ข่าว

คมชัดลึกจัดถกหนี(โครงการ)น้ำ?

คมชัดลึกจัดถกหนี(โครงการ)น้ำ?

15 ส.ค. 2556

คมชัดลึกจัดถก : หนี(โครงการ)น้ำ?

             ผลกระทบในการเดินหน้าโครงการบริหารจัดการน้ำทั้งระบบในประเทศไทย กำลังกลายเป็นข้อวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างแพร่หลายว่า โครงการต่างๆ ทำได้จริงมากน้อยแค่ไหน และกระทบต่อพื้นที่และสิ่งแวดล้อมหรือไม่ "คม ชัด ลึก" จัดหนี(โครงการ)น้ำ?

             ดร.ประยุทธ์ ไกรปราบ ผอ.กลุ่มงานวิเคราะห์โครงการ สำนักวิชาการและวิเคราะห์โครงการ สำนักงานนโยบายและบริหารจัดการน้ำและอุทกภัยแห่งชาติ กล่าวว่า การดำเนินโครงการยืนยันว่า ต้องรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนก่อน หลังจากได้ศึกษากระทั่งรู้ตำแหน่งที่ตั้งโครงการชัดเจนแล้ว ดังนั้นเราควรรับฟังความคิดเห็นจากประชาชน โดยทุกฝ่ายวางแผนจะลงพื้นที่ในเดือนกันยายนนี้ ทั้งนี้อยากบอกให้ทราบว่า โครงการนำต่างๆ โดยเฉพาะเกี่ยวกับเขื่อนต่างๆ เราได้ศึกษาขอมูลไปบ้างแล้ว ขณะเดียวกันอีกหลายโครงการได้เริ่มศึกษา และประเมินผลกระทบตามมาเรื่อยๆ แต่ยอมรับว่า บางโครงการใช้การศึกษาที่มีก่อนหน้านี้แล้ว แต่ในท้ายที่สุดโครงการทั้ง 9 แห่ง รัฐบาลต้องศึกษาผลกระทบใหม่ทั้งหมดอีกครั้งในทุกๆ เรื่อง

             นายศศิน เฉลิมลาภ เลขาธิการมูลนิธิสืบนาคะเสถียร กล่าวว่า โครงการเอ 1 ที่มีเขื่อนเยอะมาก โดยเฉพาะเขื่อนแม่วงก์ได้มีการต่อสู้กันมานานแล้ว และมีการศึกษาผลกระทบไปแล้ว แต่ไม่ผ่าน ในส่วนของเขื่อนแม่วงก์พบว่า หน่วยงานรัฐต้องการเข้ามาทำ ขณะที่ชาวบ้านในพื้นที่มองว่า หากเขาได้ประโยชน์ก็จะเห็นด้วย แต่อยากจะบอกว่า แม่วงก์ไม่มีคนอาศัยอยู่ แม่วงก์มีแต่ป่า ดังนั้นเราต้องฟังเสียงนักวิชาการ อย่าไปถามชาวบ้าน เพราะเขาไม่ได้อยู่ในพื้นที่ หากกรมชลประทานไปบอกเขาว่า จะนำน้ำมาให้ หากตนเป็นชาวบ้านต้องเอาน้ำอยู่แล้ว แต่พวกสัตว์ป่าใครจะพูดแทนพวกมันได้ ดังนั้นการสร้างเขื่อนอะไรที่มีปัญหาจึงจำเป็นต้องศึกษาผลกระทบในระดับวิชาการให้รอบด้านอย่างถูกต้อง

             ผศ.ดร.คมสัน มาลีสี รองคณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง กล่าวว่า รัฐบาลพยายามทำตามคำสั่งของศาลให้ฟังเสียงประชาชนในพื่นที่ แต่ขณะนี้ต้องมองไปว่า ประชาชนที่มีส่วนในผลกระทบคือใครกันแน่ ซึ่งอยากจะบอกว่า รัฐบาลอย่าไปกันประชาชนคนอื่นๆ ที่อยากมีส่วนร่วมในการพิจารณาออกไป วันนี้อยากจะพูดถึงแม่วงก์ เพราะตอนนี้ป่าในแม่วงก์มีความสมบูรณ์มาก โดยผลพวงเกิดจากการปิดป่ามากว่า 20 ปีแล้ว ดังนั้นหากรัฐบาลจะเอาข้อมูลเก่าเมื่อหลาย 10 ปีมาพูดว่า แม่วงก์เป็นป่ารกร้างนั้น มันไม่ใช่ความจริงแล้ว รัฐบาลต้องเอาข้อมูลที่เป็นจริงมาพูดกัน