ข่าว

รวบ!แก๊งค้ายาบ้ายึดของกลาง2พันเม็ด

รวบ!แก๊งค้ายาบ้ายึดของกลาง2พันเม็ด

15 ส.ค. 2556

ตร.กระบี่รวบแก๊งค้ายาเสพติด พร้อมยึดของกลางกว่า 2,000 เม็ด สารภาพรับยาบ้ามาจากคนในเรือนจำนครศรีธรรมราช

 

                        15 ส.ค.56 พ.ต.อ.ทักษิณ โภชากรณ์ ผกก.สภ.เมืองกระบี่ พ.ต.ท.สัญญา ทองสวัสดิ์ รองผกก.ป.พ.ต.ต.ถาวร ศรีปล้อง สวป.สภ.เมืองกระบี่ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ชุดไล่ล่า ร่วมกันแถลงข่าวผลการจับกุมผู้ต้องหายาเสพติด 3 ราย ประกอบด้วย นายทรงพล นาคบุตร อายุ 34 ปี อยู่บ้านเลขที่ 23 ม.4 ต.ทับปริก อ.เมือง ,นายโสภณ เกิดสุข อายุ 27 ปี อยู่บ้านเลขที่ 24 ม.4 ต.ทับปริก และนายสมศักดิ์ เพชรรักษ์ อายุ 47 ปี อยู่บ้านเลขที่ 39 ม.4 ต.ทับปริก พร้อมของกลางยาบ้า จำนวน 2,178 เม็ด ลูกประทัดทรงกลม จำนวน 60 ลูก และโทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง

                        ทั้งนี้ก่อนการจับกุม สืบเนื่องจาก เจ้าหน้าที่ชุดไล่ล่า สภ.เมืองกระบี่ ได้รับแจ้งว่าผู้ต้องหารายแรกคือนายทรงพล หรือเณรพอง มีพฤติกรรมจำหน่ายยาบ้าให้ชาวบ้านและกลุ่มวัยรุ่นในพื้นที่ จึงได้ออกสืบสวนติดตามจับกุมตัว โดยทราบว่าผู้ต้องหาจะมีการส่งสัญญาณให้ลูกค้าด้วยการจุดลูกประทัด จากนั้นก็จะมีลูกค้าเข้าไปซื้อที่ขนำในสวนยางพารา ม.4 ต.ทับปริก เจ้าหน้าที่จึงเข้าทำการจับกุมตัว

                        โดยในขณะจับกุมพบผู้ต้องหาอีกสองคนเข้าไป ซื้อยาบ้ากับนายทรงพลพอดี เจ้าหน้าที่ตรวจค้นภายในขนำพบยาบ้าซุกซ่อนอยู่จำนวน 2,178 เม็ด และที่ตัวนายโสภณพบอีก 3 เม็ด และที่นายสมศักดิ์ พบยาบ้า 2 เม็ด เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวดำเนินคดีพร้อทมแจ้งข้อกลาวหาแก่นายทรงพลมียาเสพติดประเภท 1 ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย และอีก 2 คน แจ้งข้อหามียาเสพติดไว้ในครอบครองโดยผิดกฎหมาย

                        เบื้องต้นผู้ต้องหาทั้งหมดให้การรับสารภาพ โดยนายทรงพลให้การรับสารภาพว่า รับยาบ้ามาจากนายหัวคนหนึ่ง ไม่ทราบชื่อจริง ซึ่งอยู่ในเรือนจำจังหวัดนครศรีธรรมราช ส่วนใหญ่จะติดต่อมาหาตนทางโทรศัพท์ ไม่โชว์เบอร์ ก่อนไปรับของกลางที่วางตามจุดต่างๆ ครั้งละ 2,000 เม็ด ก่อนและนำมาขายให้กับคนในพื้นที่ ในราคาเม็ดละ 250-300 บาท ทำมาประมาณ 2 เดือน ไม่เคยถูกจับกุม โดยใช้วิธีจุดประทัดส่งสัญญาณให้ลูกค้าขาประจำ เจ้าที่จึงควบคุมตัวสอบสวนขยายผลและดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

 

รวบพ่อค้ายาบ้าเครือข่ายเรือนจำกลางพิษณุโลก

 

