
'ปู'ห่วงคนไทยในอียิปต์-สั่งกต.ดูแล
'ยิ่งลักษณ์'ห่วงคนไทยในอียิปต์ สั่งดูแลใกล้ชิด ระบุอยากเห็นการแก้ปัญหาโดยสันติวิธี ด้าน 'นักวิชาการจุฬาฯ' ชี้อียิปต์ขัดแย้งมายาวนาน
เมื่อเวลา 08.00 น.วันที่ 19 สิงหาคม ที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ให้สัมภาษณ์ก่อนเดินทางเยือนสาธารณรัฐทาจิกิสถาน และสาธารณรัฐอิสลามปากีสถาน ถึงการช่วยเหลือคนไทยในอียิปต์ จากเหตุรุนแรงทางการเมือง ส่งผลให้มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตจำนวนมาก ว่า ทุกอย่างเป็นไปด้วยความเรียบร้อย รัฐบาลได้มีการเตรียมดูแลชาวไทยตั้งแต่ต้นของสถานการณ์ ซึ่งกระทรวงการต่างประเทศได้ติดตามสถานการณ์ตั้งแต่ระยะที่ 1 ถึง 3 จนถึงระยะที่เห็นว่า ต้องอพยพคนไทยกลับประเทศ อย่างไรก็ดีขณะนี้สถานทูตไทยในอียิปต์ยังคงเปิดเพื่อรองรับชาวไทยตลอด 24 ชั่วโมง อีกทั้ง ยังมีวอร์รูมในกรุงเทพฯเพื่อประสานงานด้วย
น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวต่อว่า ได้มีการติดต่อกับชาวไทยในอียิปต์แล้ว โดยมีคนไทยประสงค์ต้องการกลับประเทศประมาณ 900 คน ซึ่งได้ประสานกับการบินไทย และกระทรวงคมนาคม นอกจากนี้ ตนยังได้สั่งการไปยัง ผบ.ทอ.ในการประสานเครื่องบินที่จะนำกลับ ซึ่งทุกอย่างเรียบร้อยดี และคงจะติดตามคนไทยที่เหลือว่าอยู่ในความปลอดภัยหรือไม่ มีความต้องการกลับประเทศหรือไม่ และก็คงจะพยายามติดต่อเรื่อยๆ โดยมีส่วนของเว็บไซต์ต่างๆ ช่วยกระจายข่าว ทั้งนี้สถานทูตได้สแตนบายรองรับอยู่แล้ว
เมื่อถามว่า ส่วนคนไทยที่ไม่ต้องการกลับ ตรงนี้จะดูแลอย่างไร น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า ต้องอยู่กับสถานที่ที่อยู่ ซึ่งรัฐบาลก็มีการมอนิเตอร์ และติดตามคนไทยที่เหลือทั้งหมดอยู่ โดยต้องดูในรายละเอียด เช่น ที่พัก หรือการไปอยู่ประเทศใกล้เคียง อย่างไรก็ตาม รู้สึกกังวลในสถานการณ์ดังกล่าว เพราะในส่วนของประเทศไทย เราไม่อยากเห็นการแก้ไขปัญหาโดยนำไปสู่ความรุนแรง ทั้งนี้ ทางสถานทูตเองได้มีการเชิญเอกอัครราชทูตมาหารือแล้ว เพื่อแจ้งเจตนารมณ์ของไทยว่า เราอยากเห็นการแก้ไขปัญหาด้วยสันติวิธี ส่วนคนไทยไม่ว่าจะอยู่ในประเทศใด ก็เป็นหน้าที่ของรัฐบาลที่จะต้องดูแลความปลอดภัย
เมื่อถามว่า ประเมินว่าสถานการณ์ดังกล่าวจะส่งผลกระทบต่อประเทศไทยอย่างไรบ้าง น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า โดยภาพรวมยังขอประเมินก่อน หวังว่าเวทีโลกคงจะร่วมกันหาทางแก้ไขปัญหาด้วยสันติวิธี เราไม่อยากเห็นความร้อนแรงแต่ละภูมิภาคเช่นนี้ สถานการณ์การดังกล่าวคงมีผลกระทบต่อปลายทางมากกว่า สำหรับประเทศไทยคงไม่ได้รับผลกระทบ แต่ก็ต้องขอติดตามก่อน
เมื่อถามว่า ระหว่างที่เดินทางไปต่างประเทศได้สั่งการอะไรเป็นพิเศษหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ขณะนี้รองปลัดกระทรวงการต่างประเทศเป็นผู้ดูแลประสานงาน ส่วนตนกับนายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศนั้น ก็ติดตามอยู่แล้ว ส่วนการรับคนไทยกลับนั้นได้มอบหมายให้นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม รวมถึงรองเลขาธิการนายกฯเข้ามาดูแลประชาชน ซึ่งมีรายงานว่า บางคนไม่สบายก็จะมีการเตรียมแพทย์ไว้ดูแลด้วย
"โฆษกรัฐบาล"เผยคนไทยกลับจากอียิปต์ถึง"ดอนเมือง"เที่ยวแรก 14.45 น.
