ข่าว

คุม'ไลน์'ป้องความมั่นคง

คุม'ไลน์'ป้องความมั่นคง

16 ส.ค. 2556

ฮอตอิชชู่ : คุม 'ไลน์' ป้องความมั่นคง

 

                      คนโพสต์เองก็ต้องมีวิจารณญาณ วิพากษ์วิจารณ์ได้แต่อย่าหยาบคาย ซึ่งมันบ่งบอกถึงการศึกษาและครอบครัว ส่วนหน่วยงานที่ออกมาพูดก็เอาเวลาไปทำอย่างอื่นดีกว่าหรือไม่

 

                      หลายวันก่อนมีข่าวว่ากองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.) ออกมาเตือนประชาชน ห้ามโพสต์ กดไลค์ หรือส่งต่อข้อความที่อาจกระทบต่อความมั่นคงของประเทศ เพราะจะถือว่าเป็นผู้กระทำผิดร่วม ทำให้มีเสียงวิพากวิจารณ์กันอย่างหนาหู แถมล่าสุดยังเตรียมตรวจสอบการสนทนาผ่านโปรแกรมแชทยอดนิยม "ไลน์" ซึ่งในประเทศไทยมีผู้ใช้กว่า 15 ล้านคน โดยให้เหตุผลว่าเป็นภัยต่อความมั่นคง สร้างความไม่พอใจให้กับชาวสังคมออนไลน์เป็นอย่างมาก เนื่องจากไลน์ถือเป็นพื้นที่ส่วนตัว ทั้งประเทศไทยยังเป็นประเทศประชาธิปไตย ซึ่งประชาชนมีสิทธิที่จะแสดงความคิดเห็นได้อย่างเสรี

                      เป็นช่องทางการสื่อสารรูปแบบใหม่ที่เข้ามามีอิทธิพลต่อวิถีชีวิตคนทุกวัยและระดับชั้น ความเห็นส่วนตัวของ "ตี้" ชิตชัย เธียรกาญจนวงศ์ ผู้จัดการทั่วไป บริษัท บิ๊กคาเมร่า จำกัด มองว่า ไม่เห็นด้วยหากจะมีการละเมิดพื้นที่สนทนาของคนทั่วไป เพราะเป็นสิทธิส่วนบุคคล ซึ่งคงไม่ต่างจากการดักฟังโทรศัพท์ แต่หากเกี่ยวข้องกับความมั่นคง มีการสืบมาแล้วว่าการสนทนาของคนคนนั้นอาจเป็นภัยหรือก่อความเดือดร้อนก็คงต้องพิจารณาเป็นกรณีไป

                      "จริงๆ ไม่ค่อยได้ติดตามรายละเอียดเรื่องนี้ แต่ถ้าเป็นเรื่องความมั่นคง เป็นเรื่องระดับประเทศ โดยรวมแล้วก็ต้องยอมรับเรื่องจะมีการตรวจสอบ แต่ถ้าเราไม่เกี่ยวข้องอะไรเลย อยู่ๆ มาของดูไลน์ดูการพูดคุยของเราแบบนี้ละเมิดเกินไป  เพราะทุกวันนี้ต้องยอมรับว่าไลน์ได้เข้ามามีบทบาทในการดำเนินชีวิตเรามากขึ้น เป็นประโยชน์ในการติดต่อสื่อสารอย่างมาก อย่างผมบางครั้งใช้เพื่อประชุมเลย ทำให้การประสานงานรวดเร็วมาก ประหยัดเวลา หรือบางครั้งมีเรื่องด่วนเข้ามาแต่ตรงนั้นไม่อาจใช้เสียงได้ ก็พิมพ์ข้อความไลน์คุยกันได้  แต่อยากฝากถึงคนสาวกไลน์ด้วยว่าต้องใช้ไลน์ให้เป็นและพอดี ถ้ามากไปหรือไม่ถูกที่ถูกทางก็อาจเป็นผลเสีย อย่างการนัดพบกันแทนที่จะพุดคุย บางคนก็เอาแต่เล่นไลน์หรือโทรศัพท์ ลดความสำคัญของคู่สนทนาไป แบบนี้ไม่ดีแน่" ผู้จัดการทั่วไป เสนอความคิดเห็น

