
ประวิตรรับปัญหาไฟใต้คุมลำบากยกเรื่องธรรมชาติมีเหตุบ้าง
ประวิตรรับลำบากที่ควบคุมปัญหาไฟใต้ อ้างเรื่องธรรมชาติต้องมีก่อเหตุบ้าง ยันกองทัพไม่ละเลยปัญหา เร่งสร้างความเข้าใจเป็นหลัก ลั่นหน่วยความมั่นคงมีรายชื่อโจรใต้หมด เชื่อไฟใต้ไม่ลามถึงขั้นสงครามศาสนา ด้าน ผบ.ทร. สั่งคุมเข้มดูแลครู-ปชช. มั่นใจกองทัพแก้ปั
(11 มิ.ย.) ที่กระทรวงกลาโหม พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวถึงมาตรการรักษาความปลอดภัยในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ว่า เป็นเรื่องของกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) กระทรวงกลาโหมดูแลในภาพรวมเท่านั้น เพราะกฎหมายระบุชัดว่าเป็นงานของ กอ.รมน.ที่จะดูแล ซึ่งปัญหาทั้งหมด พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก ชี้แจงไปแล้ว คงไม่ต้องพูดอะไร เหตุการณ์ช่วงนี้เป็นเพียงประชาชนส่วนหนึ่งที่ก่อเหตุ หน้าที่ทหารคือเราจะเข้าไปดูแลประชาชนส่วนใหญ่ให้ปลอดภัย แต่หากเราจะควบคุมไม่ให้เกิดเหตุคงจะลำบาก แต่ตลอดเวลาที่มีเหตุการณ์ฝ่ายความมั่นคงไม่ได้ปล่อยปละละเลย เราควบคุมการดำเนินการ และชี้แจงทำความเข้าใจกับประชาชนในพื้นที่ตลอดเวลา แต่การทำความเข้าใจกับคน 2 ล้านคน ให้เข้าใจเหมือนกันทั้งหมดค่อนข้างลำบาก แต่สักวันคงต้องเข้าใจ
ผู้สื่อข่าวถามว่า กลุ่มผู้ก่อความไม่สงบจะโยนความผิดให้เจ้าหน้าที่รัฐ อาจจะส่งผลกระทบต่อการทำงานหรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า คงไม่ เพราะเราทำงานตรงนี้มาหลายปี เมื่อถามถึงกรณีที่กลุ่มผู้ก่อความไม่สงบก่อเหตุยิงในมัสยิด พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องใหม่ที่เราไม่คาดคิดว่าจะเกิดขึ้น แต่สถานที่ที่เกิดส่วนใหญ่เป็นสถานที่ใหม่ๆที่เราไม่ได้คาดคิด ส่วนความขัดแย้งของศาสนาตนไม่กังวล เพราะประชาชนส่วนใหญ่เข้าใจอยู่แล้วว่า ฝ่ายรัฐบาลพยายามทำให้เกิดความสงบสุข
เมื่อถามว่า จะให้คณะกรรมการกลางอิสลามช่วยเหลือในเรื่องนี้หรือไม่ เพราะสามารถเข้าถึงประชาชนได้มากกว่า พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า เรามีการคุยกันตลอดเวลา ซึ่งเขาพร้อมจะช่วย เพราะเขาไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์ต่างๆขึ้นเช่นกัน ส่วนเรื่องนี้จะต้องให้โอไอซีมาดูแลหรือไม่นั้น ตนคิดว่า ตอนนี้โอไอซียังไม่เคยเข้ามาแทรกแซง และ กระทรวงการต่างประเทศก็ทำอยู่แล้ว ไม่มีใครแทรกแซง แต่คงต้องทำความเข้าใจกับประชาชนในพื้นที่มากกว่า เราไม่ห่วงเรื่องอื่น แต่รัฐบาลห่วงประชาชนมากกว่า
ผู้สื่อข่าวถามต่อว่า เหตุการณ์จะพัฒนาไปสู่สงครามระหว่างศาสนาหรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า คงไม่ถึงขนาดนั้น อย่าไปกังวลขนาดนั้น ขณะนี้ทางกอ.รมน.ได้ดำเนินการดูแลโดยเฉพาะในพื้นที่สีแดง โดยเราสามารถไปในหมู่บ้านได้มากขึ้น ในช่วง 2 - 3 ปีที่ผ่านมา แต่ที่มีเหตุการณ์เกิดขึ้นบ้างเพราะมีประชาชนส่วนหนึ่งไม่เข้าใจ เป็นเรื่องของเจ้าหน้าที่ต้องทำงานต่อไป ในการสร้างความเข้าใจให้เกิดขึ้นในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ให้ได้
