คลี่ปมปริศนา'ซิ่งยิงดะ'(1)
คลี่ปมปริศนา CSI THAILAND : ภาพสเก็ตช์-วิถีกระสุน มัดตร.นครบาล 'ซิ่งยิงดะ' (1) : โดย...ทีมข่าวรายงานพิเศษ
ปัง ปัง ปัง ! เสียงกัมปนาท จากปากกระบอกปืนดังสนั่น สะกดให้ผู้ที่สัญจรผ่านถนนสายรัชดาภิเษก เมื่อกลางดึกคืนวันที่ 23 ธันวาคม 2554 ต้องอกสั่นขวัญแขวน
เสียงปืนดังต่อเนื่องกินเวลายาวนานถึง 1 ชั่วโมงเต็ม ไล่เรื่อยจากช่วงบริเวณอุโมงค์ลอดแยกสุทธิสาร พื้นที่รับผิดชอบ สน.สุทธิสาร ไปจนถึงหน้าธนาคารกรุงเทพสาขาวงศ์สว่าง พื้นที่รับผิดชอบ สน.ประชาชื่น ต่อเนื่องไปจนถึงใกล้แยกวัดเบญจมบพิตร ถนนพระราม 5 ท้องที่รับผิดชอบ สน.ดุสิต
คนร้ายเป็นชายฉกรรจ์ ขับรถโตโยต้า วีโก้ สีบรอนซ์เงิน ลักษณะโหลดเตี้ย เปิดเพลงเสียงดัง ใช้อาวุธปืนไล่ยิงผู้ใช้รถใช้ถนนที่ใช้เส้นทางเดียวกัน ถึง 6 จุด ในเวลาไล่เลี่ยกัน ส่งผลให้รถยนต์เสียหาย 6 คัน และยังมีผู้ได้รับบาดเจ็บจากคมกระสุนหลายคน ในจำนวนนั้นคือ ส.ต.อ.สุริยา จันทราช อายุ 35 ปี ซึ่งเป็นตำรวจสังกัดกองบังคับการตำรวจท่องเที่ยว นอกจากนี้ยังมีข้าราชการระดับผู้อำนวยการ ปฏิบัติหน้าที่ในทำเนียบรัฐบาล และผู้พิพากษาศาลปกครองรวมอยู่ด้วยอีก 1 คน
เหตุอุกฉกรรจ์ดังกล่าวเกิดขึ้นที่บริเวณอุโมงค์ทางลอดแยกสุทธิสาร เป็นจุดแรก ในเวลา 22.20 น. คนร้ายขับรถกระบะโตโยต้า รุ่นวีโก้ ประกบข้างรถยนต์โตโยต้า รุ่นฟอร์จูนเนอร์ ทะเบียน ศษ 1767 กรุงเทพมหานคร แล้วชักอาวุธปืนยิงใส่ 4 นัดซ้อน หลังจากนั้นได้เร่งความเร็วเครื่องยนต์หลบหนี
หลังจากนั้นประมาณ 10 นาที เมื่อรถกระบะโตโยต้า วีโก้ คันดังกล่าววิ่งมาถึงบริเวณทางขึ้นด่วนรัชดาภิเษกขาออก คนร้ายได้ใช้ปืนยิงใส่รถยนต์ฮอนด้า ซีวิค ทะเบียน ฎจ 9700 กรุงเทพมหานคร 3 นัด ถัดมาอีก 5 นาที คนร้ายได้ลั่นกระสุนใส่รถกระบะอีซูซุ รุ่นดีแมคซ์ ทะเบียน ตท 6247 กรุงเทพมหานคร อีก 2 นัด ขณะรถกระบะคันนี้วิ่งอยู่บริเวณสะพานข้ามแยกประชานุกูล ฝั่งขาออก
