ข่าว

'ปุ้ม'ซัด'ปชป.'สาวไส้ให้กากิน

'ปุ้ม'ซัด'ปชป.'สาวไส้ให้กากิน

19 ส.ค. 2556

'สุรนันทน์'ไม่หวั่น'ฝ่ายค้าน'ตีรวน หลังบรรจุร่างแก้รธน.ด้าน'นายกฯ'ปัดตอบ'ปชป.'ยื่นจดหมายถึงองค์กรระหว่างประเทศค้านนิรโทษ เชื่อต่างชาติไม่สับสน

                เมื่อเวลา 06.50 น.ที่สนามบินสุวรรณภูมิ นายสุรนันทน์ เวชชาชีวะ เลขาธิการนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่ประธานรัฐสภาบรรจุร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 190 และร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 68 และมาตรา 237 เป็นวาระเพิ่มเติมในระเบียบวาระการประชุมรัฐสภาในวันที่ 20 ส.ค.นี้ ว่า เป็นไปตามกลไกรัฐสภา ที่ยังมีความคิดเห็นที่แตกต่างและหลากหลายมีความจำเป็นที่ต้องเดินหน้าในวาระ 2 และ 3 ไม่ควรจะคาวาระเอาไว้ การแปรญัตติก็ทำตามขั้นตอน และไม่ควรเล่นเกมจนทำให้ประเทศเสียหายจนมากเกินไป เพราะสภามีระบบการตรวจสอบอยู่แล้ว ไม่ควรนำเวทีสภาไปผูกติดกับเวทีถนน ควรใช้เวทีสภาเพราะเป็นเวทีที่ดีที่สุด

                เมื่อถามว่า กังวลว่าการพิจารณาแก้ไขรัฐธรรมนูญจะถูกยื้อเช่นเดียวกับร่าง พรบ.งบประมาณ 57 หรือไม่ เลขาธิการนายกฯ กล่าวว่า เป็นเรื่องที่ประชาชนจะตัดสินใจ ไม่อยากเห็นฝ่ายค้านเล่นการเมืองมากเกินไป และหากต้องการที่จะล้มไม่ว่าจะเป็นร่าง พรบ.นิรโทษกรรม หรือการแก้ไขรัฐธรรมนูญตามที่ประกาศไว้บนเวทีผ่าความจริงนั้น ก็ขอให้ล้มในสภา แต่ขอให้มีเหตุมีผลด้วย เพราะคนที่เป็นผู้แทนประชาชนต้องรับผิดชอบอย่าเอาเกมในสภามาเป็นเครื่องมือสร้างความขัดแย้งในประเทศ หรือนำไปสู่การสร้างเงื่อนไขการปฏิวัติเหมือนในอดีต

                ส่วนที่พรรคประชาธิปัตย์เดินสายคัดค้าน พรบ.นิรโทษกรรม กับต่างชาติตรงนี้รัฐบาลชี้แจงได้ และก่อนหน้านี้พรรคประชาธิปัตย์เองเคยกล่าวหานายกฯว่านำการเมืองในประเทศไปพูดบนเวทีนานาชาติ มาวันนี้พรรคประชาธิปัตย์กำลังสาวไส้ให้กากิน เพื่อดิสเครดิตรัฐบาล

                

       
"นายกฯ"เชื่อต่างชาติไม่สับสน "ปชป.-พธม."จับมือค้านนิรโทษ

                

                น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม กล่าวถึงกรณีพรรคประชาธิปัตย์ได้ทำจดหมายเปิดผนึกถึงสถานฑูตต่างประเทศในประเทศไทย และองค์กรระหว่างประเทศ เพื่อค้านการออกกฎหมายนิรโทษกรรม ว่า รัฐบาลขอยืนยันว่า การทำงานทุกอย่าง เพื่อแก้ไขปัญหาทางออกของประเทศ รวมถึงดูแลประชาชน หากเราไม่เริ่มดูแลประชาชนในส่วนที่ได้รับผลกระทบ ก็จะไม่สามารถทำให้ประเทศเดินหน้าไปได้ อย่างไรก็ตามโดยส่วนตัวคงไม่เข้าไปแสดงความเห็นในรายละเอียด เพราะต่างคนต่างทำหน้าที่ รัฐบาลมีหน้าที่ในการชี้แจงให้ประชาชนทราบ

                ผู้สื่อข่าวถามว่า พรรคประชาธิปัตย์จับมือกับกลุ่มพันธมิตรและกลุ่มต่อต้านรัฐบาล จะทำให้สถานการณ์บานปลายหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า หวังว่าจะดำเนินการและเป็นไปในขอบเขตของกฎหมาย และหลักประชาธิปไตย 

               เมื่อถามว่า จะทำให้ต่างชาติสับสนในการเดินหน้าเวทีปฏิรูปหาทางออกประเทศหรือไม่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า “สับสนอะไรคะ ไม่มีค่ะ ทุกอย่างเราเดินไปตามจุดยืน ไปตามครรลองที่อยากเห็น บ้านเมืองสงบ”

 

 

"พท."แขวะ"ปชป."ร่อนจม.ฟ้องต่างชาติระวังเข้าเนื้อ

 

              นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รองโฆษกพรรคเพื่อไทยกล่าวถึงกรณีที่พรรคประชาธิปัตย์ทำจดหมายเปิดผนึกส่งไปสถานเอกอัครราชทูตต่างประเทศที่ประจำประเทศไทยทุกแห่ง องค์กรระหว่างประเทศ และองค์กรประชาธิปไตยระหว่างประเทศ เพื่อต่อต้าน พรบ.นิรโทษกรรมว่า การกระทำของพรรคประชาธิปัตย์ในครั้งนี้ไม่ได้มีความน่าเป็นห่วงอะไรเลย แม้เนื้อหาโดยสรุปของจดหมายฉบับนี้จะอ้างถึงปัญหาที่เกิดขึ้นในประเทศไทย แต่ก็เป็นมุมมองของพรรคประชาธิปัตย์เพียงด้านเดียว เชื่อว่าคงไม่ต่างจากที่พรรคประชาธิปัตย์ร่อนจดหมายไปทั่วโลกแก้ต่างให้กับตัวเองเมื่อครั้งท่านนายกฯ กล่าวปาฐกถาที่มองโกเลีย ระวังจะเข้าทำนอง พูดไปสองไพเบี้ย นิ่งเสียตำลึงทอง บางทีอยู่เฉยๆ น่าจะดีกว่า แต่ส่วนตัวเชื่อว่า องค์กรต่างๆ เขารู้ความจริงที่เกิดขึ้นในประเทศนี้มากกว่าคนไทยบางคนที่ไม่ยอมรับความจริงเสียอีก

              ทั้งนี้ นายอนุสรณ์  กล่าวถึงกรณีที่นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ระบุว่า ผลจากเวทีสภาปฏิรูปการเมืองไม่สร้างประโยชน์ เป็นแค่ปาหี่ของรัฐบาล ว่า เป็นข้อสังเกตที่สวนทางกับคนทั้งประเทศ ไม่มีใครเชื่อว่าเวทีนี้จะไม่เกิดประโยชน์อย่างที่พรรคประชาธิปัตย์พยายามกรอกหูประชาชน เพราะอย่างน้อยเวทีนี้เป็นเวทีแห่งการพูดคุยและหารือร่วมกันในหลายภาคส่วน และยังได้รับความร่วมมือจากระดับสากล  อย่างน้อยๆ การพูดคุยจะเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี การที่พรรคประชาธิปัตย์มองว่า จะไม่เกิดประโยชน์เพราะการเลือกปิดรับข้อมูลของพรรคประชาธิปัตย์เหมือนการปิดหูปิดตาตัวเอง ดังนั้น จะให้รัฐบาลออกมาบอกอีกกี่ร้อยกี่พันครั้งว่าจะเกิดประโยชน์ก็คงเหมือนกับการเป่าปี่ให้พวกที่ไม่เข้าใจฟัง ผลสำรวจของสวนดุสิตโพลก็ออกมาชี้ชัดว่า ประชาชนในประเทศส่วนใหญ่อยากเห็นความปรองดอง และเห็นว่าแนวทางในการจัดสภาปฏิรูปของรัฐบาลเป็นแนวทางที่ดี หากพรรคประชาธิปัตย์มองประโยชน์ของเวทีนี้ไม่ออกไม่เป็นไร แต่ประชาชนมองออกก็ถือว่ารัฐบาลทำถูกและเดินมาถูกทางแล้ว

               นายอนุสรณ์ กล่าวถึงกรณีที่นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ สส.พัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ ไปพูดคุยกับกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย รวมทั้งประสานงานกับกลุ่มต่างๆ เพื่อขับไล่ระบอบทักษิณ ว่า หมากนี้ของพรรคประชาธิปัตย์และกลุ่มพันธมิตรฯ ต่างฝ่ายต่างคิดว่าจะใช้อีกฝ่ายเป็นเครื่องมือ จึงโคจรมาเจอกันอีกรอบ ประกาศว่าจะต่อต้านระบอบทักษิณพวกนี้ อะไรไม่ได้ดั่งใจก็โทษระบอบทักษิณ แพ้พรรคประชาธิปัตย์นั้นหมดหนทางเยียวยาแล้ว ถดถอยลงทุกวัน  เล่นการเมืองในสภาฯ สู้ไม่เคยได้ ต้องหาวิธีจับมือกับกลุ่มพันธมิตรฯ เล่นการเมืองข้างถนน

                "ส่วนกรณีที่คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช ประธาน สส.พรรคประชาธิปัตย์ นางเจิมมาศ จึงเลิศศิริ รองประธานสส.พรรคประชาธิปัตย์ นายกรณ์ จาติกวณิช รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และนายกษิต ภิรมย์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ เดินทางไปให้กำลังใจผู้ชุมนุมกองทัพประชาชนโค่นระบอบทักษิณนั้น ชัดเจนแล้วว่า พรรคประชาธิปัตย์จะเดินเกมป่วนรัฐบาลทั้งในสภาฯ และนอกสภาฯ เมื่อเห็นว่า เกมในสภาฯ นั้นสู้ไม่ได้ ทำอะไรรัฐบาลไม่ได้นอกจากยื้อและถ่วงเวลา  จึงหันมาเดินเกมนอกสภาฯ อย่างสุดลิ่มทิ่มประตู วันนี้รัฐบาลเดินสายเพื่อชวนภาคส่วนต่างๆ ฝ่าวิกฤติความขัดแย้งให้บ้านเมืองเดินไปข้างหน้า แต่พรรคประชาธิปัตย์กลับทำตรงกันข้ามคือ หันไปเดินสายรวบรวมกลุ่มคนที่เป็นปฏิปักษ์กับรัฐบาลเพื่อสร้างความแตกแยกให้บ้านเมือง ถ้าสังคมไทยถูกลากจูงไปสู่ความรุนแรงแบบอียิปต์พรรคประชาธิปัตย์จะรับผิดชอบไหวหรือ" นายอนุสรณ์ กล่าว