
'โอบามา'สั่งยกเลิกซ้อมรบร่วมอียิปต์
"โอบามา" สั่งยกเลิกซ้อมรบร่วมกับอียิปต์ในเดือนหน้า และประณามการใช้กำลังปราบปรามผู้ประท้วง ก.ต่างประเทศอังกฤษเตือนนักท่องเที่ยวชาวอังกฤษให้อยู่แต่ภายในรร.
วันที่ 16 ส.ค.56 ยอดผู้เสียชีวิตจากความรุนแรงนองเลือด ที่เกิดขึ้นในช่วงที่กองกำลังรักษาความมั่นคงของอียิปต์ เข้าสลายการชุมนุมของกลุ่มผู้ประท้วงที่สนับสนุนอดีตประธานาธิบดีโมฮัมเหม็ด มอร์ซี ที่ถูกกองทัพโค่นอำนาจ ได้ทะลุผ่าน 600 คนแล้วเมื่อวันพฤหัสบดี โดยกระทรวงสาธารณสุข แถลงว่า ยอดผู้เสียชีวิตได้ขึ้นไปที่ 638 คน และบาดเจ็บ 3,994 คน ขณะที่การประท้วงครั้งใหม่ปะทุทั่วประเทศ และการประนามของทั่วโลกก็ขยายขึ้นเรื่อยๆ
ประธานาธิบดีบารัก โอบามา ของสหรัฐ ได้มีปฏิกิริยาตอบโต้เป็นครั้งแรก ด้วยการประณามการใช้กำลังปราบปรามผู้ประท้วง และระบุว่า สหรัฐได้ยกเลิกการซ้อมรบร่วมทางทหารกับกองทัพอียิปต์ ที่กำหนดจะมีขึ้นในเดือนหน้า และเตือนด้วยว่า จะมีการใช้มาตรการขั้นต่อไป ถ้ารัฐบาลเฉพาะกาล ของอียิปต์ยังคงเดินหน้าในเส้นทางอันตรายที่มากขึ้นเรื่อย ๆ แต่เขาไม่ได้บอกว่า จะตัดงบประมาณช่วยเหลือทางทหารรายปีจำนวน 1,300 ล้านดอลล่าร์ ที่สหรัฐมอบให้อียิปต์ในฐานะมิตรประเทศที่เป็นเสาหลักสันติภาพในตะวันออกลาง
เจ้าหน้าที่ทางการในยุโรป ได้เรียกร้องให้สหภาพยุโรประงับการช่วยเหลือทางเศรษฐกิจต่ออียิปต์ โดยเดนมาร์ค เป็นหนึ่งในสมาชิกที่ตัดความช่วยเหลือแล้ว ประธานาธิบดีฟรังซัวส์ ออลลองด์ ของฝรั่งเศส เรียกพบเอกอัครราชทูตอียิปต์ เพื่อประนามความรุนแรงที่เกิดขึ้น บรรดาบริษัทข้ามชาติจำนวนมาก รวมทั้ง เจนเนอรัล มอเตอร์ ของสหรัฐ ระงับการดำเนินการในอียิปต์ นายกรัฐมนตรีเรเจ๊บ ไตยิบ เอดวน ของตุรกี ซึ่งเป็นพันธมิตรกับนายมอร์ซี ได้เรียกตัวเอกอัครราชทูตตุรกีประจำอียิปต์กลับประเทศ และเรียกร้องให้คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติจัดการประชุมเพื่อหารือถึงเหคุการณ์ที่เกิดขึ้น
กระทรวงมหาดไทยอียิปต์ ไม่สนใจเสียงเรียกร้องให้อดกลั้น ด้วยการเตือนผู้ประท้วงว่า ตำรวจได้รับอำนาจในการใช้กระสุนจริงในการป้องกันตนเอง และยังประกาศจะลงโทษการกระทำใดๆ ที่เป็นการก่อการร้ายและก่อวินาศกรรม หลังจากมีอาคารของรัฐบาลอย่างน้อย 2 แห่งถูกเผา เมื่อเช้าวันพฤหัสบดี
แม้ว่าตัวเลขผู้เสียชีวิตจะเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ แต่ผู้สนับสนุนกลุ่มมุสลิมภารดรภาพและนายมอร์ซี ยังคงปลุกเร้าให้ประชาชนออกไปชุมนุมตามท้องถนน โดยไม่สนใจการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินโดยผู้สนับสนุนนายมอร์ซีหลายร้อยคน ได้เดินขบวนไปทั่วเมืองอเล็กซานเดรีย ซึ่งเป็นเมืองใหญ่อันดับที่ 2 ของประเทศ และปะทะกับตำรวจ รวมทั้งที่กิซ่า บริเวณฝั่งแม่น้ำไนล์ ใกล้กับพีรามิดอันเลื่องชื่อ พบว่า ผู้ประท้วงได้ใช้ระเบิดเพลิงโจมตีที่ทำการของรัฐบาล และจุดไฟเผา และยังปิดถนนทางหลวงสายหลักที่มุ่งสู่กรุงไคโรด้วย
มัสยิดอัล-อีมาน ในย่านนัสร์ ซิตี้ ในกรุงไคโร ที่ได้ชื่อว่าเป็นสัญลักษณ์สำคัญ และต้องกลายมาเป็นสถานที่เก็บศพชั่วคราวของผู้เสียชีวิตมากกว่า 200 ศพ และกำลังเริ่มเน่าเปื่อยเพราะน้ำแข็งละลาย พรรคเสรีภาพและยุติธรรม ซึ่งเป็นปีกการเมืองของนายมอร์ซีและกลุ่มมุสลิมภารดรภาพเปิดเผยว่า ตำรวจยิงแก๊สน้ำตาเข้าใส่มัสยิด เพื่้อให้คนที่อยู่ข้างในเดินเรียงออกมาทีละคนและยอมมอบตัว