อีก 2 นาทีต่อมา รถกระบะโตโยต้า รุ่นวีโก้ ของคนร้ายวิ่งผ่านหน้าคอนโดมิเนียมเซ็นทริค ได้ลั่นกระสุนใส่รถเบนซ์ ทะเบียน ษง 8883 กรุงเทพมหานคร 3 นัด หลังจากนั้น 3 นาที เมื่อคนร้ายขับรถถึงหน้าธนาคารกรุงเทพ สาขาวงศ์สว่าง ได้ใช้ปืนยิงใส่รถกระบะโตโยต้า รุ่นไทเกอร์ ทะเบียน ถณ 8893 กรุงเทพมหานคร 2 นัด
หลังจากนั้นคนร้ายได้เร่งเครื่องหลบหนีมุ่งหน้าไปทางสะพานพระราม 7 ก่อนจะเลี้ยวซ้ายเข้าถนนจรัญสนิทวงศ์ มุ่งหน้าบางพลัด แล้วเลี้ยวข้ามสะพานซังฮี้ เลี้ยวซ้ายผ่านวิทยาลัยพยาบาลเกื้อการุณย์ ก่อนเลี้ยวขวาตรงไปยังแยกขัตติยานี แล้วเลี้ยวขวาเข้าถนนพระราม 5 และก่อนจะถึงแยกหน้าวัดเบญจมบพิตร ประมาณ 20 เมตร คนร้ายได้ใช้ปืนยิงใส่รถเบนซ์ ทะเบียน ษท 5737 กรุงเทพมหานคร ในเวลา 23.20 น.
ห้วงเวลาเกิดเหตุจากจุดแรกที่คนร้ายลั่นกระสุนใส่รถยนต์ผู้เสียหาย กระทั่งจุดสุดท้ายเป็นเวลาต่อเนื่องกันนาน 1 ชั่วโมงเต็ม มีรถยนต์ถูกยิง 6 คันรวด และจากการตรวจสอบจำนวนกระสุนที่คนร้ายใช้ยิงรวม 15 นัด
เหตุอุกฉกรรจ์สะเทือนขวัญดังกล่าวเกิดกลางเมืองหลวง ที่สำคัญจุดเกิดเหตุเป็นถนนสายหลัก มีผู้คนพลุกพล่าน หลังเกิดเหตุ พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ ผบ.ตร. (ในขณะนั้น) จึงสั่งการให้ พล.ต.ท.จรัมพร สุระมณี ผู้ช่วย ผบ.ตร. ซึ่งกำกับดูแลงานด้านพิสูจน์หลักฐาน นำกำลังตำรวจพิสูจน์หลักฐานเข้ามาปฏิบัติภารกิจ ควบคู่ไปกับกำลังตำรวจฝ่ายสืบสวนของกองบัญชาการตำรวจนครบาล ซึ่งขณะนั้นมี พล.ต.ท.วินัย ทองสอง ทำหน้าที่ ผบช.น.
