ข่าว

คนร้ายชัก'11มม.'ยิงดับต่อหน้าแฟนสาว

คนร้ายชัก'11มม.'ยิงดับต่อหน้าแฟนสาว

19 ส.ค. 2556

คนร้ายชัก 11 มม.กระหน่ำยิงหนุ่มดับในรถเก๋งต่อหน้าแฟนสาว เผยเหยื่ออยู่ระหว่างการประกันตัวสู้คดีฆ่าผู้อื่นและมีประวัติเกี่ยวข้องยาเสพติด

 
          วันที่ 19 ส.ค.56 เมื่อเวลา 05.45 น.  ร.ต.อ วิโรจน์ สะเหรียม ร้อยเวรสภ.หาดใหญ่ รับแจ้งเหตุยิงกันตายหลังร้านเคแอนเค สาขาถนนศรีภูนารถ เขตเทศบาลนครหาดใหญ่ จ.สงขลา จึงได้รายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบไปตรวจสอบพร้อมด้วย พ.ต.อ อดิเรก บือราเฮง ผกก.สภ.หาดใหญ่ พ.ต.ท ธรรมรัตน์ เพชรหนองชุม รองผกก.(ป) พ.ต.ท สุรพงศ์ กิตติธิรางกูร หน.งานสอบสวน แพทย์เวร รพ.หาดใหญ่ และหน่วยกู้ภัยท่งเซียเซี่ยงตึ้งหาดใหญ่
 
          ที่เกิดเหตุอยู่ภายในซอยหลังร้านเคแอนค์เค สาขาถนนศรีภูวนารถ พบรถยนต์เก๋งยี่ห้อซูซูกิ SWIFT สีแดง ป้ายแดงทะเบียน ก-2116 กทม.จอดอยู่ริมฟุตบาทภายในซอย กระจกด้านหน้าแตกเป็นรูกระสุนปืน 2 รู ข้างประตูด้านคนขับพบศพนายเอกลักษณ์ หลีสมันอาหลี อายุ 29 ปีอยู่บ้านเลขที่ 107/1 หมู่ที่7 ต.ท่าช้าง อ.บางกล่ำ จ.สงขลา สภาพนอนฟุบหัวปักทิ่มลงพื้นข้างประตู สวมเสื้อยืดเสื้อแดงใส่กางเกงขาสั้น ถูกยิงด้วยอาวุธปืนขนาด 11 มม.เข้าศรีษะและลำตัวรวม 7 นัดเสียชีวิต ในตัวผู้ตายพบอาวุธปืนขนาด 9 มม.จำนวน 1 กระบอก เงินสด 1,320 บาท ที่เกิดเหตุพบปลอกกระสุนปืนขนาด 11 มม.จำนวน 7 ปลอก หัวกระสุน 3 หัว จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน
 
          จากการสอบสวนนางสาวอัจฉราพร แก้วมณี แฟนสาว ให้การว่า ก่อนเกิดเหตุตนเองกับนายเอกลักษณ์ แฟนหนุ่มกลับจากท่องราตรีและได้แวะมาเอารถยนต์เก๋งที่จอดไว้เพื่อกลับที่พัก พอเปิดประตูขึ้นไปนั่งบนรถยังไม่ทันสตาร์เครื่องยนต์ได้มีคนร้ายเป็นชาย 1 คนดักซุ่มอยู่ตรงมุมตึกด้านหน้ารถเดินปรี่เข้ามาชักอาวุธปืนขนาด 11 มม.ยิงใส่กระจกหน้ารถสองนัดนายเอกลักษณ์ พยามเปิดประตูรถจะหลบหนีตายแต่ไม่ทันคนร้ายเข้ามายิงซ้ำอีก 5 นัดถูกนายเอกลักษณ์ เสียชีวิตคาที่ แล้วคนร้ายได้วิ่งหลบหนีไป
 