เว็บไซท์หนังสือพิมพ์อาห์ราม ออนไลน์ รายงานว่า บ้านเรือนและโบสถ์ของชาวคริสต์ราว 30 แห่ง ทั่วประเทศถูกเผาวอด โดยน้ำมือของกลุ่มมุสลิมระบายความแค้นจากเหตุการณ์สังหารหมู่ในวันสลายการชุมนุม โดยใช้ชาวคริสต์ที่เป็นชนกลุ่มน้อยเป็นเป้าหมาย
อังกฤษเตือนนักท่องเที่ยวที่อียิปต์ให้อยู่แต่ภายในโรงแรม
กระทรวงต่างประเทศของอังกฤษ เตือนนักท่องเที่ยวที่อียิปต์ไม่ให้ออกนอกโรงแรม มีชาวอังกฤษมากกว่า 40,000 คน อยู่ที่อียิปต์ ส่วนใหญ่อยู่ที่สถานตากอากาศยอดนิยมแถบ ทะเลแดง เช่น ชาร์ม เอล ชี้คห์ แต่โปรแกรมท่องเที่ยวระยะสั้นและการดำน้ำถูกยกเลิก และตำรวจท้องถิ่น ได้เตือนพวกเขาให้อยู่แต่ภายในโรงแรม ซึ่งกระทรวงต่างประเทศอังกฤษ ได้แนะนำให้นักท่องเที่ยวพกเอกสารสำคัญติดตัวไว้ตลอดเวลาและเชื่อฟังคำเตือนของทางการในท้องถิ่น ขณะที่สถานการณ์ในอียิปต์กำลังเข้าใกล้สงครามกลางเมือง
แม้ว่าสถานตากอากาศจะอยู่ห่างจากกรุงไคโรหลายร้อยกิโลเมตร แต่การท่องเที่ยวระยะสั้นและการดำน้ำต้องถูกระงับไว้ชั่วคราว เนื่องจากความวิตกจากเหตุการณ์ปะทะนองเลือดระหว่างกองกำลังรักษาความมั่นคงและผู้สนับสนุนอดีตประธานาธิบดีโมฮัมเหม็ด มอร์ซี จะขยายลุกลามบานปลาย กลุ่มมุสลิมภารดรภาพ อ้างว่า ตัวเลขผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บที่แท้จริง สูงกว่าตัวเลขของทางการมาก
ความรุนแรงยังคงต่อเนื่องจนถึงเมื่อวานนี้ จากการที่สมาชิกมุสลิมภารดรภาพหลายร้อยคนจุดไฟเผาอาคารรัฐบาลแห่งหนึ่งในไคโร อังกฤษได้เรียกพบเอกอัครราชทูตอียิปต์ เพื่อแสดงความวิตกต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ที่หลายเมืองยังคงอยู่ภายใต้การประกาศภาวะฉุกเฉินและเคอร์ฟิว
ด้านสำนักงานต่างประเทศและเครือจักรภพ หรือ เอฟซีโอ ได้เตือนไม่ให้ชาวอังกฤษ เดินทางไปยังกรุงไคโร , อเล็กซานเดรีย , ลักซอร์และสุเอซ โดยไม่จำเป็น แต่ยังไม่ได้ให้รีบเดินทางออกนอกประเทศ ส่วนคำเตือนนักท่องเที่ยวที่ชาร์ม เอล ชี้ค , ฮูร์กาด้า , ทาบา และมาร์ซาอาลัม ก็ยังคงไม่เปลี่ยนแปลงเช่นกัน
"สุรพงษ์"ออกแถลงการณ์ห่วงสถานการณ์รความรุนแรงในอียิปต์ เรียกร้องใช้ความยับยั่งชั่งใจ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 8.35 น. ทางเว็บไซต์กระทรวงการต่างประเทศ ได้เผยแพร่แถลงการณ์ของนายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ต่อสถานการณ์ในอียิปต์ โดยมีสาระสำคัญว่า ประเทศไทยในฐานะที่เป็นมิตรประเทศที่มีความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดและยาวนานกับอียิปต์ มีความห่วงกังวลเป็นอย่างยิ่งต่อเหตุการณ์ที่มีการใช้กำลัง ทำให้มีผู้เสียชีวิตนับร้อยคน และบาดเจ็บอีกจำนวนมาก อีกทั้งสถานการณ์ส่อที่จะลุกลามเพิ่มมากขึ้น ในการนี้ไทยขอเรียกร้องให้ทุกฝ่ายใช้ความยับยั้งชั่งใจและยุติความรุนแรงโดยเร็วที่สุด
นายสุรพงษ์ กล่าวอีกว่า จากประสบการณ์ของไทย การใช้ความรุนแรงไม่ใช่วิธีที่จะนำไปสู่การแก้ไขปัญหาใด ๆ ได้ ในการนี้ไทยขอเรียกร้องให้ทุกฝ่ายยุติความรุนแรงโดยทันที และใช้ความพยายามอย่างเต็มที่อีกครั้ง เพื่อพูดคุยสร้างความปรองดองและนำพาอียิปต์กลับสู่กระบวนการเปลี่ยนผ่านสู่ประชาธิปไตย โดยมีทุกฝ่ายเข้ามามีส่วนร่วมโดยเร็ว