พล.ต.ท.วินัย มอบหมายให้ พ.ต.อ.เจริญ ศรีศศลักษณ์ รองผบก.น.2 ซึ่งรับผิดชอบงานด้านสืบสวน คุมกำลังตำรวจฝ่ายสืบสวน บก.น.2 ประสานกับฝ่ายสืบสวนของกองบังคับการตำรวจนครบาล 1 ร่วมกับฝ่ายสืบสวนของ สน.สุทธิสาร สน.ประชาชื่น และ สน.ดุสิต ออกตรวจสอบหาเบาะแสของคนร้าย โดยทีมสืบสวนกระจายกำลังออกตรวจสอบกล้องวงจรปิดตลอดรายทาง ซึ่งคนร้ายขับรถกระบะคันก่อเหตุผ่าน
จากการตรวจสอบภาพถ่ายจากกล้องวงจรปิด สอดคล้องกับคำให้การของผู้เสียหาย ที่ระบุว่า คนร้ายใช้รถกระบะโตโยต้า วีโก้ สีบรอนซ์เงิน ลักษณะโหลดเตี้ย โดยผู้เสียหายจำทะเบียนได้บางส่วน คือ ผค 33 ส่วนสองตัวหลังไม่สามารถจดจำได้ ขณะที่หมวดจังหวัดคือ สงขลา
ข้อมูลรถยนต์คันก่อเหตุที่รวบรวมได้ดังกล่าวถูกนำไปตรวจสอบกับทะเบียนประวัติรถยนต์จากกรมการขนส่งทางบก ซึ่งพบว่าผู้ครอบครองรถยนต์คันนี้ เป็นบิดาของตำรวจระดับชั้นประทวนสังกัดกองบัญชาการตำรวจนครบาลรายหนึ่ง ซึ่งรถกระบะคันดังกล่าวบุตรชายได้นำมาใช้งานในกรุงเทพมหานคร
ขณะที่ตำรวจพิสูจน์หลักฐาน พยายามใช้หลักนิติวิทยาศาสตร์ รวบรวมพยานหลักฐานจากวัตถุพยาน โดย พล.ต.ท.จรัมพร นำทีมตำรวจพิสูจน์หลักฐาน ตรวจสอบหาปลอกกระสุน และหัวกระสุน ทุกจุดที่คนร้ายไล่ยิงผู้เสียหาย โดยเฉพาะบริเวณภายในอุโมงค์ลอดแยกสุทธิสาร ตามข้อสันนิษฐานที่ว่าภายในอุโมงค์เป็นพื้นที่ปิด ปลอกกระสุนของคนร้ายหากตกลงพื้นไม่น่าจะกระเด็นสูญหาย แต่กลับไม่พบปลอกกระสุนแต่อย่างใด
"ตรงอุโมงค์ลอดแยกสุทธิสารเป็นพื้นที่ปิด ขณะเกิดเหตุหากคนร้ายยื่นปืนออกมานอกรถก่อนลั่นไก ปลอกกระสุนน่าจะตกลงบนพื้นถนน แต่เมื่อเราเข้าไปตรวจสอบกลับไม่พบ สันนิษฐานได้ว่า ปลอกกระสุนปืนอาจตกในรถ โดยมือปืนน่าจะเป็นคนขับเอง โดยเปิดกระจกรถฝั่งข้างคนขับแล้วลั่นกระสุนใส่รถยนต์ผู้เสียหาย จึงทำให้ปลอกกระสุนตกอยู่ภายในรถของคนร้าย" พล.ต.ท.จรัมพร ให้ข้อมูล
ข้อสันนิษฐานดังกล่าวสอดคล้องกับการตรวจสอบวิถีกระสุน ที่ปรากฏอยู่บนรถยนต์ที่ได้รับความเสียหายทั้งหมด โดยรถยนต์คันแรกมีรอยกระสุน 3 นัด เข้าบริเวณประตูฝั่งคนขับ คันที่สองมีรอยกระสุน 3 นัด เข้าฝั่งด้านคนขับเช่นกัน
คันที่ 3 มีรอยกระสุน 2 นัด เข้าบริเวณกระจกฝั่งคนขับ ขณะที่คันที่ 4 มีรอยกระสุน 2 นัด เข้าที่ประตูฝั่งคนขับ ไม่แตกต่างจากคันที่ 5 ซึ่งมีรอยกระสุนปรากฏที่กระจกฝั่งคนขับ
