ข่าว

ชง'กมธ.กิจการสภาฯ'สอบสส.ใช้ไอแพด

ชง'กมธ.กิจการสภาฯ'สอบสส.ใช้ไอแพด

17 ส.ค. 2556

'บุญยอด' ลั่นชง 'กมธ.กิจการสภาฯ' สอบ สส.ใช้ 'ไอแพด' ที่ สภาฯ จัดซื้อให้ ดู 'รูปหวิว' ระหว่างถก 'งบ57' อัด'ยิ่งลักษณ์-ครม.-พท.'ทำสภาฯเพี้ยนเมินแจงงบ

                17 ส.ค.56 นายบุญยอด สุขถิ่นไทย สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะโฆษกคณะกรรมาธิการกิจการสภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่มีภาพ สส.คนหนึ่งกำลังดูรูปหวิว ระหว่างการประชุมสภาผู้แทนราษฎร เพื่อพิจารณาร่าง พรบ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2557 เมื่อคืนวันที่ 16 ส.ค.ที่ผ่านมาว่า ขณะนี้ รู้แล้วว่า สส.คนดังกล่าวเป็นใคร โดยเห็นชัดเจนจากแว่นตา นาฬิกา สร้อยข้อมือแสตนเลส สส.คนนี้เป็นกรรมาธิการงบประมาณฯ ด้วย อักษรย่อ "พ" เป็น สส.อีสาน พรรคเพื่อไทย แต่ยังเปิดเผยชื่อไม่ได้ ต้องรอให้เจ้าตัวออกมายอมรับก่อน ขณะที่ นั่งและโต๊ะที่นั่งเป็นโต๊ะหินอ่อน ซึ่งในห้องประชุมจะมีเฉพาะในส่วนที่คณะกรรมาธิการฯ ใช้นั่งเพื่อชี้แจงเท่านั้น

                “หลังจากนี้ผมจะหารือเรื่องในที่ประชุมสภาฯ และจะนำเข้าสู่ที่ประชุมคณะกรรมาธิการ กิจการสภาผู้แทนราษฎร ในสัปดาห์หน้านี้ เพราะเรื่องที่เกิดขึ้นถือว่าหนักมาก หากจะเทียบกับการเล่นเกมหรือพูดคุยผ่านแอพพลิเคชันไลน์ของ สส.บางคน อย่างไรก็ตามหลังจากนี้คงต้องมีการทักท้วงและตักเตือน สส.ให้ใช้ไอแพดที่สภาฯ จัดซื้อให้เกิดประโยชน์มากกว่านี้” นายบุญยอด กล่าว

                

 

อัด"ยิ่งลักษณ์-ครม.-พท."ทำสภาฯเพี้ยนเมินแจงงบ

 

                นายบุญยอด กล่าวถึงการประชุมสภาผู้แทนราษฎร เพื่อพิจารณาร่าง พรบ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2557 ที่มีการพิจารณาข้ามคืนว่า เนื่องจากในเบื้องต้นยังไม่สามารถชัดเจนในเรื่องกรอบเวลาในการอภิปรายได้ และสส.ฝ่ายรัฐบาล ก็มักจะทำงานเป็นเนื้อเดียวกับรัฐบาล ซึ่งไม่ถูกเพราะเราเป็นฝ่ายนิติบัญญัติ และเป็นกรรมาธิการ และต้องเข้ามาตรวจสอบแทนประชาชน แต่ทั้ง น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม และรัฐมนตรี อยากให้สภาฯ เป็นเพียงตรายางคือ ทำงานน้อยๆ แล้วไม่ต้องพูดอะไร เช่น การแก้ไขรัฐธรรมนูญ และสุดท้ายก็ใช้เสียงข้างมากลงมติ และยังคิดว่าเสียงข้างมากคือ ความถูกต้องซึ่งในแง่ความเป็นจริงนั้นไม่ใช่ถ้าเสียงข้างมากทำอะไรผิดก็คือผิด อย่างไรก็ตาม เห็นว่าสิ่งที่ สส.จะต้องปรับตัวคือ ต้องกลับมาทำหน้าที่ของสภาอย่างแท้จริง

