
อยู่กับ'ปวด'ให้เป็น
ไลฟ์สไตล์ : อยู่กับ 'ปวด' ให้เป็น
เหล่าพนักงานออฟฟิศควรทราบว่าอาการปวดหลังขึ้นแท่นเป็นอันดับ 2 ของสาเหตุการลาป่วยสูงที่สุดในประเทศอังกฤษ เป็นการปวดที่พบมาที่สุดในสหรัฐอเมริกา และอาการปวดเอวและหลังส่วนล่างยังเป็นอีกหนึ่งสาเหตุการมาพบแพทย์ของผู้ป่วยในประเทศไทยรองจากโรคหวัด โดยอาการเหล่านี้ก็มาจากโรคออฟฟิศซินโดรมที่ต้องนั่งอยู่ในท่าเดียวนานๆ เป็นประจำ และแม้เป็นปัญหาใกล้ตัวที่ยากจะหลีกเลี่ยงในสังคมคนทำงาน แต่ก็สามารถบรรเทาอาการเจ็บปวดได้ไม่ยาก โดยเมื่อวันก่อน บริษัท ไฟเซอร์ (ประเทศไทย) จำกัด ได้จัดงานเสวนาเชิงปฏิบัติการในหัวข้อ "รอบรู้เรื่องปวด" เพื่อเสริมสร้างความรู้และแนวทางป้องกันก่อนเป็นอาการปวดเรื้อรัง โดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน ทำให้ภาวะนี้เป็นเรื่องเล็กไปทันตา
รศ.นพ.ประดิษฐ์ ประทีปะวณิช แพทย์เวชศาสตร์ฟื้นฟู และที่ปรึกษาคลีนิคระงับปวด โรงพยาบาลศิริราช กล่าวว่า อาการปวดหลังเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ อย่าง การปวดกล้ามเนื้อ กระดูกสันหลังเสื่อม อักเสบ มีเนื้องอก กระดูกงอทับเส้นประสาท ความเครียดและการใช้หลังไม่ถูกสุขลักษณะ หากมองข้ามอาการปวดต่อเนื่องนานกว่า 3 เดือน ก็จะจัดว่าเป็นอาการปวดเรื้อรัง
"การค้นหาสาเหตุของอาการปวดหลังแบบฉับพลันไม่ใช่เรื่องยาก รักษาได้ด้วยการใช้ยาตามความรุนแรงของอาการ บางรายอาจต้องใช้มอร์ฟิน ซึ่งสามารถหยุดใช้ยาได้เมื่อการรักษาได้ผลดี ขณะที่การใช้ยาเป็นเวลานานแก่ผู้ป่วยที่มีอาการปวดเรื้อรังอาจเป็นอันตรายต่อกระเพาะ ตับและไตได้ อีกทั้งการให้มอร์ฟินติดต่อกันหลายอาทิตย์จะทำให้เกิดผลเสียกับร่างกาย ทางที่ดีเมื่อเกิดอาการปวดควรปรับการใช้หลังให้เหมาะสม ประกอบกับหมั่นออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอวิธีนี้ถือเป็นหัวใจสำคัญในการรักษาอาการปวดเรื้อรัง" รศ.นพ.ประดิษฐ์ กล่าวเสริม
ท้ายกิจกรรมยังมีการเผยวิธีอยู่กับอาการปวดและค่อยๆ จัดการให้ทุเลาลงได้อย่างมีคุณภาพ โดยเริ่มจากศึกษาหาสาเหตุการปวดของแต่ละคน จากนั้นปรับสภาพแวดล้อม เช่น ปรับความสูงของโต๊ะเก้าอี้ทำงานให้พอดี ปรับจอภาพคอมพิวเตอร์ด้านบนสุดให้อยู่ในระดับสายตา หาที่พักเท้าเพื่อไม่ให้เท้าลอยเวลานั่ง ไม่ควรยกไหลขณะพิมพ์งาน สะโพกและขาต้องตั้งฉากเวลานั่ง และควรลุกขึ้นเปลี่ยนอิริยาบถ เช่น เดินไปมา ทำกายบริหารเพื่อจัดโครงสร้างร่างกายอย่าสม่ำเสมอ เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นของกล้ามเนื้อ คอ ไหล่ สะบัก และหลัง ให้ดีขึ้นอาการปวดก็ถามหาน้อยลงในที่สุด



