
สลายชุมนุม'อียิปต์'ตายพุ่ง343ศพ
ผู้สนับสนุน 'มอร์ซี' เล็งฝ่าฝืนประกาศภาวะฉุกเฉิน เตรียมออกมาเดินขบวนครั้งใหม่ ขณะที่ 'โฆษก กต.' เผยคนไทย-นร.ไทยในอียิปต์ทุกคนยังปลอดภัย
15 ส.ค. 56 ผู้สนับสนุนอดีตประธานาธิบดีอียิปต์เตรียมชุมนุมประท้วงตามท้องถนนอีก แม้รัฐบาลประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน และบังคับใช้กฎเคอร์ฟิว เพื่อควบคุมเหตุจลาจลทั่วประเทศ ที่เกิดขึ้นหลังการใช้กำลังสลายพื้นที่ชุมนุมจนทำให้มีผู้เสียชีวิตกว่า 300 คน
อียิปต์ตกอยู่ในสถานการณ์ผันผวนร้ายแรงขึ้นอีกระดับ ขณะมีกระแสปลุกระดมให้ผู้สนับสนุนของอดีตประธานาธิบดีโมฮัมเหม็ด มอร์ซีออกมาเดินขบวนประท้วงอีก หลังกองทัพใช้ปฏิบัติการสลายม็อบที่ปักหลักชุมนุมนานเกือบ 6 สัปดาห์ในกรุงไคโรและเกิดการประท้วงตามมาในอีกหลายเมืองทั่วประเทศ เช่น อเล็กซานเดรีย และสุเอซ จนรัฐบาลต้องประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีผลบังคับใช้ 1 เดือนและใช้กฎเคอร์ฟิวที่ห้ามออกนอกบ้านยามวิกาลในกรุงไคโรและอีก 13 จังหวัด
ล่าสุดกระทรวงสาธารณสุขแจ้งวันนี้ว่า มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 343 คน ซึ่งรวมถึงตำรวจ 43 นาย จากเหตุรุนแรงทั่วประเทศเมื่อวาน ซึ่งเป็นตัวเลขที่ปรับเพิ่มขึ้นจากเดิม 278 คน แต่กลุ่มมุสลิมภราดรภาพ ที่เป็นแกนนำการประท้วง อ้างว่า มีผู้เสียชีวิต 2,200 คน และบาดเจ็บกว่า 10,000 คน ซึ่งเป็นตัวเลขที่ยังไม่อาจยืนยันได้
นายกรัฐมนตรี ฮาเซม เอล เบบลาวี แถลงทางโทรทัศน์เมื่อวานแสดงความเสียใจต่อเหตุนองเลือด แต่ไม่ได้ขอโทษที่ส่งกำลังทหารเข้าเคลียร์พื้นที่ชุมนุม ขณะที่กลุ่มมุสลิมภราดรภาพที่ปักหลักประท้วงนาน 6 สัปดาห์เพื่อเรียกร้องคืนตำแหน่งประธานาธิบดีให้กับมอร์ซีที่ถูกรัฐประหารโค่นอำนาจเมื่อ 3 ก.ค. ประณามเหตุการณ์สังหารหมู่ผู้ประท้วง
แต่นายโมฮัมเหม็ด อิบราฮิม รัฐมนตรีมหาดไทย อ้างว่า มีแก๊งติดอาวุธอยู่ในกลุ่มผู้ประท้วง และเจ้าหน้าที่สามารถยึดอาวุธปืนได้จำนวนหนึ่ง นอกจากนี้สถานีโทรทัศน์ของทางการแพร่ภาพมือปืนปะปนอยู่ในกลุ่มผู้ประท้วงขณะยิงปืนใส่ตำรวจด้วย แต่สำนักข่าวต่างชาติบอกว่ายังไม่อาจยืนยันเรื่องภาพได้
นายอิบราฮิม ยังบอกด้วยว่า เขาจะพยายามรักษาเสถียรภาพและความมั่นคงในประเทศให้อยู่ในระดับเดียวกับในสมัยของอดีตผู้นำเผด็จการ ฮอสนี มูบารัก ก่อนที่เขาจะถุูกประชาชนลุกฮือขับไล่ เมื่อ 25 ม.ค. 2554 จนต้องยอมลาออกใน ก.พ.ปีเดียวกัน
ขณะที่นายกรัฐมนตรีเรเจ๊ป ไตยิบ แอร์ดวน ของตุรกี เรียกร้องให้คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติจัดประชุมฉุกเฉินโดยด่วนเพื่อหารือเกี่ยวกับสถานการณ์สังหารหมู่ในอียิปต์
