณัฏฐวุฒิ กล่าว
"ซี-130"บิน"ดูไบ"กลับไทย"ทอ."ภูมิใจภารกิจบรรลุตามแผนแม้ไร้ผู้โดยสาร
เมื่อเวลา 14.30 น. พล.อ.ต.มณฑล สัชฌุกร โฆษกกองทัพอากาศ กล่าวว่า ขณะนี้เครื่องบินลำเลียงแบบซี-130 ของกองทัพอากาศไทยได้ทำการบินจากสนามบินดูไบกลับสู่ประเทศไทยแล้ว เมื่อเวลา 13.30 น. และจะถึงประเทศไทยวันที่ 20 ส.ค. เวลา 02.00 น. แต่ทั้งนี้ไม่มีผู้โดยสารเดินทางกลับมาด้วย เนื่องจากเมื่อไปถึงสนามบินดูไบพบว่า ผู้โดยสารต้องการเดินทางกลับประเทศไทยนั้นมีจำนวนลดลงจากเดิมประมาณ 100 คน ซึ่งเหลือประมาณ 500 คน ทางกระทรวงการต่างประเทศจึงตัดสินใจให้ผู้โดยสารทั้งหมดเดินทางกลับประเทศไทยโดยใช้เครื่องบินพาณิชย์ เนื่องจากสะดวกและใช้เวลาการเดินทางรวดเร็วกว่าเครื่องบินลำเลียงแบบซี-130
“เครื่องบินของกองทัพอากาศได้จอดรออยู่ที่สนามบินดูไบจนมั่นใจว่าไม่มีผู้โดยสารที่จะต้องการเดินทางกลับประเทศไทยเพิ่มเติม และทางกระทรวงการต่างประเทศได้ประสานให้เครื่องบินของกองทัพอากาศไทยเดินทางกลับประเทศไทยได้ เพราะถึงเวลาอันสมควร อย่างไรก็ตามกองทัพอากาศถือว่าปฏิบัติภารกิจได้บรรลุตามแผน เพราะถึงที่หมายตามที่วางไว้และรออยู่จนแน่ใจว่าไม่มีผู้โดยสารเพิ่มเติมจึงเดินทางกลับประเทศไทย” โฆษกกองทัพอากาศ กล่าว