                      ด้านครูสาวผู้ใช้โซเชียลมีเดียในการติดต่องานและพูดคุยกับเพื่อนฝูงเป็นประจำอย่าง "ครูกิ๊บ" เขมิษา บุณยเกียรติ เจ้าของสถาบันสอนเต้นท์และศิลปะการแสดง แดนซ์ มี อัพ และสถาบันสอนศิลปะป้องกันตัวและพัฒนาบุลิกภาพ ไฟท์ มี อัพ ให้ความเห็นในเรื่องนี้ว่า โดยส่วนตัวใช้การติดต่อทางไลน์เป็นประจำ ได้ยินเรื่องนี้ก็งงนิดหน่อย และยอมรับว่าไม่เข้าใจวิธีการตรวจสอบเท่าไหร่นัก แต่ก็พยายามเข้าใจทั้ง 2 ฝ่ายคือทั้งผู้ใช้และผู้ตรวจสอบ เพราะเชื่อว่าตำรวจก็ต้องทำหน้าที่ของตนให้ดีที่สุด

                      "ปกติใช้ไลน์เป็นประจำอยู่แล้วทั้งในเรื่องงานและคุยกับเพื่อน  แต่ก็ใช้แบบระวังพอควรไม่ได้คุยกับใครสุ่มสี่สุ่มห้า อย่างเรื่องทำงานจะใช้ไลน์เพื่อคุยกับผู้ปกครอง และมีการตั้งไลน์กลุ่มไว้สำหรับนักเรียนที่ค่อนข้างโตพอที่จะสื่อสารกันได้ กิ๊บว่าการสื่อสารผ่านไลน์มันเป็นช่องทางที่สามารถกระจายข่าวสารได้รวดเร็ว ทั้งยังเป็นการสร้างความสนิทสนมระหว่างกันและกันด้วย แต่ก็อยากฝากเตือนคนอื่นๆ ให้ใช้อย่างถูกต้องด้วย อย่างเวลาที่ได้รับข่าวสารอะไรมา ต้องใช้สติพิจารณาไตร่ตรองให้รอบคอบก่อนส่งต่อให้คนหมู่มาก หากเป็นสิ่งสร้างสรรค์สังคมก็ควรทำ แต่หากเป็นเรื่องไม่สร้างสรรค์หรือทำให้ประเทศชาติเสียภาพพจน์ก็ไม่ควรทำ" ครูกิ๊บให้ความเห็น

                      ในด้านการสื่อสารของบุคคลทั่วไปสาวหล่ออย่าง "บิงโก" สุภาวรรณ เจริญวัฒนาวาณิชย์  พนักงานบัญชี พนักงานบริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง ให้ความเห็นว่าการตรวจสอบนี้แม้จะเห็นว่าเป็นการละเมิดสิทธิส่วนบุคล แต่ก็ไม่กระทบอะไรกับชีวิตประจำวันของตัวเองถ้าอยู่ในฐานะผู้สุจริต

                      "แน่นอนว่าคนใช้ไลน์ไม่ได้คุยเกี่ยวกับการเมือง ความมั่นคงของประเทศกันทุกคน ส่วนตัวจะคุยทั่วๆ ไปเรื่องความเป็นอยู่ เรื่องงานกับเพื่อนและครอบครัวกันมากกว่า ถ้ามีการตรวจสอบแอพพลิเคชั่นการสื่อสารได้จริงคนที่ทำผิดกฏหมาย หรือคนที่อยู่ในรายชื่อตรวจสอบก็ต้องเดือดร้อนกันอยู่แล้ว นั่นก็มีข้อดีที่ในแง่ของความมั่นคงของชาติ แต่มีข้อเสียที่ดูละเมิดสิทธิส่วนบุคคลไป ต้องมีขอบเขตในการตรวจสอบชัดเจน ส่วนตัวเองไม่ได้ทำผิดกฏหมายอะไรเลยคิดว่าไม่เดือดร้อนเท่าไหร่คุยเฮฮาได้ตามปกติ แต่ด้านหนึ่งเรารู้แล้วว่าไม่ได้เป็นความส่วนตัวร้อยเปอร์เซ็นต์ก็ต้องระวังคำพูดกับบางเรื่องบ้าง ไว้ไปคุยแบบต่อหน้ากันเลยดีกว่า แต่ถ้าขอบเขตเกินเลยไปถึงการห้ามไลค์ ห้ามแชร์ ข้อความที่กระทบต่อความมั่นคงของชาติ อันนี้คิดว่าควบคุมยากเพราะยังไงประชาชนก็ต้องมีสิทธิออกสิทธิออกเสียง สำคัญที่ตัวเราเองมากกว่าที่ต้องมีวิจารณญาณ รอบคอบ ไตร่ตรองข้อมูลให้ดีก่อนกดไลค์ กดแชร์ จะได้ไม่เกิดกระแสลบๆ ตามมาในสังคม " นักบัญชี ให้ความเห็น

