ข่าว

'กรีน'ร้องกสม.ชี้ปอท.คุมไลน์ละเมิดสิทธิ

'กรีน'ร้องกสม.ชี้ปอท.คุมไลน์ละเมิดสิทธิ

14 ส.ค. 2556

ผบก.ปอท.ยันเดินหน้าตรวจสอบไลน์ เล็งส่งตร.แฝงตัวหาข่าว ผบ.ตร.ขอตรวจสอบ ก.ม.ให้อำนาจหรือไม่ กลุ่มกรีนยื่นกสม.สอบปอท.ละเมิดสิทธิ-ขัดรธน. กสม.จ่อเชิญปอท.ให้ข้อมูล

             14ส.ค.2556 พล.ต.ต.พิสิษฐ์ เปาอินทร์ ผู้บังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ปอท.) ยังคงเดินหน้าที่จะเตรียมเข้าตรวจสอบการสนทนาผ่านแอพพลิเคชั่น "ไลน์" อย่างต่อเนื่อง โดยอ้างอิงเหตุผลด้านความมั่นคง และปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี แม้จะถูกต่อต้านอย่างหนักจากกระแสสังคมก็ตาม

            พล.ต.ต.พิสิษฐ์ กล่าวในประเด็นดังกล่าวว่า แม้จะมีกระแสต่อต้านจากคนหลายกลุ่มที่ไม่เห็นด้วยเกี่ยวกับกรณีที่ บก.ปอท.เตรียมตรวจสอบการใช้ไลน์อย่างแพร่หลายนั้น อย่างไรก็ตาม ตนยังยืนยันว่าไม่ย่อท้อ และจะยังคงเดินหน้าดำเนินการต่อไป เนื่องจากเห็นความสำคัญว่าปัจจุบันนี้มีการกระทำความผิดผ่านโซเชียลเน็ตเวิร์กและเทคโนโลยีเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะไลน์ที่คนไทยนิยมใช้ในการติดต่อสื่อสารมากถึง 15 ล้านคน เป็นอันดับ 2 รองจากเฟซบุ๊กที่มียอดการใช้งาน 20 ล้านคน ซึ่งน่าเป็นห่วง "ยืนยันว่าจะตรวจสอบการใช้ไลน์เฉพาะบุคคลที่กระทำความผิดเท่านั้น


            "ผมจะตรวจสอบไปทางญี่ปุ่น ซึ่งเป็นผู้ดูแลเซิร์ฟเวอร์ของบริษัทไลน์ เพื่อดูแค่แอ็กเคานท์ว่าคนนั้นคือใคร มาจากไหน เพื่อนำข้อมูลมาสืบสวน จับกุม ผู้กระทำความผิดต่อไป ไม่ได้จะขอข้อมูลซึ่งเป็นข้อความทั้งหมด อีกอย่างที่ญี่ปุ่นไม่ได้เก็บคอนเทนท์การสนทนาทั้งหมดอยู่แล้ว เนื่องจากคนใช้ทั่วโลกมีจำนวนมาก" พล.ต.ต.พิสิษฐ์ กล่าว

            ผบก.ปอท. กล่าวว่า ปอท.จะเอาเฉพาะข้อมูลการเชื่อมต่อเท่านั้น ซึ่งทางญี่ปุ่นจะให้หรือไม่ ก็อยู่ที่ดุลพินิจของบริษัท หากถามว่าจำเป็นไหมต้องใช้อำนาจศาลในการขอ ตนมองว่าเนื่องจากเซิร์ฟเวอร์ไลน์ที่เก็บข้อมูลตั้งอยู่ที่ญี่ปุ่น นอกเขตอำนาจศาลไทย ดังนั้นอำนาจศาลไทย คงอยู่นอกเหนือการควบคุมที่จะสั่งให้เขาส่งข้อมูลมาให้ ขอให้เป็นความสมัครใจของเขาดีกว่า ในส่วนนี้เป็นการประสานงานโดยตรงระหว่างตำรวจปอท.กับไลน์ ดังนั้นที่มีคนพยายามมองว่าตำรวจจะละเมิดสิทธิของพวกเขาหรือไม่นั้น ขอยืนยันว่าไม่ได้ละเมิดเด็ดขาด แต่หากทำผิดตนก็มีอำนาจในการตรวจสอบตามที่ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ มาตรา 18 ให้อำนาจพนักงานเจ้าหน้าที่ ในกรณีที่เชื่อว่ามีการกระทำความผิด มีอำนาจร้องขอคำสั่งศาลในการเข้าถึงระบบคอมพิวเตอร์ของผู้อื่น
    