เผยแม่นักข่าวสาวชาวอียิปต์ ได้คุยกับลูกสาวผ่านข้อความทางมือถือครั้งสุดท้ายก่อนลูกจะเสียชีวิต
สำนักข่าว CNN รายงานว่า ปฏิบัติการขอคืนพื้นที่จากผู้ประท้วงของกองกำลังรักษาความมั่นคงของอียิปต์ ทำให้เกิดเรื่องน่าสลดใจกับแม่ลูกคู่หนึ่ง โดยฮาบิบา อาห์เหม็ด อับด์ เอลาซิซ วัย 26 ปี ได้ส่งข้อความทางโทรศัพท์มือถือติดต่อกับแม่ของเธอ ในช่วงเช้าวันพุธ ขณะที่กองกำลังรักษาความมั่นคง ปิดถนนทุกสายที่เข้าสู่แคมป์ของผู้ประท้วงในกรุงไคโร
เอลาซิซ บอกแม่ของเธอว่า มีคนอยู่เป็นจำนวนมากและต่างก็เตรียมพร้อมในระดับสูง พร้อมกับบอกให้แม่ของเธอสวดมนตร์อำนวยพรให้ และแม่ของเธอได้ตอบกลับไปว่า ฝากเธอไว้ในความดูแลของพระอัลเลาะห์ // เอลาซิซ บอกว่า เธอกำลังจะไปที่แท่นปราศรัย แต่เห็นรถถังหลายคัน และนั่นคือข้อความสุดท้ายจากเอลาซิซ
ต่อมา เอลาซิซ ได้กลายเป็นหนึ่งในผู้เสียชีวิต หลังจากกองกำลังรักษาความปลอดภัยบุกเข้าไปที่แคมป์ของผู้อพยพที่ ราบา อัล-อะดาวิยา ที่ผู้สนับสนุนอดีตประธานาธิบดีโมฮัมเหม็ด มอร์ซี แต่ไม่แน่ชัดว่า กระสุนเป็นของใครในช่วงที่มีการปะทะกันระหว่างสองฝ่าย
ข้อความที่เอลาซิซใช้สื่อสารกับแม่ ได้ถูกตีพิมพ์ลงในหนังสือพิมพ์ เนชั่นแนล และน้องสาวของเอลาซิซ ยืนยันว่าเป็นของจริง // เอลาซิซ เป็นผู้สื่อข่าวของหนังสือพิมพ์รายสัปดาห์ เอ็กเพรสส์ ของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และเธอได้กลับบ้านเกิดที่อียิปต์ เพื่อฉลองวันหยุดอีดิลฟิตรี และได้ไปช่วยเหลือผู้บาดเจ็บที่ค่ายผู้ประท้วง
ปฏิบัติการขอคืนพื้นที่จากผู้ประท้วงเมื่อวานนี้ กลายเป็นวันที่นองเลือดที่สุด นับตั้งแต่เกิดการลุกฮือประท้วง ที่ถูกเรียกว่า " การเริ่มต้นใหม่ของอียิปต์ " // เอลาซิซ เข้าฝึกงานกับเอ็กซ์เพรสส์ เมื่อกันยายน ปี 2554 ก่อนจะเป็นพนักงานเต็มตัว ซึ่งผู้ช่วยบรรณาธิการของเอ็กซ์เพรสส์ กล่าวแสดงความเสียใจว่า ยากที่จะเชื่อว่าเธอเสียชีวิตแล้ว
แม่ของเอลาซิซ ซึ่งอาศัยอยู่ที่เมืองชาร์จาห์ ในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ได้ส่งข้อความอำนวยพรให้กับเธอ พร้อมข้อความสนับสนุนผู้ประท้วงในอียิปต์ด้วย นอกจากเอลาซิซแล้ว พ่อของเธอก็อยู่ในที่ชุมนุมด้วย // แม่ของเอลาซิซ ได้พยายามโทรศัพท์หาลูกสาวเมื่อราวเที่ยงวัน มีคนรับสายแทน และบอกว่า เอลาซิซเสียชีวิตแล้ว ส่วนพ่อของเธอปลอดภัย ซึ่งแม่ของเธอได้เดินทางไปอียิปต์แล้ว
สลายชุมนุม 'อียิปต์' ตายพุ่ง 278 ศพ