                      ต่อกันด้วยสาวสังคมคนดัง "ติ๊ก" อภิภาวดี สนิทวงศ์ ณ อยุธยา ให้ความคิดเห็นถึงเรื่องนี้ว่า ถ้าจะเข้าไปตรวจสอบการใช้ไลน์ของคนไทย เห็นสมควรยกเลิกการใช้สมาร์ทโฟนกันไปเลยดีกว่า เพราะตรวจสอบไลน์ก็ต้องตรวจสอบโซเชียลมีเดียทั้งหมด ทั้งเฟซบุ๊ค อินสตาแกรม ทวิตเตอร์ โพสต์กันแล้วก็แชร์กันต่อๆ ไป ความจริงแล้วส่วนตัวมองว่าเป็นการก้าวก่ายสิทธิส่วนบุคคลมาก และการพูดคุยกันมันก็พูดคุยกันในกลุ่ม เป็นเพื่อนกันถึงจะเห็น

                      "ส่วนคนโพสต์เองก็ต้องมีวิจารณญาณ วิพากษ์วิจารณ์ได้แต่อย่าหยาบคาย ซึ่งมันบ่งบอกถึงการศึกษาและครอบครัว และควรวิพากษ์แบบคนมีการศึกษาทำกัน ควรใช้คำสุภาพและเหมาะสม ไม่ใช่หยาบคายกันในโลกโซเชียล มันไปไกล เห็นกันทั้งโลก ซึ่งถ้าอยากเตือนเด็กๆ ไว้ด้วยว่าถ้าติ๊กเป็นเจ้าของบริษัทแล้วเห็นเด็กที่มาสมัครงานเขียนคำหยาบคายในเฟซบุ๊ค หรือในทวิตเตอร์ ติ๊กไม่รับนะ ให้ไอคิวเลอเลิศ ตรงกันข้ามอีคิวแบบนี้ไม่รับเด็ดขาด มันเซิร์จหาข้อมูลกันได้ง่ายๆ และที่สำคัญถ้าหน่วยงานที่ออกมาพูดเรื่องการตรวจสอบไลน์เพื่อป้องกันอาชญากรรม ต้องใช้คนตรวจสอบมากขนาดไหน เอาเวลาไปทำอย่างอื่นดีหรือไม่ เห็นเสนอข่าวเครือขายยาเสพติดกันมากมายยังจับไม่ได้เลย" สาวสังคมเสนอแนวคิด

                      ปิดท้ายที่ อมรา พงศาพิชญ์ ประธานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ได้กล่าวถึงกรณีที่ ทางกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.) จะเข้าตรวจสอบการสนทนาผ่านโปรแกรมแชท "LINE" (ไลน์) (ภาพน.ส.พ.กรุงเทพธุรกิจ) ว่า โปรแกรมแชทถือว่าเป็นการสนทนาเพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในเรื่องส่วนตัวผ่านพื้นที่สาธารณะ ซึ่งหาก บก.ปอท. จะดำเนินการตรวจสอบข้อมูลการสนทนาจริง ก็จะต้องระวังไม่ให้ละเมิดสิทธิส่วนบุคคล และต้องดำเนินการให้เป็นไปตามมาตรฐานสากลทั่วโลก เพราะเรื่องนี้ถือว่าเป็นเรื่องสากล ไม่ใช่การสนทนาเฉพาะในประเทศเท่านั้น

                      "การตรวจสอบดังกล่าวจะสุ่มเสี่ยงที่จะละเมิดสิทธิบุคคลอื่นได้ง่าย เพราะการสนทนานั้นส่วนใหญ่เป็นการคุยกันในเรื่องเฉพาะตัว การเข้ามาตรวจสอบข้อมูลในโปรแกรมแชทก็เหมือนการดักฟังโทรศัพท์ ดังนั้นถ้าจะทำจริงก็ต้องวางกรอบแนวทางในการตรวจสอบให้ชัดเจนและต้องคำนึงถึงสิทธิของผู้อื่นด้วย อย่างไรก็ตาม ในเรื่องนี้เกี่ยวพันกับที่ทาง บก.ปอท. ได้ออกหมายเรียก 4 บุคคล ที่โพสต์ข้อความเกี่ยวกับการปฏิวัติผ่านโซเชียลเน็ตเวิร์ก ซึ่งกรณีนี้มีการร้องเรียนมายังคณะกรรมการสิทธิฯ โดยนางอมรากล่าวว่า จะหยิบยกประเด็นดังกล่าว เข้าร่วมพิจารณาด้วย" ประธานกสม. กล่าวปิดท้าย