เมื่อเวลา 07.00น. นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า ได้สั่งการให้ พล.ต.อ.วิเชียรพจน์ โพธิ์ศรี ปลัดกระทรวงมหาดไทย ไปดูรายชื่อคนไทยที่เดินทางกลับจากประเทศอียิปต์ มีจำนวนเท่าไร เพื่อเตรียมรถเมล์ ของขสมก.ไปรอรับที่สนามบินดอนเมือง อำนวยความสะดวกส่งต่อขึ้นรถกลับบ้าน ที่สถานีหมอชิต และสายใต้ใหม่ รวมทั้งจุดเชื่อมต่อต่างๆ
ขณะที่ นายธีรัตน์ รัตนเสวี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี โพสต์ทวิตเตอร์ ระบุว่า กระทรวงต่างประเทศได้ประสานกับการท่าอากาศยาน กองทัพอากาศ การบินไทย สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กระทรวงสาธารณสุข อำนวยความสะดวกคนไทยที่มาถึงดอนเมือง
ทั้งนี้ เครื่องบินที่ใช้ลำเลียงคนไทยในอียิปต์กลับไทยจากดูไบ มีเครื่อง 747 ของการบินไทย 1 ลำ และเครื่อง 737 เช่าเหมาลำอีก 2 ลำ เนื่องจากสถานกงศุลใหญ่สามารถจัดให้คนไทยเดินทางกลับไทยด้วยเครื่องบินพาณิชย์ทั้งหมด จึงยังไม่มีความจำเป็นใช้เครื่อง C130 สถานกงศุล ณ นครดูไบ แจ้งว่า เครื่องเช่าเหมาทั้งสองลำจะเดินทางถึงสนามบินดอนเมืองเที่ยวแรก 14.45 น.และ 16.00 น.ตามลำดับ
"นักวิชาการจุฬาฯ"ชี้อียิปต์ขัดแย้งมายาวนาน
นายศราวุฒิ อารีย์ ผู้อำนวยการศูนย์อิสลามศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ให้สัมภาษณ์รายการเจาะข่าวเช้านี้ ทางสถานีวิทยุจุฬาฯ ถึงกรณีสถานการณ์ในอียิปต์ว่า ความขัดแย้งทางการเมืองในอียิปต์เริ่มตั้งแต่ปี 2011 ในเหตุการณ์อาหรับสปริงโค่นล้มนายฮอสนี มูบารัก เมื่อมีการเลือกตั้งประชาชนก็ไว้ใจกลุ่มภราดรภาพมุสลิม และได้นายมูฮัมหมัด มอร์ซี เป็นประธานาธิบดี แต่ที่สุดก็ถูกโค่นอำนาจ ทำให้ผู้สนับสนุนลุกฮือขึ้นจนนำมาสู่ความรุนแรง หากย้อนไปถึงปฏิวัติ ค.ศ. 1952 ขั้วการเมืองที่สำคัญจะมีสองขั้ว 1. กองทัพทหารที่ปกครองมาตั้งแต่ ค.ศ.1952 ถึงปัจจุบัน และ 2.กลุ่มศาสนา หรือภราดรภาพมุสลิม ที่กำเนิดมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1928 ปี ซึ่งสองขั้วนี้มีการคัดง้างปะทะมาตลอด สิ่งที่เกิดขึ้นในวันนี้ไม่ใช่แค่ 2-3 ปี ที่ผ่านมา แต่เกิดมานานแล้ว การโค่นล้มนายมูบารักในปี ค.ศ. 2011 โค่นแค่ตัวมูบากรัก แต่ฐานอำนาจเก่ายังอยู่ครบ แม้นายมอร์ซีทำงานมาก็ถูกขัดขวางมาตลอด และด้วยความที่ไม่มีประสบการณ์ก็ทำให้บริหารงานประเทศล้มเหลวมาตลอด
นายศราวุฒิ กล่าวต่อว่า ในอียิปต์ มีสองกระแสที่น่าสนใจคือ 1.ความนิยมในโลกวิสัย ประชากรจำนวนมากนิยมกระแสนี้ ซึ่งเป็นลักษณะชาตินิยมอาหรับ สนใจทางโลก แต่ไม่สนใจศาสนามากนัก และ 2.กระแสนิยมแนวทางอิสลาม ในโลกอาหรับกลุ่มที่เข้ามามีอำนาจคือ กลุ่มขบวนการที่นิยมแนวทางอิสลาม ระยะหลังประชาชนในโลกอาหรับให้ความนิยมกระแสขบวนการอิสลาม เพราะขบวนการชาตินิยมอาหรับไม่สามารถตอบโจทย์การแก้ปัญหาได้ สิ่งที่เกิดขึ้นในอียิปต์วันนี้คือการขับเคี่ยวสองกระแสนี้
ส่วนสถานการณ์จะจบอย่างไรนั้น นายศราวุฒิ กล่าวว่า ในวันนี้อียิปต์มีความแตกแยกอย่างสูงในหมู่ประชาชน การยึดอำนาจเป็นการกระทำที่ผิดพลาดมากทางการเมือง อำนาจทั้งหมดขณะนี้อยู่ในมือกองทัพ หากนำฝ่ายต่างๆ มาสู่การเปลี่ยนผ่านทางการเมืองรวมถึงขบวนการภราดรภาพมุสลิมก็จะได้แก้ปัญหาได้ แต่กองทัพพยายามปราบปรามและใช้ความรุนแรง ทำให้มองว่าอาจจะเป็นความรุนแรงที่ยืดเยื้อ หลายคนมองว่าจะกลายเป็นสงครามกลางเมืองหรือไม่