                       พล.ต.ต.พชร บุญสิทธิ์ ผบก.ภ.จว.พิษณุโลก พร้อมกับพวกได้ทำการแถลงข่าวการจับกุมเครือข่ายยาบ้าเรือนจำกลางพิษณุโลก พร้อมพาไปชี้จุดที่เกิดเหตุได้ผู้ต้องหาจำนวน 4 ราย ทราบชื่อต่อมาคือนายฐิติ หรือนุ๊ก บุญคง อายุ 29 ปี อยู่บ้านเลขที่ 141/4 หมู่ 5 ต.ท่าโพธิ์ อ.เมือง จ.พิษณุโลก นายอัครวิทย์ หรือก้า อิ้มทับ อายุ 35 ปี อยู่บ้านเลขที่ 196 หมู่ 4 ต.ท่าโพธิ์ อ.เมือง จ.พิษณุโลก นายสิทธิ์พงษ์ หรือไก่ ปานนิ่ม อายุ 26 ปี อยู่บ้านเลขที่ 1200/18 ถนนพุทธบูชา ต.ในเมือง อ.เมือง จ.พิษณุโลก พร้อม ของกลางยาบ้าจำนวน 40,133 เม็ด ยาไอซ์ 29.66 กรัม และนายบวรกิจ หรือเด ทันนิเทศ อายุ 33 ปี อยู่บ้านเลขที่ 327/6 หมู่ 9 ต.อรัญญิก อ.เมือง จ.พิษณุโลก พร้อมของกลาง ยาไอซ์ จำนวน 418 กรัม อาวุธปืนลูกซองสั้นขนาดเบอร์ 12 จำนวน 1 กระบอก กระสุนเบอร์ 12 จำนวน 3 นัด รถยนต์เก่งยี่ห้อโปรตรอนจำนวน 1 คัน

                       ทั้งนี้สืบเนื่องมาจาก พ.ต.อ.ปิติ นฤขัตรพิชขัย ผกก.กลุ่มงานสืบสวน ภ.จว.พิษณุโลก พร้อมกับพวกสืบทราบว่า นายฐิติ เคยต้องโทษในคดียาเสพติดหลังจากพ้นโทษออกมาได้มีพฤติกรรมเกี่ยวข้องกับยาเสพติดกับนักค้ายาบ้าในเครือข่ายเรือนจำกลางจังหวัดพิษณุโลก และทราบว่าบ้านพักของนายอัครวิทย์ เป็นสถานที่พักยาเสพติดจำนวนมากจึงได้ติดตามมาที่บ้านพักและได้เข้าจับกุมนายฐิติได้ที่หน้าบ้านพักก่อนจะเข้าตรวจค้น พบนายอัครวิทย์ และนายสิทธิพงษ์ นั่งเสพยาบ้าอยู่บริเวณชั้นล่างจึงได้ควบคุมตัวพร้อมตรวจค้นในห้องนอนชั้นสามพบยาบ้าซุกซ้อนอยู่ในตู้เสื้อผ้าอีกจำนวน 20 มัด จำนวน 40,133 เม็ด

                       จากการสอบสวนในเบื้องต้นทราบว่า นายฐิติ และนายบวรกิจ เคยต้องโทษอยู่ในเรือจำกลางจังหวัดพิษณุโลก และได้รู้จักกับนายกฤษฎา หรืออั้น ฤทธิ์ศักดิ์ ผู้ต้องหาในคดียาเสพติดถูกจับกุมเมื่อต้นเดือนสิงหาคม 2555 และผู้ต้องหากลุ่มนี้พ้นโทษออกมาได้มีการติดต่อกันเรื่อยมา กับนายกฤษฎา ที่ถูกขังในเรือนจำกลางพิษณุโลก นายกฤษฎาทำหน้าที่โทรศัพท์สั่งยาบ้าทางจังหวัดเชียงรายมาให้นายฐิติและนายอัครวิทย์ ไปรับยาบ้ามาพักไว้ที่บ้านพักก่อนจะกระจายสินค้าให้กับลูกค้ารายอื่นๆต่อไป

                       โดยมีการขนส่งผ่านมาทางรถเทรนเลอร์และนำมาทิ้งไว้จุดนัดหมาย ตามหลักกิโลเมตรริมถนน จำนวน100 มัด หรือ 200 เม็ด และผู้ต้องหากลุ่มนี้ก็จะไปนำยามาพักยังอาคารหลังดังกล่าว และโดยล็อตนี้ นำยาบ้ามา 100 มัด ออกจำหน่ายไปแล้ว 80 มัด จนกระทั่งมาถูกจับกุมในที่สุด ขณะนี้ พนักงานสอบสวน กำลังขออนุมัติหมายจับกับศาลจังหวัดพิษณุโลก เพื่อจับกุมนายกฤษฎา ฤทธิ์ศักดิ์ ที่ยังคงถูกขังอยู่ในเรือนจำกลางพิษณุโลก

 

ตร.นนทบุรีรวบเอเย่นต์ยาบ้าเครือข่ายนักโทษเรือนจำเขาบิน

 