ตัวเลขผู้เสียชีวิตอย่างเป็นทางการ หลังจากกองกำลังรักษาความมั่นคงของอียิปต์ บุกสลายการชุมนุมเพื่อขอพื้นที่คืนจากผู้สนับสนุนอดีตประธานาธิบดีโมฮัมเหม็ด มอร์ซี และเกิดการปะทะในหลายพื้นที่ของประเทศ อยู่ที่ 278 คน ในจำนวนนี้เป็นพลเรือน 235 คน และบาดเจ็บอีกเป็นจำนวนมาก
ทางการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินทั่วประเทศนาน 1 เดือน และประกาศเคอร์ฟิวตั้่งแต่เวลา 1 ทุ่ม ถึง 6 โมงเช้าตามเวลาท้องถิ่น หรือราว เที่ยงคืน ถึง 11 โมงตามเวลาไทยในกรุงไคโร และอีก 13 จังหวัด ตัวเลขผู้เสียชีวิตยังคงเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งกล่มมุสลิมภารดรภาพ ระบุว่า ตัวเลขที่แท้จริงอาจจะสูงกว่าตัวเลขที่รายงานโดยกระทรวงสาธารณสุขมาก และมีรายงานว่า มีตำรวจเสียชีวิตจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น 43 นาย
ผู้สนับสนุนนายมอร์ซี ได้ปักหลักตั้งแคมป์ประท้วงในสองพื้นที่สำคัญในกรุงไคโร มาตั้งแต่ก่อนที่เขาจะถูกโค่นอำนาจโดยกองทัพ เมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม และประกาศจะไม่ยอมออกไปจนกว่านายมอร์ซี จะได้อำนาจคืน // กองกำลังรักษาความมั่นคง ได้บุกเข้าไปที่แคมป์ของผู้ประท้วงเมื่อช่วงเช้าตรู่ของวันพุธ มีการยิงกระสุนลูกปรายขนาดเล็กและแก๊สน้ำตา สไนเปอร์ยิงจากอาคารที่รายล้อมรอบจตุรัส โดยมีเฮลิคอปเตอร์บินสนับสนุนอยู่ด้านบน และรถบุลโดเซอร์หุ้มเกราะบุกเข้าทำลายแนวป้องกันของผู้ประท้วง ตำรวจที่สวมหน้ากากได้ฉีกทำลายเต็นท์ก่อนจุดไฟเผา
สำนักข่าว CNN รายงานว่า ตอนที่กองกำลังรักษาความมั่นคงบุกเข้าทำลายเต็นท์ของผู้ประท้วง ครอบครัวที่มีลูกได้ถูกกันออกไป และความโกลาหลเริ่มต้นเมื่อผู้ประท้วงไม่ยอมออกจากพื้นที่ และประกาศพร้อมยอมตาย ซึ่งท่ามกลางกลุ่มควันจากแก๊สน้ำตา ได้มีกระสุนปืนแหวกอากาศที่ไม่แน่ชัดว่าเป็นของใคร และยิงมาจากที่ใด ทีวีของรัฐระบุว่า เป็นฝีมือสไนเปอร์ของกลุ่มมุสลิมภารดรภาพ ที่ยิงต่อสู้กับกองกำลังรักษาความมั่นคง ในบริเวณใกล้กับมหาวิทยาลัย
ตำรวจสามารถยึดพื้นที่บริเวณจตุรัสราบา อัล-อะดาวิยา คืนจากผู้ประท้วงเมื่อบ่ายวันพุธ แต่ยังมีคนกลุ่มย่อยๆ ที่ชุมนุมกันอยู่ตามสี่แยกและถนนหลายสายหลังจากแคมป์ถูกทำลาย ซึ่งแสดงให้เห็นว่า พวกเขาแต่ออกจากจตุรัสแต่ไม่ได้ล้มเลิกการประท้วง นอกจากนี้ กองกำลังรักษาความมั่นคง ยังได้ยึดคืนจตุรัสนาห์ดา ที่มีผู้ประท้วงน้อยกว่า ด้วยการใช้แก๊สน้ำตาและกระสุนลูกปรายเช่นกัน // ความรุนแรงลุกลามไปทั่วกรุงไคโร มีการปะทะนองเลือดในเมืองอเล็กซานเดรีย , ฟายวม และสุเอซ
นายฮาเซม เอล-เบลาวี รักษาการณ์นายกรัฐมนตรีที่กองทัพสนับสนุน ได้ปกป้องการตัดสินใจของรัฐบาลที่สั่งให้ทำลายแคมป์ของผู้ประท้วงว่า ทางการไม่มีทางเลือก และสถานการณ์ได้มาถึงจุดที่ไม่อาจยอมรับได้ ทั้งสภาพการไร้ขื่อแป การโจมตีโรงพยาบาลและสถานีตำรวจ ค่ายของผู้ประท้วงบางแห่งมีอาวุธและปืนใหญ่