                นายบุญยอด กล่าวต่อว่า การพิจารณางบประมาณในครั้งนี้เห็นได้ชัดเจนว่า คณะรัฐมนตรี (ครม.) ไม่มาชี้แจงเลย ขณะที่ข้าราชการประจำต้องมาให้ข้อมูลหากกระทรวงไหนถูกพาดพิงถึง แต่ครั้งนี้คงคิดว่าหวานหมูไม่มีอะไร เสียงข้างมากอยู่แล้วจะทำอะไรก็ได้ ดังนั้น เมื่อคืนที่ผ่านมา พรรคประชาธิปัตย์ก็พยายามต่อรองว่า ให้หยุดการประชุมแล้วมาพิจารณาต่อในเช้าวันเสาร์อีก 1 วัน ก็สามารถจบทุกมาตราได้ แต่รัฐบาลไม่ยอมคิดว่าถ้าหากลากเราไปทั้งคืนคงจะไม่มีคนพูด แล้วก็จะยอมไปเอง แต่ปรากฎการณ์ที่รัฐบาลทำกับเราหนักกว่าเราอีกคือ ไม่อยู่ในที่ประชุมเลย พรรคประชาธิปัตย์มี สส.160 กว่าคน แต่ก็ยังนั่งอยู่ในห้องประชุมกว่า 120 คน ผู้ใหญ่ของพรรค เช่น นายชวน หลีกภัย ประธานสภาที่ปรึกษาพรรค นายบัญญัติ บรรทัดฐาน กรรมการสภาที่ปรึกษาพรรค และนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคก็ยังนั่งอยู่ไม่เคยทิ้งสภา

                "ความจริงแล้วการพิจารณาทุกครั้งควรต้องมีข้อตกลงที่ชัดเจน แต่สำหรับรัฐบาลแล้วคงยากเนื่องจากมีธงไว้อยู่แล้ว หลายคนกลัวตำแหน่งจะหลุดแต่ไม่นึกถึงผลประโยชน์ของประเทศชาติ ส่วนกระทรวงที่เหลือที่จะต้องมีการอภิปรายอย่างกว้างขวาง คือ กระทรวงยุติธรรม โดยเฉพาะกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และกระทรวงศึกษาธิการ รวมทั้งงบประมาณของรัฐสภาเองที่มีปัญหาอยู่หลายเรื่องในขณะนี้ ปีนี้จะโดนถล่มหนักแน่ ถือเป็นเรื่องสำคัญที่ฝ่ายค้านต้องซักถาม" นายบุญยอด กล่าว
 
                 นายบุญยอด กล่าวถึงกรณีที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ไม่อยู่ร่วมการพิจารณาโดยอ้างว่าติดภารกิจว่า นายกรัฐมนตรีจะอ้างว่า ติดภารกิจทั้งวันไม่ได้เพราะหลัง 18.00 น. น.ส.ยิ่งลักษณ์ ไม่มีภารกิจนายกฯแล้ว และปฏิเสธไม่ได้ว่าเป็น สส.และยังเป็นนายกฯ ที่ยื่นร่าง พรบ.ฉบับนี้มาให้สภาฯพิจารณา จึงเป็นหน้าที่ของคณะรัฐมนตรี (ครม.)

                “วันนี้สภาเพี้ยนว่าต่อไปนี้เป็นเรื่องที่ สส.คุยกับคณะกรรมาธิการเท่านั้น อยากถามว่า สส.จะคุยกันเองได้อย่างไรในเมื่อ ครม.ส่งเรื่องนี้เข้ามา ดังนั้น ครม.จึงต้องใช้เวทีนี้เข้ามาอธิบาย และต้องแสดงความรับผิดชอบว่าจะใช้ทุกเม็ดเงินอย่างมีประสิทธิภาพอย่างไร ครม.จะเป็นฝ่ายกำหนดเองทั้งหมดไม่ได้ เรื่องนี้ประชาชนต้องตรวจสอบได้ด้วย ผมจึงเห็นว่า ทุกอย่างเพี้ยนมาก ทั้งวิธีการพิจารณามุมมองในการทำหน้าที่ผิดเพี้ยนไปหมด รีบรวบรัดไม่อธิบายไม่คุยกันไม่แก้ไข หรือถูกติติงก็ไม่สนใจ ที่ผ่านมานายกฯบอกว่าให้ความสำคัญกับสภาฯ แต่ก็เป็นเพียงวาทกรรมเท่านั้น เป็นแค่คำพูดหวาน ๆ สร้างภาพตัวเองว่าเป็นคนเข้าใจเรื่องในสภาแต่พฤติกรรมฟ้อง” นายบุญยอด กล่าว