                       วันเดียวกัน ที่กองบังคับการตำรวจภูธรนนทบุรี นายวิเชียร พุฒิวิญญู ผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรี พล.ต.ต.ธนายุตม์ วุฒิจรัสธำรงค์ ผบก.ภ.จว.นนทบุรี ร่วมกัแถลงข่าวจับกุมตัวนายเอกลักษณ์ หรือเอ ชัยวิจิตร อายุ 28ปี อยู่บ้านเลขที่ 535 ซ.สมเด็จพระเจ้าตากสิน 5 ถ.สมเด็จพระเจ้าตากสิน แขวงต้นไทร เขตคลองสาร กทม. น.ส.สุกัญญา หรือหยก อายุ 21 ปี อยู่บ้านเลขที่ 49 ซ.กัลปพฤกษ์ 6 แขวงบางหว้า เขตภาษีเจริญ กทม. พร้อมด้วยของกลางยาเสพติดให้โทษประเภท 1(ยาบ้า) จำนวน 2.02 หมื่นเม็ด ยาไอซ์ จำนวน 11.38 กรัม โทรศัพท์มือถือยี่ห้อไอโฟน 5 จำนวน 2 เครื่อง พร้อมกล่าวหาว่าร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 ไว้ในความครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย โดยจับกุมตัวได้ที่บ้านเลขที่ 73/210 ม.5 ต.เสาธงหิน อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี

                       สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนภูธรจังหวัดนนทบุรีได้ทำการจับกุมผู้ค้ารายย่อยและผู้เสพยาเสพติดในพื้นที่จังหวัดนนทบุรีก่อนนำตัวมาสอบสวนขยายผลต่อ โดยทั้งหมดให้การตรงกันว่าได้ซื้อยาเสพติดมาจากนายเอกลักษณ์ หรือเอ โดยจะใช้วิธีโทรศัพท์สั่งซื้อยาเสพติดทางโทรศัพท์หลังติดต่อกันเสร็จแล้ว นายเอกลักษณ์จะขับรถนำยาเสพติดมาทิ้งไว้ตามป้ายรถเมล์หรือตู้โทรศัพท์สาธารณะ เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนจึงได้รวบร่วมพยานหลักฐานขออนุมัติหมายค้นของศาลจังหวัดนนทบุรีเข้าทำการตรวจค้นบ้านเลขที่ 73/210 ม.5 ต.เสาธงหิน อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี ซึ่งเป็นบ้านของนายเอกลักษณ์และน.ส.สุกัญญาแฟนสาวอาศัยอยู่ในบ้าน จากการตรวจค้นภายในบ้านพักพบยาบ้าซุกซ่อนอยู่ใต้ที่นอนจำนวน 2.02 หมื่นเม็ดโดยมีการนำห่อที่บรรจุยาบ้านำมาจุ่มเทียนทั้งห่อเพื่อป้องกันกลิ่นยาเสพติดออกมา จึงควบคุมตัวทั้ง 2 คนกลับมาสอบสวนต่อที่กองบังคับการ ภ.จว.นนทบุรี ซึ่งขณะควบคุมตัวกลับมาสอบสวนนั้นนายเอกลักษณ์ได้พยายามเจรจาต่อรองเสนอเงินจำนวน 2 ล้านบาทให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อให้ปล่อยตัว

                       จากการสอบสวนนายเอกลักษณ์ ให้การรับสารภาพว่าตนเองมีหน้าที่รับยามาจากนักโทษคนหนึ่งในเรือนจำเขาบิน โดยนักโทษคนดังกล่าวจะโทรศัพท์มาหาตนให้ไปรับยาบ้าตามที่สาธารณะครั้งละประมาณ 5 หมื่นเม็ดและนำไปส่งให้กับลูกค้าตามป้ายรถเมล์หรือตู้โทรศัพท์สาธารณะ โดยได้ค่าจ้างครั้งละ 5 หมื่นบาท ซึ่งตนเองเพิ่งทำมาเพียง 2 ครั้งเท่านั้นก็มาถูกเจ้าหน้าตำรวจจับกุม โดยยืนยันว่าตนเองทำเพียงคนเดียวส่วนแฟนสาวไม่มีส่วนเกี่ยวข้องแต่อย่างใด

                       เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่เชื่อในคำให้การของผู้ต้องหาเนื่องจากจากการตรวจสอบพบว่านายเอกลักษณ์เคยถูกจับกุมดำเนินคดีในข้อหามียาเสพติดไว้ในความครอบครองของสน.ราฎบูรณะและถูกศาลตัดสินจำคุก 3 ปี เมื่อพ้นโทษออกมาก็มาถูกจับกุมในคดีเดียวกันที่สน.ภาษีเจริญ แต่คดียังอยู่ระหว่างประกันตัวสู้คดี

