ข่าว

ปลาแป้น'ตายเกลื่อน'หาดแม่รำพึง

ปลาแป้น'ตายเกลื่อน'หาดแม่รำพึง

14 ส.ค. 2556

ปลาแป้น'ตายเกลื่อน'หาดแม่รำพึง ชาวบ้านหวั่นผลกระทบน้ำมันรั่ว ผู้ว่าฯระยองคาดถูกนำมาทิ้งทะเลถูกคลื่นซัดเกยหาด

ปลาแป้น'ตายเกลื่อน'หาดแม่รำพึง ชาวบ้านหวั่นผลกระทบน้ำมันรั่ว ผู้ว่าฯระยองคาดถูกนำมาทิ้งทะเลถูกคลื่นซัดเกยหาด

              เมื่อเวลา 18.00 น. วันที่ 14 สิงหาคม 2556 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าชาวบ้านหาดแม่รำพึง หมู่ 10 บ้านป่าคั่น ต.ตะพง อ.เมืองระยองแจ้งว่ามีปลาตายเกลื่อนหาดแม่รำพึง จึงเดินทางไปดูที่เกิดเหตุ ขณะเดียวกัน นายวิชิต ชาตไพสิฐ ผวจ.ระยอง พร้อมด้วยนายนิพนธ์ เลิศศรีสุวัฒนา นายอำเภอเมืองระยอง นายทวีป แสงกระจ่าง นายก อบต.ตะพง นายจตุรัส เอี่ยมวรนิรันดร์ นายกสมาคมพื้นบ้านประมงเรือเล็ก จ.ระยอง รีบเดินทางมาดูปลาตายเกลื่อนหาดระยะทางยาว 2 กิโลเมตร ซึ่งชาวประมงกลัวว่าอาจจะเป็นผลผลกระทบจากสารเคมีที่ฉีดสลายคราบน้ำมัน ของบริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน)

              นางอัมพร อยู่ครอบ อายุ 50 ปี เจ้าของร้านอาหารสามพี่น้อง กล่าวว่า เมื่อเวลา 15.00 น. วันนี้ได้มีคลื่นสีเหลืองหรือที่ชาวบ้านเรียกว่าขี้ปลาวาฬได้ซัดเข้าชายหาด เห็นปลาแป้นลอยตายเกลื่อนหาดจำนวนมาก จึงได้แจ้งเจ้าหน้าที่เข้ามาตรวจสอบ นอกจากปลาแป้นแล้วยังมีปลาหมึกกระดอง ซึ่งสัตว์ชนิดนี้จะหากินอยู่บริเวณใกล้ชายฝั่ง กินพวกแพลงตอนหรือเคยและลูกปลาขนาดเล็กเป็นอาหาร ไม่เคยพบเห็นเหตุการณ์แบบนี้มาก่อนและคาดว่าน่าจะเป็นผลมาจากพิษคราบน้ำมันดิบ

              นายจตุรัส กล่าวว่า ขณะนี้ได้มีผลกระทบกับชาวประมงแล้ว เมื่อวานนี้ก็มีเต่าตนุตาย วันนี้มีปลาแป้นลอยตายริมชายหาดเป็นจำนวนมาก เรื่องนี้ทางพีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน)  ต้องออกมาแสดงความรับผิดชอบ และให้ภาครัฐเข้ามาติดตามแก้ไขในเรื่องสิ่งแวดล้อมทางทะเล ไม่เช่นนั้นกลุ่มประมงเรือเล็กจะไม่สามารถออกจับสัตว์น้ำทะเลได้ เพราะวงจรชีวิตของสัตว์น้ำได้ถูกทำลายลงเมื่อมีสารเคมีหรือคราบน้ำมันมาผสมน้ำทำให้น้ำทะเลขาดอากาศหรืออ็อกซิเจนในน้ำ ทำให้ปลาเล็กขาดอากาศหายใจและลอยตายขึ้นมาตามชายหาด สร้างผลกระทบให้กลุ่มประมงในระยะยาวอย่างแน่นอน

              ด้าน นายวิชิต ชาตไพสิฐ ผวจ.ระยอง กล่าวว่า จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่าปลาที่ลอยตายนั้นเป็นปลาแป้น ซึ่งประมงนั้นจะไม่นำปลาชนิดนี้มาประกอบอาหาร จะนำไปแปรรูปเป็นอาหารสัตว์ ปลานี้ราคาถูกชาวประมงจะไม่นำมาจำหน่าย หรือนำมาบริโภคเป็นอาหาร แต่จากการสังเกตปลาแล้วคาดว่าจะตายมาหลายวันเนื่องจากมีกลิ่นเน่าเหม็น ดวงตาขุ่นมัวตาหลุด ซึ่งไม่แน่ใจว่ามีใครนำมาทิ้งไว้ทำให้ลอยมาติดริมชายหาด

              แต่อย่างไรก็ตามจะต้องนำปลาที่ตายริมชายหาดไปตรวจสอบว่ามีสารปนเปื้อนหรือไม่ เพราะถ้ามีค่าเกินมาตรฐานต้องส่งผลกระทบต่อสัตว์น้ำอย่างแน่นอน จะให้นักวิชาการนำไปตรวจสอบซึ่งจะทราบผลภายใน 5-7 วัน แต่ริมชายหาดแม่รำพึงนั้นห่างจากจุดที่เกิดเหตุน้ำมันรั่วไหล และทิศทางลมการพัดพาคราบน้ำมันไม่ได้มาทางบริเวณดังกล่าว ซึ่งไม่น่าจะมีผลกระทบต่อสัตว์น้ำบริเวณหาดแม่รำพึงมากนัก ทั้งหมดต้องรอผลตรวจจากนักวิชาการถึงจะทราบสาเหตุของการตายของปลา แต่เบื้องต้นดูจากสายตาแล้วการตายของปลาไม่น่าจะเกิดจากคราบน้ำมัน

             นายวิชิต กล่าวถึงกรณีกรมควบคุมมลพิษตรวจพบอ่าวพร้าว อ่าวทับทิม มีสารปรอทในน้ำเกินค่ามาตรฐาน ว่ายังไม่ได้รับรายละเอียดในส่วนของอ่าวพร้าวก็พอเชื่อได้ แต่อ่าวทับทิมต้องดูรายละเอียดและข้อเท็จจริง ที่สำคัญเป็นการเก็บตัวอย่างน้ำ เมื่อวันที่ 3 สิงหาคม ที่ในช่วงนั้นยังมีคราบน้ำมันลอยอยู่ในทะเล คงต้องรอดูผลตรวจคุณภาพน้ำทะเลครั้งที่ 2 ที่เก็บตัวอย่างเมื่อ 8 สิงหาคม ยืนยันอีกครั้ง โดยทราบผลในวันที่ 15 สิงหาคม และอยากวอนให้ทุกฝ่ายเห็นใจคนระยอง อย่าให้ข่าวลอยๆ เพราะที่ผ่านมาการตรวจอาหารทะเลก็ไม่พบค่าเกินมาตรฐาน

.