
จี้'สมศักดิ์'สอบซื้อนาฬิกา-ตู้น้ำแพงเวอร์
"องอาจ" ลั่นเหตุประชุมสภาฯข้ามคืนเพราะรบ.เร่งรัดให้จบ ยันไม่ใช่ความปรารถนาของฝ่ายค้าน จี้ "สมศักดิ์" สอบซื้อ"นาฬิกา-ตู้น้ำร้อน-เย็น"แพงเวอร์
วันที่ 18 ส.ค.56 เมื่อเวลา 10.30 น. นายองอาจ นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงเรื่องการส่อทุจริตงบประมาณของสภาฯอีกว่า ที่ผ่านมาได้มีการเปิดโปรงเรื่องของนาฬิกาติดฝาผนัง 200 กว่าเรือน เรือนละประมาณ 75,000 บาท และเรื่องตู้น้ำร้อน-เย็น จากประเทศเกาหลี ตู้ละประมาณ 70,000 บาท ซึ่งในไทยราคาตู้น้ำร้อน-เย็นไม่น่าเกิน 8,000 บาท ทั้ง 2 เรื่องนี้ จะมีการอภิปรายด้วยในส่วนของงบประมาณสภาฯ
ทั้งนี้ขอเรียกร้องให้นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา แสดงภาวะการเป็นผู้นำฝ่ายนิติบัญญัติในการเร่งตรวจสอบข้อเท็จจริงในการส่อทุจริตโครงการต่างๆ ของรัฐสภา ที่มีการซื้อของแพงกว่าเหตุ และยังมีอีกหลายโครงการที่ส่อทุจริต
นายองอาจ กล่าวถึงกรณีการประชุมสภาฯในการพิจารณางบประมาณรายจ่ายประจำปี 2557 ว่า สาเหตุที่ทำให้การประชุมต้องข้ามคืนในวันที่ 16 ส.ค.นั้น เป็นเพราะทางรัฐบาลต้องการเร่งรัดให้ยุติภายในคืนวันที่16 ส.ค. แต่ในความเป็นจริงไม่สามารถยุติในการประชุมได้ เนื่องจากการประชุมพึ่งพิจารณาได้แค่ 15 มาตรา ยังเหลืออีกจำนวนมากที่มี 35 มาตรา แต่รัฐบาลยังพยายามจะให้ยุติภายในคืนวันดังกล่าว
ทั้งนี้ขอเรียกร้องไปยังรัฐบาลว่า ไม่ควรใช้วิธีการที่ประชุมข้ามคืนแบบนั้น เพราะไม่ทำให้เกิดประโยชน์ใดๆ ตนจึงหวังว่าในการประชุมอีกครั้งในสัปดาห์หน้า ควรประชุมตามปกติ เมื่อได้เวลาอันสมควรในช่วงเวลากลางคืน อาทิ 24.00 - 01.00 น. ก็ควรพักการประชุมและประชุมในวันรุ่งขึ้น ตนคิดว่าจะได้ประโยชน์มากกว่า
อย่างไรก็ตาม ทางพรรคประชาธิปัตย์ยืนยันว่า การที่ต้องประชุมข้ามคืนไม่ใช่เป็นความปรารถนาของฝ่ายค้านแน่นอน เราจึงไม่ได้ยื้อให้ประชุมข้ามคืน แต่รัฐบาลต้องการให้จบภายในคืนวันที่ 16 ส.ค. ทั้งนี้ตนหวังว่าการประชุมครั้งต่อไปรัฐบาลคงไม่บีบรัดให้การประชุมเสร็จสิ้นภายในวันใดวันหนึ่งอีก โดยที่ไม่อยู่บนพื้นฐานของความเป็นจริง และขอให้รัฐบาลเปิดโอกาสให้ฝ่ายค้านทำงานอย่างเต็มที่ อย่าพยายามปิดกั้นการทำหน้าที่ของฝ่ายค้าน
ลั่นสภาปฎิรูปการเมืองเหมือนตบมือข้างเดียว ชี้มีแต่คนฝั่งรัฐบาลเข้าร่วม
