ข่าว

บทเรียน'พท.'ต้องแก้'ปชป.'ยื้อถกงบฯ

บทเรียน'พท.'ต้องแก้'ปชป.'ยื้อถกงบฯ

18 ส.ค. 2556

บทเรียนที่'เพื่อไทย'ต้องแก้ หลัง'ปชป.'เล่นเกมยื้อ : ขนิษฐา เทพจรรายงาน

              เรียกได้ว่า “พลพรรครัฐบาล” เกิดอาการพลาดท่า-เสียทีให้แก่ “ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์” ในเกมประชุมสภาผู้แทนราษฎร หลังจากปล่อยให้ฝ่ายค้านปล่อยของในการประชุมนัดพิเศษ วาระพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2557 วงเงิน 2.525 ล้านล้านบาท วาระสอง ด้วยการอภิปรายขยายเวลาประชุมเกินกว่าที่ “ฝ่ายรัฐบาล” กำหนดไว้เดิม 2 วัน คือ วันที่ 14-15 สิงหาคม หรือคิดเป็นเวลาประมาณ 30 ชั่วโมง 

              แต่ไปๆ มาๆ กลับลากยาว 4 วัน 3 คืน ตั้งแต่วันที่ 14-17 สิงหาคม โดยแถมการประชุมแบบข้ามคืนในวันที่ 16 สิงหาคม ต่อเนื่องถึงเวลาสายของวันที่ 17 สิงหาคม กินเวลารวมกว่า 57 ชั่วโมง!! เรียกว่าเกินไปเกือบเท่าตัว แถมการอภิปรายไปได้แค่ 17 มาตรา ไม่ถึงครึ่งด้วยซ้ำไป เพราะทั้งหมดมีถึง 35 มาตรา

              หากจะพิเคราะห์ถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ต้องย้อนไปในวันที่สภามีการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณ พ.ศ.2557 ในวาระแรก ช่วงปลายเดือนพฤษภาคม 2556 ที่ ส.ส.ประชาธิปัตย์อภิปรายถล่มรัฐบาลว่าบริหารประเทศล้มเหลว พร้อมแจกแจงลงลึกว่ามีการทุจริตในโครการไหน ขั้นตอนใดบ้าง แต่ทุกครั้งที่แตะรายละเอียดก็จะถูกเบรกเกม ให้นำเนื้อหาไปพูดในชั้นแปรญัตติ หรือ อภิปรายในวาระสอง

              ครั้งนั้น “ส.ส.พรรคฝ่ายค้าน” จึงจำยอมเพราะมีช่องทางต่อก๊อกสอง!!!

              พอถึงเวทีของการพิจารณาในชั้นกรรมาธิการ หรือ การเสนอคำแปรญัตติ ก็ถูกเบรกการซักถามโดย “ส.ส.พรรคเพื่อไทย” ที่ทำหน้าที่ประธานในที่ประชุม หลายต่อหลายครั้ง จนทำให้ “กรรมาธิการฝ่ายประชาธิปัตย์ ที่เป็นเสียงข้างน้อย” ต้องหงุดหงิดและแอบมาระบายกับสื่อมวลชนฟังหลายต่อหลายครั้ง

              จนสุดท้ายกลายเป็นความอัดอั้น และรอจังหวะเอาคืน โดยสัญญาณดังกล่าวถูกส่งออกมาจากทางแกนนำวิปฝ่ายค้านที่ไม่ยอมเข้าหารือกับตัวแทนวิปรัฐบาล เพื่อวางกรอบเวลาอภิปรายที่ชัดเจน แม้จะได้รับเทียบเชิญหลายครั้ง และสัญญาณเริ่มชัดในวันที่สองของการอภิปราย เมื่อ “นายชวน หลีกภัย ประธานสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์” เปรยผ่านคนใกล้ชิดและสื่อมวลชนประจำรัฐสภาว่า “รัฐบาลต้องใจกว้างเหมือนอดีตรัฐบาล-ประชาธิปัตย์ ที่ให้เปิดอภิปราย 5 วัน 5 คืน”

              ผลจึงได้ปรากฏให้เห็นในวันที่สามของการประชุม ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์อภิปรายแบบน้ำท่วมทุ่ง พุ่งเป้าไปที่การใช้งบประมาณที่ล้มเหลว นโยบายที่ไร้ประสิทธิภาพ นานเกือบชั่วโมง ก่อนวกเข้าเหตุผลของการปรับลดงบประมาณในแต่ละมาตราเมื่อถูกทักท้วง ผลทำให้การประชุมไม่มีการพักเบรกและไม่รู้จุดหมายว่าจะจบอภิปราย และลงมติวาระสามได้เมื่อไร

              แม้ “ส.ส.พรรคเพื่อไทย” ที่แม้จะทำการบ้านและเตรียมตัวอย่างดี ด้วยการจัด ส.ส.ไว้หลายกลุ่ม กลุ่มละ 20 คน เพื่อดูแลความเรียบร้อยและเป็นตัวแทนรัฐบาลในการปกป้อง แต่ท้ายสุดก็พลาดท่า เพราะลุกประท้วงแบบเก็บอารมณ์หงุดหงิดไม่อยู่ จนประธานในที่ประชุม "เจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภา คนที่ 1” ไล่ผู้ประท้วงไปดื่มน้ำเต้าหู้ หวังเรียกสติ