          พ.ต.อ อดิเรก บือราเฮง ผกก.สภ.หาดใหญ่ เปิดเผยว่า สาเหตุเบื้องต้นคาดว่าเป็นเรื่องส่วนตัว และธุรกิจที่ไม่เปิดเผย  เนื่องจากแนวทางการสืบสวนทราบว่าผู้ตายเคยถูกตำรวจสภ.หาดใหญ่ จับกุมคดีฆ่าผู้อื่นเมื่อปลายเดือนเมษายน ที่ผ่านมาและอยู่ระหว่างประกันตัวสู้คดี และจากการตรวจสอบประวัติพบว่าผู้ตายมีส่วนเกี่ยวข้องกับยาเสพติดส่วนสาเหตุในครั้งนี้คาดว่าอาจเป็นการหักหลังในเรื่องธุรกิจมืดมากกว่า ซึ่งเจ้าหน้าที่จะได้เร่งสืบสวนสอบสวนสาเหตุที่แน่ชัดอีกครั้งหนึ่งเพื่อติดตามจับคนร้ายมาดำเนินคดีต่อไป




 

ยิงหนุ่มเจ้าของบ่อปลาตำรวจมุ่งปมหักธุรกิจมืด

          เมื่อเวลา 01.00 น.  ร.ต.ท.บรรจบ  จ้อยศรีเกตุ ร้อยเวร สภ.วิเศษชัยชาญ จ.อ่างทอง รับแจ้งจากโรงพยาบาลวิเศษชัยชาญ จ.อ่างทอง ว่ามีเหตุคนถูกยิงเสียชีวิตขณะนี้ศพอยู่ที่ห้องฉุกเฉินโรงพยาบาล หลังรับแจ้งรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ และจึงรุดไปตรวจสอบยังห้องฉุกเฉินโรงพยาบาล พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สมาคมวีอาร์กู้ภัยจังหวัดอ่างทอง และเจ้าหน้าที่มูลนิธิการกุศลวิเศษไชยชาญ เมื่อไปถึงพบผู้เสียชีวิต คือ นายเสกสรร  ทองเพชร อายุ 25 ปี อยู่บ้านเลขที่ 82/1 หมู่ 8 ต.ยี่ล้น อ.วิเศษชัยชาญ จ.อ่างทอง ถูกยิงเข้าที่บริเวณหน้าอกและมือข้างซ้ายจำนวน 7 นัด แพทย์และพยาบาลกำลังช่วยการจัดการศพอยู่ในห้องฉุกเฉิน จากนั้น ได้เดินทางไปตรวจสอบยังที่เกิดเหตุพร้อมด้วยพร้อมด้วย พ.ต.อ. คณธัช  ชูตระกูล ผกก.สภ.วิเศษชัยชาญ พ.ต.ท.วิรัตน์   ด้วงสำรวย รอง ผกก.สส.สภ.วิเศษชัยชาญ เจ้าหน้าที่วิทยาการ ภ.จว.อ่างทอง
 
          เมื่อไปถึงพบที่เกิดเหตุเป็นบ้านที่มีบ่อปลาอยู่ในบ้าน อยู่ริมถนนสายอบทบ-ห้วยคันแหลน หรือที่ชาวบ้านเรียกกันว่าถนนคลองแปด บริเวณหน้าประตูรั้วเข้าบ้านเลขที่ 82/1 หมู่ 8 ต.ยี่ล้น อ.วิเศษชัยชาญ จ.อ่างทอง ซึ่งเป็นบ้านของนายเสกสรร หน้าประตูรั้วมีรอยเลือดกองอยู่เป็นจำนวนมาก นอกจากนั้นยังพบปลอกกระสุนปืน ขนาด 11 มม. จำนวน 7 ปลอก และหัวกระสุนขนาด 11 มม. จำนวน 4 หัว กระเด็นกระจัดกระจายอยู่เต็มพื้นที่ เจ้าหน้าที่ตำรวจและเจ้าหน้าที่วิทยาการช่วยกันตรวจสอบหาหลักฐานในที่เกิดเหตุ นอกจากนั้น ยังพบรถกระบะยี่ห้อมิตซูบิชิ ไทรทัน หมายเลขทะเบียน กง-2756 อ่างทอง จอดอยู่หน้าบ้านในลักษณะมีรอยกระสุนปืนที่บริเวณกระโปรงหน้ารถอีกด้วย
 