นายองอาจ กล่าวถึงสภาปฏิรูปการเมืองอีกว่า ตามที่รัฐบาลมีความตั้งใจว่าจะให้มีการประชุมสภาปฏิรูปการเมืองครั้งแรกในสัปดาห์ที่จะถึงนี้นั้น ตนคิดว่าผลลัพธ์ที่ออกมาคงไม่ก่อให้เกิดประโยชน์ใดๆ ที่จะนำไปสู่การปฏิรูปการเมืองอย่างที่รัฐบาลมุ่งหวังได้ เพราะองค์ประกอบของสภาปฏิรูปเป็นคนที่เกี่ยวข้องกับรัฐบาลเป็นหลัก จึงเป็นสภาปฏิรูปการเมืองแบบตบมือข้างเดียว อย่างไรก็ตามการดำเนินการแบบนี้ทำให้เห็นว่ามีคนจำนวนมากอาทิ นพ.ประเวศ วะสี ราษฎรอาวุโส ที่รัฐบาลไปทาบทามและไม่เข้าร่วม เพราะไม่อยากเป็นเครื่องมือของรัฐบาลในการสร้างความชอบธรรม
" ทางพรคประชาธิปัตย์เราพร้อมที่จะเข้าร่วมสภาปฏิรูปการเมือง ถ้ารัฐบาลยุติร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรม ถึงแม้จะยังไม่นำออกจากสภา ขอแค่ให้ยุติไว้ก่อนก็จะแสดงให้เห็นถึงความจริงใจมากขึ้น ถ้ารัฐบาลยังจะเดินหน้าต่อในการพิจารณาร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรมก็แสดงให้เห็นถึงความไม่จริงใจ ถ้ารัฐบาลยังมุ่งหวังให้สภาปฏิรูปการเมืองเป็นทางออกของประเทศอย่างที่รัฐบาลต้องการ ก็ควรมีบุคคลทุกฝ่าย เข้ามามีส่วนร่วม ถ้ารัฐบาลยังเดิน 2 ทางแบบนี้ ทางพรรคประชาธิปัตย์ก็ไม่เอาตัวเองเข้าไปเป็นเครื่องมือของรัฐบาลในการสร้างความชอบธรรม " นายองอาจ กล่าว
"หมอวรงค์"จี้"ยิ่งลักษณ์"เข้าฟังประชุมสภาฯ
นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม ส.ส.พิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ แถลงข่าวว่า เจตนาลึกๆ ของรัฐบาลนั้นมีประโยชน์แอบแฝงอยู่ในขั้นตอน ทั้งการระบายข้าวในประเทศให้หน่วยงานราชการอย่างกรมราชทัณฑ์ ที่มีอคส.ทำหน้าที่ด้านค่าขนส่ง ตามที่ได้อภิปรายในการพิจารณาร่าง พ.ร.บ. งบประมาณฯปี2557 ซึ่งตนก็ได้ถ่ายเอกสารสัญญาระหว่าง อคส. ที่ว่าจ้าง บริษัทอยุธยาจังหวัด พาณิชย์จำกัด ให้ขนส่งข้าวไปให้เรือนจำ ในราคา 2,000 บาทต่อตัน ซึ่งมันสูงกว่าปกติอยู่มาก ไปให้นายวิสุทธิ์ ไขยณอรุณ รองประธานสภาฯ คนที่ 1 ที่ทำหน้าที่ประธานในขณะนั้นแล้ว
นพ.วรงค์ กล่าวอีกว่า ขอเรียกร้องไปยังนายกรัฐมนตรี ที่บอกว่าจะปราบปรามการทุจริตให้เข้ามาฟังการอภิปรายฯ เพราะเชื่อว่าคำแปรญัตติของ ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ โดยเฉพาะเรื่องโครงการรับจำนำข้าวจะเป็นประโยชน์ต่อรัฐบาล นายกฯควรลดการเที่ยวลงบ้าง แม้จะบอกว่าไปภารกิจต่างประเทศ แต่ก็ต้องมีตัวชี้วัดกลับมาด้วย อาทิ ไปทำสัญญาซื้อขายต่างๆ เป็นต้น แต่ที่ผ่านมาการส่งออกไม่ได้ดีขึ้น ลดลงไป 17 เปอร์เซ็นต์ การทุจริตในโครงการรับจำนำข้าวยังมีทุกขั้นตอน ทำให้ไม่มีเงินจ่ายชาวนา และก็มาแก้ปัญหาด้วยการทำร้ายชาวนาปรับลดราคารับจำนำข้าวลง