เมื่อถามว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตลอดแสดงว่าคนในพื้นที่ยอมรับกลุ่มคนก่อเหตุใช่หรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ไม่ใช่ว่ายอมรับ คนที่ยอมรับมีเพียงส่วนน้อย คนส่วนใหญ่ไม่เกี่ยวข้องอะไร เราต้องไปดูแลคนพวกนี้ให้เกิดความเข้าใจ แต่เหตุการณ์ดีขึ้นส่วนที่มีเกิดขึ้นบ้างเป็นเรื่องธรรมชาติ เพราะขนาดในกทม.ยังมีขโมยเลย
เมื่อถามต่อว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจะทำให้รัฐมนตรีที่ดูแลเรื่องนี้ลงพื้นที่ได้หรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ลงไปได้ไม่มีปัญหา อย่างนาย สุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีด้านความมั่นคงลงพื้นที่บ่อย ปลอดภัยไม่ต้องห่วง และเป็นพื้นที่ของท่าน ไม่ต้องห่วงท่าน เมื่อถามว่า งบประมาณพิเศษในการดูแลปัญหาภาคใต้ที่ครม.อนุมัติ ควรจะนำมาใช้เพื่องานด้านความมั่นคงก่อนหรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า งบประมาณตรงนี้จะใช้ในการพัฒนาเป็นหลัก ไม่เกี่ยวกับงานด้านความมั่นคง เพราะงานพัฒนาจะทำให้ประชาชนสามารถอยู่ดีกินดีขึ้น
เมื่อถามต่อไปว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นต่อเนื่องจะห้ามกำลังพลหยุดหรือลาหรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ไม่มี คงไม่ทำถึงขนาดนั้น เพราะทหารมีวงรอบการพักผ่อน ส่วนเบี้ยเลี้ยงคงไม่เพิ่มไปกว่านี้ เพราะได้แค่นี้ก็ดีแล้ว เมื่อถามถึงกระแสข่าวว่า นายกรัฐมนตรีไม่พอใจการทำงานของผบ.ทบ.ในการแก้ไขปัญหาใต้นั้น พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ต้องไปถามนายกรัฐมนตรีเอง แต่ท่านคงไม่ใช่ไม่พอใจ เพียงแต่อาจจะกังวลใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเท่านั้น เพราะทหารทำเต็มที่ เขาเหนื่อยทุกคน อย่าถามแบบนี้ เมื่อถามย้ำว่า ทราบหรือไม่ว่าตลอดเวลาที่ผ่านมาเราสู้กับใคร พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า “ รู้สิไม่รู้ก็แย่ ตอนนี้ฝ่ายความมั่นคงเขามีรายชื่อหมดแล้ว และถ้าอยากรู้ให้มาคุยกับตน ”
ด้านพล.ร.อ. กำธร พุ่มหิรัญ ผู้บัญชาการทหารเรือ กล่าวเพิ่มเติมว่า เราพยายามสั่งการให้ดูแลครูและประชาชน จุดมุ่งหมายไม่ใช่ไทยพุทธไทยมุสลิมหรือข้าราชการเท่านั้น แต่ประชาชนทั่วไปเขาก็ทำร้าย ดังนั้นเราต้องพยายามกวดขัน ทำความเข้าใจ และให้ความคุ้มครองให้เขาอุ่นใจมากที่สุด