          จากการสอบถามภรรยาผู้ตาย กล่าวว่า ตนและสามีประกอบอาชีพเลี้ยงปลาที่บ้าน ก่อนเกิดเหตุตนพร้อมด้วยสามีได้เดินทางออกจากบ้านของตนที่ อ.สามโก้ เพื่อจะกลับมายังบ้านของสามีใน ต.ยี่ล้น โดยขับรถกระบะยี่ห้อมิตซูบิชิ ไทรทัน สีบรอนซ์ คันดังกล่าว เมื่อขับมาถึงหน้าบ้าน นายเสกสรร ได้เดินลงจากรถเพื่อจะไปเปิดประตูรั้ว จู่ๆก็ได้มีคนร้าย จำนวน 2 คน ขี่รถจักรยานยนต์ยี่ห้อยามาฮ่า มีโอ สีน้ำเงิน จำหมายเลขทะเบียนไม่ได้ เข้ามาจอดโดยคนขับมีรูปร่างท้วม ไม่สูงมาก และคนซ้อนท้ายมีรูปร่างสูง ผิวขาว เดินชักปืนลงมาจากรถ และเข้ามาจ่อยิงสามีของตนจำนวนหลายนัด จนฟุบลงไปกองกับพื้น ก่อนที่จะซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์คันดังกล่าวหนีไป ซึ่งคนร้ายทั้งสองได้ใส่เสื้อคลุมสีดำ และคลุมหมวกไอ้โม่งอำพรางใบหน้ามา จากนั้น ตนก็ได้ตะโกนเรียกให้คนช่วย จนนายรุ่ง  ทองเพชร ซึ่งเป็นพ่อของสามีตนได้วิ่งออกมาจากบ้าน และนำร่างสามีของตนส่งโรงพยาบาล แต่ระหว่างที่เดินทางสามีของตนไม่สามารถทนพิษบาดแผลได้ เสียชีวิตบนรถระหว่างเดินทาง
 
          ด้านนายสังวาล แก้วมณี อายุ 38 ปี น้าชายของนายเสกสรร กล่าวว่า สำหรับสาเหตุการที่นายเสกสรรเสียชีวิตครั้งนี้ ตนคาดว่าน่าจะมาจากประเด็นเดียว คือการหักหลังการค้ายาบ้า เนื่องจากก่อนหน้านี้นายเสกสรร ได้เคยเสพและค้ายาบ้า ซึ่งก่อนที่จะมาเสียชีวิต ตนได้จับนายเสกสรร มัดอยู่กับบ้านเนื่องจากนายเสกสรรเกิดอาการอาละวาดจะเอาเงินจากพ่อแม่ จนตนต้องจับมัดไว้แล้วเกลี้ยกล่อมถามหาสาเหตุ จนทราบว่านายเสกสรร ได้ไปรับยาบ้าเพื่อมาจำหน่าย แต่ไม่ยอมจ่ายเงินให้กับพ่อค้ายาบ้า เป็นหนี้อยู่เยอะ จนนายเสกสรรบอกว่าต้องเอาเงินไปให้เขา ไม่อย่างนั้นโดนตามแน่ พวกตนจึงตัดสินใจนำนายเสกสรร ไปบำบัดยาบ้าที่กรมทหารราบที่ 11 ในกรุงเทพฯ ประมาณ 1 ปี ก็ออกมาบวชอยู่ได้ 1 พรรษา และเมื่อสามเดือนที่ผ่านมาก็ได้สึกออกมาและแต่งงานกับนางสาวแสงเดือน และก็ออกรถกระบะคันดังกล่าวมาใช้
 
          ด้าน พ.ต.อ. คณธัช กล่าวว่า จากการสอบสวนในเบื้องต้นตอนนี้มุ่งประเด็นไปเรื่องธุรกิจมืด เนื่องจากสืบทราบว่าผู้ตายก่อนที่จะเสียชีวิตเคยมีประวัติยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด มีการโกงเงินกันมา อาจจะมีการล้างแค้นกันก็เป็นได้ แต่ก็ไม่ตัดประเด็นเรื่องชู้สาว เพราะผู้ตายเพิ่งสึกออกมาและแต่งงานเลย อย่างไรก็ตาม ได้ส่งเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนออกตามหาตัวคนร้าย ซึ่งสันนิษฐานว่าคนร้ายน่าจะติดตามพฤติกรรมของผู้ตายอยู่ จนสบโอกาสจึงลงมือก่อเหตุ และที่สำคัญการยิงผู้ตายนั้น เป็นการยิงแบบเผาขนถึง 7 นัดซ้อน ทำให้สันนิษฐานได้ว่า คนร้ายน่าจะมีความโกรธแค้นผู้ตายเป็นอย่างไร ส่วนศพได้ส่งไปชันสูตรยังสถาบันนิติเวชก่อน