จากร่องรอยวิถีกระสุนที่ปรากฏอยู่บนรถยนต์ที่คนร้ายไล่ยิง 5 คันแรก อยู่ในระดับเดียวกัน แนวกระสุนอยู่ในระดับที่หวังผลประสงค์ต่อชีวิตของผู้ขับขี่ ลักษณะการยิงคล้ายกัน คือคนร้ายเร่งความเร็วรถประกอบทางด้านขวาของรถยนต์ผู้เสียหาย แล้วเปิดกระจกรถด้านซ้ายของรถยนต์ที่ตัวเองขับอยู่แล้วลั่นกระสุนจากตำแหน่งที่นั่งคนขับลอดประตูรถด้านซ้ายซึ่งลดกระจกลงใส่รถยนต์ของผู้เสียหาย กระสุนปืนจึงพุ่งเข้าใส่รถยนต์ของผู้เสียหายในตำแหน่งที่ใกล้เคียงกันคือบริเวณประตูด้านฝั่งคนขับ
ส่วนคันที่ 6 คือรถเบนซ์ ทะเบียน ษท 5737 ซึ่งถูกคนร้ายยิงบริเวณใกล้แยกวัดเบญจมบพิตร ถนนพระราม 5 พบว่า วิถีกระสุนแตกต่างจากรถยนต์เสียหายคันอื่น โดยรถยนต์คันนี้มีรอยกระสุนที่กระจกหน้าและหลังฝั่งด้านข้างคนขับ 3 นัด หมายความว่าคนร้ายน่าจะยิงจากด้านซ้ายของตัวรถ สอดคล้องกับคำให้การของเจ้าของรถที่ระบุว่า คนร้ายขับรถขึ้นมาจอดเทียบทางด้านซ้าย แล้วลดกระจกลง หลังจากนั้นใช้ปืนยิงใส่
การลดกระจกรถยนต์ลงทำให้ผู้เสียหายรายนี้ เห็นหน้าและสามารถจดจำรูปพรรณสัณฐานของคนร้ายได้อย่างชัดเจน หลังเกิดเหตุ พล.ต.ท.จรัมพร จึงได้มอบหมายให้ผู้เชี่ยวชาญด้านสเก็ตช์ภาพ จากกองทะเบียนประวัติอาชญากร กองพิสูจน์หลักฐานกลาง เดินทางไปพบผู้เสียหาย เพื่อสเก็ตช์ภาพคนร้าย
"ผู้เสียหายสามารถจดจำใบหน้าและรูปพรรณสัณฐานของคนร้ายได้อย่างชัดเจน และสามารถบอกรายละเอียดกับผู้เชี่ยวชาญในการสเก็ตช์ภาพได้อย่างละเอียด ทำให้สามารถสเก็ตช์ภาพออกมาได้ใกล้เคียงกับคนร้ายอย่างมาก ซึ่งภาพสเก็ตช์ดังกล่าวเป็นประโยชน์ต่อตำรวจฝ่ายสืบสวนที่นำไปใช้เป็นเบาะแสในการติดตามจับกุมคนร้าย" พล.ต.ท.จรัมพร ให้ข้อมูล
การตรวจสอบวิถีกระสุนที่ปรากฏบนรถยนต์เสียหาย ประมวลเข้ากับคำให้การของผู้ประสบเหตุ ทำให้ตำรวจเชื่อว่า คนร้ายที่ก่อเหตุครั้งนี้มีเพียงคนเดียว โดยลงมือยิงผู้เสียหายขณะนั่งอยู่ที่เบาะนั่งคนขับ ขณะที่ภาพสเก็ตช์ที่ได้จากการสอบปากคำผู้เสียหายคือเบาะแสสำคัญที่ทำให้ตำรวจได้เค้าลางของมือปืน
การตรวจสอบรถยนต์เสียหายทั้ง 6 คน ยังพบหัวกระสุน และเศษกระสุน จำนวนหนึ่ง กลายเป็นหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ ยืนยันเกี่ยวกับอาวุธปืนที่คนร้ายใช้ก่อเหตุ ซึ่งรายละเอียดเป็นอย่างไรติดตามต่อตอนหน้า
----------------------------
(คลี่ปมปริศนา CSI THAILAND : ภาพสเก็ตช์-วิถีกระสุน มัดตร.นครบาล 'ซิ่งยิงดะ' (1) : โดย...ทีมข่าวรายงานพิเศษ)