เมื่อถามว่า หน่วยงานความมั่นคงรู้หรือไม่ว่าสู้อยู่กับใคร พล.ร.อ.กำธร กล่าวว่า เหมือนผู้บัญชาการทหารบกพูดว่า เรามาถูกทางแล้ว พยายามเข้าใจ เข้าถึง พัฒนาด้านต่างๆ ทหารมีหน้าที่พี่เลี้ยงปกป้องคุ้มครองให้กระทรวง ทบวง กรมต่างๆ ไปพัฒนาให้ประชาชนมีความสุข แต่คงต้องใช้เวลา เราพยายามปรับยุทธวิธีอยู่ตลอด แต่เราเป็นฝ่ายถูกกระทำป้องกันลำบาก
เมื่อถามต่อว่า หากรู้ว่ารบอยู่กับใครทำไมหาแกนนำผู้บงการไม่ได้ พล.ร.อ.กำธร กล่าวว่า บางทีเขาไม่อยู่ให้เราจับ แต่เราพยายามจับตัวอยู่ แต่เขาก็เปลี่ยนสถานที่อยู่ไปเรื่อย หากจับได้เราก็จับ ทั้งนี้ ไม่คิดว่าสถานการณ์ภาคใต้จะกลายเป็นสงครามศาสนา เพราะคิดว่าหลายคนเข้าใจ เมื่อถามว่า เขาพยายามใส่ร้ายป้ายสีว่าเจ้าหน้าที่เป็นผู้ก่อเหตุร้าย พล.ร.อ.กำธร กล่าวว่า คิดว่าประชาชนเข้าใจ ทหารลงไปช่วย เขาจะมาใส่ร้ายป้ายสีอย่างไร คงไม่เป็นผล เพราะประชาชนส่วนใหญ่รู้ว่าเราลงไปช่วยเหลือ
“ส.ส.ปชป.”ระบุหน่วยงานแก้ปัญหาไฟใต้ยังทำงานไม่มีเอกภาพ
ที่รัฐสภา นายพีรยศ ราฮิมมูลา ส.ส.สัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ และนายวัชระ ยาวอหะซัน ส.ส.นราธิวาส พรรคชาติไทยพัฒนา ร่วมกันแถลงเรียกร้องให้รัฐบาลมีความอดทนและเร่งแก้ไขปัญหา รวมถึงหาผู้กระทำผิดในการก่อเหตุความไม่สงบในพื้นที่ภาคใต้ให้เร็วที่สุด
โดยนายพีรยศ กล่าวว่า ตนเป็นส.ส.ในพื้นที่ และจากการลงพื้นที่พูดคุยกับชาวบ้านตามร้านกาแฟพบว่าส่วนใหญ่เกรงว่าจะเกิดการแก้แค้นตามมา หากรัฐบาลยังไม่สามารถหาตัวผู้กระทำความผิดโดยเฉพาะการยิงถล่มมัสยิด ในจ.นราธิวาส เพราะแหล่งข่าวที่เชื่อถือได้ระบุว่า มีการเตรียมถังแก๊สไว้ก่อการเพื่อแก้แค้นแล้ว รวมถึงตนยังมีความกังวลในเรื่องความขัดแย้งทางศาสนา เพราะการยิงในมัสยิด หรือสุเหร่า ซึ่งถือเป็นบ้านของพระผู้เป็นเจ้า อาจทำให้ชาวไทยมุสลิม เข้าใจคิดว่าเป็นฝีมือชาวไทยพุทธเป็นผู้ก่อการ และขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่ก็ถูกตั้งข้อสงสัยแล้ว
นายพีรยศ กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ทาง โอไอซี ก็มีการติดตามสถานการณ์จับตามองประเทศไทยอย่างใกล้ชิด เพราะมองว่าเรายังไม่สามารถเคลียร์ตัวเองได้ ตั้งแต่กรณีกรือเซะ ตากใบ ดังนั้นรัฐบาลต้องเร่งจับกุม อย่าให้ต่างชาติเข้ามาแทรกแซงหรือกดดัน เพราะทราบมาว่ามีหนึ่งในขบวนการพูโลเก่า ที่เคยออกโทรทัศน์ช่อง 5 ที่ พล.อ.เชษฐา ฐานะจาโร อดีตหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา เป็นผู้ประสานและเล่าแนวทางการต่อสู้ให้กับโอไอซีรับฟัง ส่วนเรื่องการข่าว ตนเห็นว่าเจ้าหน้าที่ยังไม่มีความเป็นเอกภาพ มีการแย่งกันเป็นพระเอกคือ ระหว่างตำรวจ ทหาร มีการอมข้อมูล ทำให้การแก้ปัญหาผิดพลาด ไม่ตรงจุด
