ข่าว

'ทนายสุวัตร'ถอนตัวคดี'เอกยุทธ'

'ทนายสุวัตร'ถอนตัวคดี'เอกยุทธ'

14 ส.ค. 2556

"ทนายสุวัตร"เผย"ไอ้บอล"รับถูกจ้าง 3 ล้านฆ่า"เอกยุทธ"แฉคนมีสีลงมือฆ่าด้วยท่าพิเศษ สุดท้ายทนายประกาศถอนตัวขุดคุ้ยคดี โอดสู้คดีเพียงลำพัง ถูกขู่ฆ่ารายวัน


 
          วันที่ 14 ส.ค.56  ที่ศาลอาญาถ.รัชดาภิเษก นายสุวัตร อภัยภักดิ์ ทนายความของนายเอกยุทธ อัญชันบุตร นักธุรกิจอสังหาริมทรัย์ชื่อดังที่ถูกฆาตกรรมเมื่อเดือนมิ.ย.ที่ผ่านมา เปิดเผยว่า ญาติของนายเอกยุทธได้ร้องเรียนต่อคณะกรรมการสิทธิมนุษยชน ให้ตรวจบ้านและห้องนอนของนายเอกยุทธเพื่อหารอยนิ้วมือแฝงพร้อมตรวจสอบฮาร์ดดิสและลงไปดูสถานที่ใช้ฝังศพ จ.พัทลุง และบ่อน้ำจุดทิ้งทรัพย์สิน โดยได้สูบน้ำออกจากบ่อน้ำไม่พบทรัพย์สินใดๆ แต่ทำให้ทราบว่าบ่อน้ำดังกล่าวเป็นหลุมตื้น  และขณะนี้นายสันติภาพ เพ็งด้วง หรือ บอล  ผู้ต้องหาคนสำคัญ ได้ติดต่อขอให้ตนไปพบ ตนจึงส่งทนายไปพูดคุยในเรือนจำพิเศษกรุงเทพ ซึ่งนายสันติภาพได้กลับคำให้การยอมรับว่าการฆ่านายเอกยุทธไม่ใช่การชิงทรัพย์แต่เป็นการจ้างวานฆ่าจำนวนเงิน 3 ล้านบาท ซึ่งนายสันติภาพได้ค่าจ้างแค่หลักแสนบาทเท่านั้น โดยมีการเตรียมลงมือฆ่าถึง 3 ครั้ง 2 ครั้งแรกนายสันติภาพทำไม่สำเร็จ ครั้งที่ 3 คนจ้างวานจึงให้คนมีสีลงมือฆ่าด้วยท่าวิธีพิเศษ  ตนเคยตั้งข้อสงสัยไปถึง พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ผบช.น. และพนักงานสอบสวนว่า หากเป็นการฆ่าเพื่อชิงทรัพย์จริงทำไมคนร้ายจึงนำทรัพย์สินไปทิ้งน้ำ และทำไมข้อมูลในฮาร์ดดิส กล้องวงจรปิดหายไป
               
          นายสุวัตร กล่าวอีกว่า หลังจากนี้ตนขอยุติบทบาท และไม่ขอยุ่งเกี่ยวกับคดีฆาตกรรมนายเอกยุทธอีกต่อไป ปล่อยให้เป็นเรื่องของญาตินายเอกยุทธเอง เนื่องจากญาติไม่ได้ต่อสู้ในคดีปล่อยให้ตนต่อสู้เพียงลำพัง และยังถูกญาติบางคนตำหนิ รวมถึงตนต้องออกค่าใช้จ่ายต่างๆ เองทั้งหมด นอกจากนี้ ตนยังถูกข่มขู่รายวัน โดยสืบทราบว่ามีการวางแผนจะนำรถบรรทุกทรายประกบหน้าหลังเพื่อชนรถยนต์ของตน ส่วนคดีอื่นๆ ที่นายเอกยุทธเคยจ้างไว้ตนจะทำต่อให้เสร็จ




 

