
ขนมหวานชาวบ้านมุสลิม"บ้านท่ามาลัย"
ณ บ้านท่ามาลัย ต.ปากน้ำ อ.ละงู จ.สตูล มีชาวบ้านที่ส่วนใหญ่อพยพมาจากเกาะสุมาตรา ประเทศอินโดนีเซีย และจากประเทศมาเลเซีย ผู้คนร้อยละ 90 นับถือศาสนาอิสลาม
ชื่อ “บ้านท่ามาลัย” มาจากชื่อของต้น “เตยบาหลัย” มีดอกสีขาวส่งกลิ่นหอมในตอนเช้าขึ้นอยู่จำนวนมาก สมัยก่อนชาวบ้านนำมาใช้สานเสื่อ สานจงไว้ใส่ของ และสานเฌอเป็นภาชนะไว้ใส่ข้าวหลังเก็บเกี่ยว ที่นี่จึงได้ชื่อว่า “บ้านท่าบาหลัย” ในสมัยรัชกาลที่ 5 ชาวบ้านใช้ “ท่าบาหลัย” นี้เป็นที่ว่าความเป็นศาลฟ้องร้องความยุติธรรม แล้วเพี้ยนกลายเป็น “บ้านท่ามาลัย” จนปัจจุบัน
ที่บ้านท่ามาลัยนี้ ปี 2544 ได้มีทีมวิจัยเข้าไปฟื้นฟูวิธีการและประวัติศาสตร์ขนมพื้นบ้านมุสลิมที่กำลังจะเลือนหายไปจากวิถีชีวิตของชาวบ้านให้กลับมามีคุณค่าและสร้างรายได้ให้แก่ผู้หญิงในชุมชนอีกทางหนึ่ง
ขนมพื้นบ้านมุสลิมที่ได้รับการฟื้นฟูถ่ายทอดจากรุ่นสู่รุ่น มีหลายชื่อที่คุ้นหน้าคุ้นตา เรากันดี เช่น บุหงาปุดะ (ขนมเกสรลำเจียก) ขนมรังต่อ (ดอกจอก) โกยเปด (ขนมทองพับ) ทองม้วน วุ้นกรอบ กลีบลำดวน เบาฮูลู (ขนมไข่) ข้าวเหนียวกวน เบาหลูม้วน เป็นต้น
ขนมหลายชนิดข้างต้น บางท่านเข้าใจผิดว่าเป็น “ขนมไทยแท้” ที่จริงแล้วอาจบอกได้ว่าขนมที่เรากินเล่นหรือกินเป็นของว่าง ของหวานหลังอาหารนั้นมีเริ่มกันในราชสำนักก่อน ที่รู้จักกันว่ามีตำแหน่ง “ท้าวทองกีบม้า” เป็นต้นเครื่องของหวาน
เพราะเดิมชาวบ้านไม่มีวัฒนธรรมการกินของหวานและไม่รู้จัก เรารับเอาวัฒนธรรมการกินเทคนิควิธีการใช้แป้ง ไข่ น้ำตาล มาประกอบเป็นขนมของหวาน มาจากฝรั่ง รวมไปถึงจีนตอนใต้ และมุสลิม ที่อยู่มาก่อนฝรั่งและมีจำนวนมาก จึงมีบทบาทต่อขนมที่เรารับเอามาดัดแปลงหรือเอามาทำกินจนกลายเป็นวัฒนธรรมในบ้านเรามากมายทีเดียว
บางทีคงต้องสะกิดใจกันบ้างแล้วว่า อะไรไทยๆ ทั้งหลาย มีกำเนิดหรือเป็นของวัฒนธรรมใดรับเอามากลืนกลาย เพราะวันเวลาที่ล่วงเลยจนหลงลืมกันบ้างหรือเปล่า!
"เรือนอินทร์ หน้าพระลาน"