 

อำนาจเจริญ-รวบเจ้าอาวาส-พระลูกวัดเสพยาบ้า

 

                      นายมนตรา กอซอ นายอำเภอเสนางคนิคม จ.อำนาจเจริญ ร่วมกับ พ.ต.อ.พยุง คงแจ้ง ผกก.สภ.เสนางคนิคม และเจ้าหน้าที่ตำรวจ กว่า 20 นายเข้าตรวจค้นวัดป่าเดื่อน้อย บ.หนองทับม้า ต.เสนางคนิคม อ.เสนางคนิคม หลังได้รับหนังสือร้องเรียนจากชาวบ้านว่ามีพระมามั่วเสพยาบ้าทั้งกลางวันและกลางคืน

                      จุดแรกตรวจที่กุฎิพระครูวิริยะปัญญาคง หรือนายไพบูลย์ หมั่นอุตส่าห์ อายุ 53 ปี บ้านเดิมชาว จ.ขอนแก่น ปัจจุบันเป็นเจ้าอาวาสวัดป่าเดื่อน้อย ต.เสนางนิคม สังกัดมหานิกาย พบอุปกรณ์เสพยาบ้า และโพยรายชื่อคน 2-3 คน ระบุส่งของครั้งละ 15,000-20,000 เม็ด จากนั้นเข้าตรวจค้นที่กุฎิของพระวินัย สายเนตร อายุ 49 ปีและพระพรประเสริฐ สืบดี อายุ 22 ปีทั้งสององค์เป็นชาว อ.เสนางคนิคม เป็นพระลูกวัดป่าเดื่อน้อย ได้ของกลางจำพวกอุปกรณ์เสพยาบ้า จึงยึดไว้เป็นหลักฐาน เมื่อนำพระทั้ง 3 รูป ไปตรวจปัสสาวะที่โรงพยาบาล อ.เสนางคนิคม เจ้าหน้าที่ระบุพระ 3 รูปมีฉี่เป็นสีม่วง จึงนำตัวสึกดำเนินคดี สอบสวนให้การรับสารภาพว่า ร่วมกันเสพยาบ้าจริง โดยทั้งเสพทั้งขาย โพยรายชื่อที่ตรวจพบก็เป็นรายชื่อลูกค้าที่สั่งยาบ้าไว้

                      นายมนตรา กอซอ นายอำเภอเสนางคนิคม กล่าวว่า ทางอำเภอและตำรวจสืบทราบมานานแล้ว แต่ยังไม่ได้หลักฐาน เคยเข้าตรวจค้นพบหลักฐานยาบ้าจากพระลูกวัดรูปหนึ่งเป็นชาวจังหวัดขอนแก่น จึงให้สึกไป แต่คาดไม่ถึงว่า ผู้ร่วมขบวนการจริงๆจะเป็นเจ้าอาวาส เมื่อได้ข้อมูลใหม่จากชาวบ้านอีกว่า ตัวเจ้าอาวาสเองมีพฤติกรรมเสพยาด้วย จึงขอเข้าตรวจค้น และพบหลักฐาน ซึ่งชาวบ้านได้เข้าตรวจสอบบัญชีเงินฝากธนาคารของวัดที่ญาติโยมนำผ้าป่ามาทอดถวายหายไปหลายแสนบาท สงสัยพระทั้งสามจะนำเงินดังกล่าวไปซื้อยามาเสพหรือไม่ต้องตรวจสอบอีกครั้ง

                      ด้าน พ.ต.อ.พยุง คงแจ้ง ผกก.สภ.เสนางคนิคม กล่าวว่า ขบวนการค้ายาบ้าในคราบพระในพื้นที่รับผิดชอบ มีมานานแต่ยากที่จะได้หลักฐาน ครั้งนี้ได้ชาวบ้านช่วยแจ้งข่าว ตำรวจจึงสามารถเข้าจับกุมได้ง่าย ทั้งนี้พระครูวิริยะปัญญาคง หรือนายไพบูรย์ ผู้ต้องหาก็บวชมานาน 19 ปี จนได้เลื่อนวิทยฐานะเป็นถึงพระครูและดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดก็ยังมีพฤติกรรมเสพยา หลังจากนี้ตำรวจจะลงพื้นที่บ้านเกิดที่ จ.ขอนแก่น สอบสวนว่ามีใครเกี่ยวข้องบ้าง