นครบาลยันทำคดี"เอกยุทธ"ตรงไปตรงมาไม่หวั่นญาติร้อง

          พล.ต.ต.อนุชัย เล็กบำรุง รอง ผบช.น. ในฐานะหัวหน้าคณะพนักงานสอบสวนคลี่คลายคดีฆ่านายเอกยุทธ อัญชัญบุตร กล่าวยืนยันว่า คณะพนักงานสอบสวนทำคดีนี้อย่างตรงไปตรงมาตามพยานหลักฐานที่ปรากฎ หากคณะกรรมการสิทธิฯ มีข้อมูลหรือเอกสารเพิ่มเติมที่เป็นประโยชน์ก็สามารถนำมามอบให้พนักงานสอบสวนได้หรือมาร่วมปรึกษาหารือกันยินดีนำข้อมูลมารวมอยู่ในสำนวนด้วย จากการสอบสวนที่ผ่านมาพบว่า ประเด็นหลักๆ ในการทำคดีก็ไม่มีการขัดแย้งกันระหว่างพนักงานสอบสวนกับของกสม.อีกทั้ง ตำรวจก็ทำงานเอง และสัมผัสกับพยานหลักฐานโดยตรง แต่หากกสม.มีอะไรเพิ่มเติมก็สามารถนำมาให้กับพนักงานสอบสวนได้
 
          " เราคงไม่ไปเถียงกันว่าเป็นอย่างไร เพราะยังไม่เห็นหลักฐาน คงปล่อยให้เป็นไปตามกระบวนการยุติธรรม และส่วนตัวเชื่อในระบบยุติธรรมของศาล ที่น่าจะให้คำตอบได้ ซึ่งคาดว่าภายในสัปดาห์นี้จะสรุปสำนวนในส่วนที่เรามีอยู่ให้อัยการพิจารณาได้ ส่วนกรณีที่ญาตินายอกยุทธ ร้องเรียนกองบัญชาการสอบสวนกลาง ให้สืบสวนสอบสวนคดีนี้แทนตำรวจนครบาล เพราะไม่เชื่อการทำงานของพนักงานสอบสวนนครบาลนั้น เรื่องนี้ไม่มีความเห็นและยังไม่ทราบเรื่องถือเป็นสิทธิของญาติที่สามารถทำได้ การเปลี่ยนพนักงานสอบสวนขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของผู้บังคับบัญชาจะมีคำสั่งให้เปลี่ยนแปลงอย่างไร ซึ่งที่ผ่านมาคณะทำงานของกองบังคับการกองปราบปราม สังกัดกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลางก็เข้าร่วมสืบสวนสอบสวนด้วยอยู่แล้ว " รอง ผบช.น.กล่าวและว่า
 
          ขอยืนยันว่า พยานหลักฐานในขณะนี้ก็มีเพียงพอที่จะส่งฟ้องผู้ต้องหาได้ ทั้งนี้ ก็ต้องอยู่ที่ดุลยพินิจของศาล แต่ทั้งนี้ ก็ยังตั้งประเด็นเรื่องการฆ่าชิงทรัพย์ไว้ก่อนเพราะมีน้ำหนักมากที่สุด แต่ในส่วนประเด็นอื่นๆ ก็ไม่ตัดทิ้ง ในส่วนของกสม. ตำรวจก็ให้ความร่วมมือทุกอย่าง เรียกไปชี้แจงก็ไป แต่หากมีข้อมูลอื่นๆ ที่ดีก็ยินดีจะรับข้อมูลมาประกอบสำนวนคดี แต่หากไปให้ข้อมูลด้านนอก ก็ยากจะเข้ามาอยู่ในสำนวนได้ แต่เท่าที่ดูยังไม่เห็นเอกสารของกสม. เห็นว่าจะส่งไปที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ หากเห็นเอกสารก็คงจะพิจารณาได้ว่ามีอะไรที่เป็นประโยชน์บ้างพอจะอยู่ในสำนวนได้ ส่วนอัยการจจะสั่งฟ้องผู้ต้องหาหรือไม่ ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของอัยการ ตำรวจก็มีดุลยพินิจของตำรวจในการทำสำนวนดคี ซึ่งทั้งหมดต้องขึ้นอยู่กับพยานหลักฐานที่ปรากฎ ไม่ใช่จินตนาการ