“ผมรู้สึกผิดหวังกับรัฐบาลเพราะสมัยเป็นฝ่ายค้าน ได้สัญญากับชาวบ้านในพื้นที่ และพูดกั พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ นายกฯในขณะนั้นว่า ควรจะมีรัฐมนตรีลงไปกำกับดูแลพื้นที่ภาคใต้โดยตรง จนถึงวันนี้เมื่อเป็นรัฐบาลกลับไม่ยอมทำตามที่พูดไว้ ชาวบ้านก็เสียความรู้สึก จึงอยากเรียกร้องให้นายกฯ พิจารณาทบทวน และเร่งดำเนินการส่งรัฐมนตรีที่รับผิดชอบปัญหาภาคใต้ คือนายถาวร เสนเนียม รมช.มหาดไทย ลงไปอยู่ในพื้นที่ คือ ศอบต. อย่างน้อยสัปดาห์ละ 3 วัน คือ ศุกร์ เสาร์ อาทิตย์ เพราะถ้าไปๆ มาๆ ก็ไม่เกิดประโยชน์อะไร” นายพีรยศ กล่าว
ทหารเข้มแดนไทย-มาเลย์ตั้งโต๊ะปชส.หลังสื่อมาเลย์ประโคนข่าวยิงมัสยิด
ความเคลื่อนไหวเกี่ยวกับกรณีเหตุคนร้ายใช้อาวุธปืนสงครามยิงถล่มใส่มัสยิดอัลกูรกอน ซึ่งตั้งอยู่บ้านไอปาแย ม.8 ต.จวบ อ.เจาะไอร้อง จ.นราธิวาส เมื่อคืนวันที่ 8 มิ.ย.52 ที่ผ่านมา ส่งผลทำให้ชาวบ้านที่ประกอบพิธีละหมาดในมัสยิด ถูกกระสุนปืนของคนร้ายเสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บเป็นจำนวนมากนั้น
ล่าสุดหนังสือพิมพ์รายวันของประเทศมาเลเซีย ทั้งภาษาอังกฤษ และจีนทุกฉบับ ได้มีการตีพิมพ์ภาพ และข่าวเหตุคนร้ายใช้อาวุธปืนสงครามบุกยิงถล่มมัสยิดในพื้นที่ อ.เจาะไอร้อง จนขยายผลไปสู่การกล่าววิพากษ์วิจารณ์กันไปต่างๆนาๆ ของประชาชนชาวมาเลเซีย ถึงความเหี้ยมโหดฆ่าได้แม้กระทั่งชาวบ้านกำลังละหมาดในมัสยิด จนภาพลักษณ์ของเจ้าหน้าที่กองกำลังไทยตกอยู่ในทางลบ ดั่งที่กลุ่มคนร้ายได้มีการประชุมวางแผนไว้ล่วงหน้า ให้ตกเป็นแพะรับบาป
และจากการติดตามความเคลื่อนไหวของกรณีดังกล่าว พบว่า พ.ท.สราวุธ ไชยสิทธิ์ ผบ.ฉก.นราธิวาส 36 ซึ่งรับผิดชอบ พื้นที่ อ.ตากใบและสุไหงโก-ลก ได้มีการจัดส่งเจ้าหน้าที่ทหารไปปฏิบัติหน้าที่ตามช่องทางข้ามจุดผ่อนปรนตลอดริมพรมแดนของแม่น้ำสุไหงโก-ลก เพื่อทำการประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนชาวไทย และชาวมาเลเซีย ที่ใช้ช่องทางข้ามดังกล่าวได้เข้าใจเกี่ยวกับกรณีที่เกิดขึ้น พร้อมทั้งขอความร่วมมือชาวบ้านช่วยประชาสัมพันธ์ต่อเป็นทอดๆ ซึ่งประชาชนส่วนใหญ่เข้าใจ เพราะเหตุร้ายที่เกิดขึ้นมันบ่อยครั้งจนชาวบ้านชินชา
นอกจากนี้แล้วทางเจ้าหน้าที่ทหารได้มีการจัดส่งเรือยางติดเครื่องยนต์ เพื่อแล่นตรวจสอบความเรียบร้อยบริเวณช่องทางข้ามจุดผ่อนปรน เป็นการสกัดกั้นและคอยตรวจสอบบุคคลแปลกหน้า โดยเฉพาะผู้ต้องหา 3 คน คือ นายมูฮัมหมัดสูนี นายอำรัน มิง และนายมะซาเอ๊ะ หะยีดีเยาะดียะ ที่เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ระแงะ ได้ออกหมายจับและตั้งค่าหัวรางวัลนำจับ รายละ 30,000 บาท
ที่ร่วมก่อเหตุยิงครูวารุณีและครูอัจฉราภรณ์ เสียชีวิต และทราบเบาะแสเชื่อมโยงยิงถล่มร้านน้ำชา ยิง อส.และวางระเบิดคาร์บอมบ์ซ้ำ ที่บริเวณหน้าร้านขายยา เขตเทศบาลตำบลยี่งอ รวมทั้งร่วมกับพวกยิงถล่มมัสยิดอัลกูรกอน อ.เจาะไอร้อง จนชาวบ้านเสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บเป็นจำนวนมาก ฉวยโอกาสแฝงตัวปะปนกับชาวบ้าน หลบหนีไปกบดานในประเทศมาเลเซีย