              แต่การขับเคี่ยวเกมในสภาของทั้งสองฝั่งก่อนจะถึงการตัดสินใจปิดประชุม ก็ไม่มีใครยอมใคร จน “ทหารในทัพของทั้งสองฝ่าย” อ่อนล้า “แม่ทัพของฝ่ายค้าน" จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ จึงออกมาเผยไต๋แบบประนีประนอมว่า “ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 168 กำหนดให้สภาพิจารณาร่างกฎหมายงบประมาณให้เสร็จภายใน 105 วัน ซึ่งจะครบกำหนดวันที่ 26 สิงหาคม ดังนั้นไม่มีความจำเป็นต้องเร่งรีบ”

              ทำให้ “แกนนำรัฐบาล” รีบคว้าโอกาสทอง และเซ็นสัญญาพักรบ ก่อนที่สงครามประสาทจะทำให้หัวเสียไปมากกว่านี้ อนึ่ง เพื่อรักษากำลังพลของตนเอง และประเด็นสำคัญคือ ต้องการเวลาคิดวิธีแก้เกมอีกฝั่ง เพื่อให้ร่าง พ.ร.บ.งบประมาณ 2557 ผ่านสภาวาระสาม ไปแบบชนะใจคนดู

              บวกกับการเล็งเห็นความอ่อนล้าของ “2 รองประธานสภา" เจริญ จรรย์โกมล และ วิสุทธิ์ ไชยณรุณ ที่อยู่ประมือกับฝ่ายค้าน แบบไม่ได้นอนหลับอย่างเต็มที่ 3 คืนติดๆ ที่ส่งผ่านประสิทธิภาพการเป็นตัวช่วยฝ่ายรัฐบาล-ส.ส.เพื่อไทยลดลง จนถูกมองว่าตามเกมฝ่ายค้านไม่ทัน ทำให้ ส.ส.พรรคเพื่อไทยที่ไม่เข้าใจ เช่น สุนัย จุลพงศธร, จ.ส.ต.ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ ส.ส.สุรินทร์, ขจิตร ชัยนิคม ส.ส.อุดรธานี ออกมาเอ่ยปากตำหนิว่า ใจกว้างเกินไป และปล่อยให้ฝ่ายค้านอภิปรายนอกกรอบแห่งการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณ 2557 วาระสอง ที่จำกัดให้อภิปรายได้เฉพาะการปรับลดงบประมาณ ตามตัวเลขที่กรรมาธิการได้มีการพิจารณามาแล้ว

              หากขืนยื้อตามเกมของ “ประชาธิปัตย์” ต่อไป ไม่ “เจริญ” ก็ “วิสุทธิ์” คงต้องถูกหามส่งโรงพยาบาลเป็นแน่ เพราะต้องประมือทั้งฝ่ายค้านและส.ส.ของพรรครัฐบาล จึงยอมยกธงขาว ปิดการประชุมและไปพิจารณาอีกครั้งในวันที่ 23 สิงหาคม

              เมื่อพลิกดูหน้าประวัติศาสตร์การประชุมของสภาผู้แทนราษฎรไทย การประชุมแบบยืดเยื้อ มาราธอนข้ามคืนเช่นนี้ มีมาหลายครั้งแล้ว โดยในสมัยรัฐบาลของ “น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร” เกิดขึ้นครั้งที่สภาพิจารณารายงานของกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางการสร้างความปรองดองแห่งชาติ ที่มี “พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคมาตุภูมิ” เป็นหัวหน้าคณะ ใช้เวลาพิจารณาข้ามคืน โดยนับตั้งแต่เวลา 14.08 น. วันที่ 4 เมาายน 2555 ไปสิ้นสุด ณ เวลา 01.50 น. วันที่ 6 เมษายน 2555 นอกจากนั้นยังมีประชุมอีกหลายนัดที่ถูก “ประชาธิปัตย์”  ลากไปตามเกมที่วางไว้จนเกินกรอบเวลาที่ตั้งใจ

              การเล่นเกม “ยื้อ” ของประชาธิปัตย์ ที่จัดว่ามีวาจาเป็นอาวุธ บวกกับการทำการบ้าน เข้าใจเลือกใช้ข้อบังคับการประชุม รัฐธรรมนูญ จนสร้างความปราชัยให้แก่สภาเสียงข้างมาก ถือเป็นบทเรียนชิ้นสำคัญที่ “พรรคเพื่อไทย” ต้องนำไปศึกษา เพราะหากปล่อยไว้ เกมหน้าก็เสร็จเขาอีก!!

..............

(หมายเหตุ : บทเรียนที่'เพื่อไทย'ต้องแก้ หลัง'ปชป.'เล่นเกมยื้อ : ขนิษฐา เทพจรรายงาน)