
'เสข วรรณเมธี'โฆษกบัวแก้วคนใหม่
ที่นี่บัวแก้ว : 'เสข วรรณเมธี' โฆษกบัวแก้วคนใหม่
ชัดเจนแล้วว่า "เสข วรรณเมธี" อธิบดีกรมอเมริกาและแปซิฟิกใต้ ได้รับการแต่งตั้งเป็นโฆษกกระทรวงการต่างประเทศคนใหม่ในเร็วๆ นี้ ตามความคาดหมายของหลายคนในบัวแก้ว หลังจากที่คณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบการแต่งตั้งข้าราชการกระทรวงการต่างประเทศ ในวันที่ 13 สิงหาคมที่ผ่านมา
ด้วยบุคลิกภาพของ "อธิบดีเสข" ที่ยิ้มแย้มแจ่มใส ให้ความเป็นกันเอง และอัธยาศัยดี พร้อมพูดคุยกับสื่อ ทุกครั้งที่เกิดคำถามเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่อยู่ภายใต้ขอบเขตภาระหน้าที่ของกระทรวงการต่างประเทศ ทำให้เบาใจได้ว่า ในช่วงเวลาที่ต้องการคำชี้แจงจากกระทรวงการต่างประเทศ จะไม่มีข้อกังขาว่า บัวแก้วหนีหาย หรือใส่เกียร์ว่างได้เลย
ยิ่งในปัจจุบัน กระทรวงการต่างประเทศ ต้องรับศึกหนัก มีทั้งประเด็นการเมืองอย่างต่อเนื่อง การดูแลช่วยเหลือคนไทยในต่างแดน โดยเฉพาะประเทศในภูมิภาคตะวันออกกลางที่มีแนวโน้มจะเกิดการชุมนุมต่อต้านการเมือง นอกจากนี้ ยังมีสถานการณ์ระหว่างประเทศ โดยเฉพาะข้อพิพาทเขาพระวิหารของไทย-กัมพูชา ที่เป็นประเด็นร้อนแรง เสี่ยงต่อความเข้าใจผิด บิดเบือน ที่อาจนำไปสู่การปลุกปั่นเป็นกระแสความขัดแย้งได้ ทำให้จำเป็นต้องอาศัยผู้ที่มีทักษะภาษาเป็นเลิศ การควบคุมอารมณ์ท่ามกลางสถานการณ์ที่กดกัน และผู้ที่มีกลยุทธ์พิชิตประเด็นคำถามสื่อ ในการชี้แจง โน้มน้าวใจ ด้วยปฏิภาณไหวพริบขั้นเทพมาเป็นผู้ทำหน้าที่โฆษกบัวแก้วคนใหม่
สำหรับประสบการณ์การทำงานของ "อธิบดีเสข" เคยดำรงตำแหน่ง ผอ.สำนักงานนโยบายและแผน สำนักงานปลัดกระทรวงการต่างประเทศ จากนั้นเดินทางไปรับหน้าที่อุปทูต ณ กรุงวอชิงตัน ดีซี และเดินทางกลับมารับตำแหน่งรองอธิบดีกรมสารนิเทศ แม้จะเป็นช่วงเวลาสั้นๆ เพียง 1 ปี ที่ "อธิบดีเสข" ได้ทำงานคลุกคลีร่วมกับสื่อมวลชน แต่ก็ใช่ว่า การได้มาทำงานด้านสารนิเทศ จะเป็นเพียงการขั้นจังหวะเวลา ก่อนเลื่อนตำแหน่งไปนั่งขึ้นทำหน้าที่อธิบดีกรมอเมริกาฯ เท่านั้น
ในทางกลับกัน เป็นช่วงเวลาที่ทำให้ผู้ใหญ่ของกระทรวงเล็งเห็นพรสวรรค์ภายในตัว "อธิบดีเสข" ที่เปล่งแสงเจิดจรัสเข้าตา "สุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล" เจ้ากระทรวงบัวแก้ว ถึงขั้นไว้วางใจและมอบหมายให้ทำหน้าที่โฆษกบัวแก้ว ที่มีความสำคัญและนับเป็นตัวแทนของประเทศไทยอีกด้วย
อย่างไรก็ตาม ใบหน้าที่เปื้อนรอยยิ้ม และเสียงหัวเราะที่เป็นเอกลักษณ์ของ "อธิบดีเสข" จะช่วยผ่อนคลายบรรยากาศของงานกระทรวงการต่างประเทศที่ต้องพบปะกับสื่อมวลชนได้มากทีเดียว นี่ยังไม่รวมความสามารถ และสไตล์การพูดแบบฉบับนักการทูต น่าจะเป็นเครื่องการันตีได้ว่า จะนำพากระทรวงการต่างประเทศ และประเทศไทยผ่านพ้นวิกฤติการข่าวสารไปได้อย่างแน่นอน