หลังการสลายการชุมนุมนองเลือด นายโมฮัมเหม็ด เอลบาราเด อดีตทูตสหประชาชาติ ซึ่งดำรงตำแหน่งรักษาการณ์รองประธานาธิบดี ได้ยื่นหนังสือลาออกโดยระบุว่า ความขัดแย้งควรได้รับการแก้ไขโดยสันติวิธีเท่านั้น // มีสื่อมวลชน 2 คน ถูกยิงเสียชีวิตในระหว่างการเข้าไปทำข่าว ได้แก่ มิค ดีน ช่างภาพของสถานีโทรทัศน์สกาย นิวส์ ของอังกฤษ และฮาบิบา อับด์ เอลาซิซ ผู้สื่อข่าวของหนังสือพิมพ์เอ็กซ์เพรสส์ ของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ // นานาชาติต่างรุมประณามความรุนแรงที่เกิดขึ้น และเรียกร้องให้ทางการอดทนเพื่อปกป้องชีวิตของพลเรือน // ด้านนายจอห์น แคร์รี่ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐ ระบุว่า เป็นสิ่งที่ร้ายแรงมาก และสหรัฐกำลังพิจารณาจะยกเลิกแผนการฝึกทหารร่วมระหว่างสหรัฐกับอียิปต์ด้วย
'โฆษก กต.' เผยคนไทย-นร.ไทยในอียิปต์ทุกคนยังปลอดภัย
นายมนัสวี ศรีโสดาพล อธิบดีกรมสารนิเทศ กระทรวงการต่างประเทศ กล่าวสถานการณ์รัฐบาลอียิปต์สลายการชุมนุมของกลุ่มผู้สนับสนุน อดีตประธานาธิบดีมอร์ซี ว่า ประเทศอียิปต์เป็นมิตรประเทศกับไทย ซึ่งเรามีความห่วงใยในสถานการณ์ที่เกิดขึ้นและหวังว่ารัฐบาลอียิปต์จะสามารถนำความสงบมาสู่ประเทศโดยเร็วโดยอาศัยการพูดคุยกับทุกฝ่าย
นายมนัสวี กล่าวว่า สำหรับคนไทยที่ต้องการเดินทางไปอียิปต์ขอให้ตรวจสอบข่าวให้ละเอียด หากไม่แน่ใจสามารถสอบถามข้อมูลจากสถานเอกอัครราชทูตฯได้ที่หมายเลข 0101 9401243 อย่างไรก็ตาม สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงไคโร ได้แจ้งให้นายกสมาคมนักเรียนไทยในไคโรในพระบรมราชูปถัมภ์และแกนนำคนไทยในพื้นที่ต่างๆ กำชับให้นักศึกษาไทยและคนไทยในอียิปต์ให้อยู่ในเคหะสถาน และงดการเดินทางออกนอกที่พัก พร้อมกันนี้ยังได้แจ้งเตือนให้คนไทยหลีกเลี่ยงการเดินทางไปยังพื้นที่ 9 จุดอย่างเคร่งครัด นอกจากนี้ ขอให้คนไทยในอิยิปต์ติดตามข่าวสาร และเหตุการณ์อย่างใกล้ชิด และล่าสุดนักศึกษาและคนไทยในอียิปต์ทุกคนยังปลอดภัยดี
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับพื้นที่ 9 จุดที่ได้มีการประกาศเตือน ประกอบด้วย 1. ถนน Autostrad (จาก Nasr City ไปจนถึงสนามบิน) 2. ถนน Bahr Aazam, Giza 3. สะพาน El Gamaa, Giza 4. สะพาน 6th October 5. สะพาน 15th May 6. สะพาน Kasr el Nile 7. ถนน Salah Salem, Heliopolis 8. ถนน Marghani, Heliopolis และ 9. จัตุรัส 7 Omarat, Heliopolis
-----------------------
(หมายเหตุ : ที่มาภาพ : AFP)