            “ยกตัวอย่างมีคนใช้ไลน์แชทกันในการทำผิดกฎหมาย ถ้าเราจะไปดูว่าเขาคุยอะไรกัน นี่ต้องไปยื่นคำร้องต่อศาล ให้ศาลมีคำสั่ง พอศาลมีคำสั่งเราถึงจะเข้าไปดูได้ อีกอันหนึ่ง ถ้าผู้ให้บริการคือโอเปอเรเตอร์ที่จัดในการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต ถ้าเขาไม่ให้ความร่วมมือก็ทำไม่ได้ ตำรวจทำโดยลำพังไม่ได้ ก็จำเป็นต้องเอาหมายศาลนี่ไปให้ผู้ให้บริการ เพื่อดำเนินการตามคำสั่งศาล เอาง่ายๆ คือ ไลน์เปรียบเสมือนถนนไฮเวย์ มีรถวิ่งเต็มไปหมด เป็นพันเป็นหมื่นคันต่อวัน แล้วมีรถคันหนึ่งเป็นโจร ตำรวจคงไปดักจับรถคันนั้นคันเดียว ไม่ไปดักจับรถเป็นหมื่นเป็นพัน เราแค่จะจับโจรเท่านั้น คันอื่นคุณก็ใช้ถนนเสรีของคุณไปสิ เราก็ไม่ไปยุ่งกับคุณ อย่างเรารู้ว่ารถทะเบียนนี้เป็นรถผู้ร้ายวิ่งอยู่ในถนน เราก็จะโฟกัสแค่รถผู้ร้าย รถอีกตั้งเป็นหมื่นเป็นแสนเราก็คงไม่ไปยุ่งเหมือนกัน” พล.ต.ต.พิสิษฐ์กล่าว
    
            ผบก.ปอท. ระบุว่า ปอท.มีวิธีการตรวจสอบบุคคลต้องสงสัยด้วยกัน 3 วิธี คือ 1.การรับแจ้งจากผู้พบเห็นคนกระทำความผิดโดยตรง 2.รับแจ้งจากสมาชิกแจ้งข่าวของปอท. ซึ่งจะทำการส่งหลักฐานมาให้ และ 3. จากตำรวจ ซึ่งตรวจพบว่ากลุ่มนี้อาจจะกระทำความผิด ก็จะมีวิธีการสืบสวนอย่างอื่น เช่น อาจจะปลอมตัวแฝงเข้าไปในกลุ่มไลน์ที่คาดว่าน่าจะมีการกระทำความผิด ส่วนกรณีที่มีกระแสข่าวว่าทางญี่ปุ่นปฏิเสธว่ายังไม่ได้รับการร้องขออย่างเป็นทางการ เนื่องจากการหารือเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาเป็นเพียงการไปพบปะเพื่อพูดคุยทำข้อตกลงกันอย่างคร่าวๆ จึงยังไม่มีเป็นหนังสือราชการแต่อย่างใด โดยปอท.จะดำเนินการต่อไปหลังจากนี้ และแนวคิดเรื่องการตรวจสอบทั้งหมดนี้ไม่เกี่ยวข้องกับการเมืองแต่อย่างใด เนื่องจากเป็นหน้าที่โดยตรงของพวกตนอยู่แล้ว


ผบ.ตร.ย้ำเช็กเฉพาะความมั่นคง
    
            พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ(ผบ.ตร.) กล่าวถึงกรณีปอท.จะเข้าตรวจสอบการสนทนาทางโปรแกรมไลน์ว่า เรื่องนี้ได้คุยกับปอท.แล้ว  เรื่องนี้หลักคือต้องไม่ละเมิดสิทธิส่วนบุคคล เรื่องส่วนตัวจะไม่เข้าไปเกี่ยวข้อง ต้องคำนึงถึงความมั่นคงมากกว่า เรื่องที่กระทบต่อความมั่นคง เช่น การปล่อยข่าวลือ ตำรวจไม่ได้เข้าตรวจสอบทุกรายทุกคน จะเข้าตรวจสอบเฉพาะรายกรณีที่พบพฤติกรรม แต่ทำภายใต้กรอบกฎหมายแน่นอน อย่างไรก็ตาม ขอตรวจสอบอีกครั้งว่ามีข้อกฎหมายใดที่ใช้ได้กับตรงนี้หรือไม่ อย่างไร
    
            พล.ต.อ.อดุลย์ กล่าวว่า ประชาชนทั่วไปยังสามารถใข้ช่องทางไลน์ในการสื่อสารได้ตามปกติ หากตำรวจจะเข้าตรวจสอบผู้ใดก็จะทำภายใต้กรอบกฎหมาย ตำรวจก็ใช้ไลน์ในการสื่อสารกัน การใช้ไลน์เป็นสิทธิการสื่อสาร การตรวจสอบใดๆ ต้องดูว่ากฎหมายให้อำนาจหรือไม่


"กรีน"ร้องกสม.ชี้ปอท.ละเมิดสิทธิ
    
            ที่สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) นายจาตุรันต์ บุญเบ็ญจรัตน์ ผู้ช่วยประสานงานกลุ่มกรีน ได้ยื่นหนังสือต่อกสม. ผ่าน นพ.นิรันดร์ พิทักษ์วัชระ ประธานคณะอนุกรรมการสิทธิพลเมือง สิทธิการเมือง คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ เพื่อขอให้ตรวจสอบการกระทำของเจ้าหน้าที่รัฐ ซึ่งขัดต่อบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ และขัดต่อปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชนอันเป็นการละเมิดสิทธิเสรีภาพส่วนบุคคล และการสื่อสาร จากกรณีผบก.ปอท. ระบุว่า จะมีการตรวจสอบผู้ใช้บริการแอพพลิเคชั่นไลน์ เฟซบุ๊ก และโซเชียลมีเดียต่างๆ
    
            นายจาตุรันต์ กล่าวว่า กลุ่มกรีนเห็นว่าการดำเนินการดังกล่าวเป็นการใช้อำนาจเกินกว่าที่กฎหมายกำหนดไว้ เพื่อแทรกแซงหรือปิดกั้นการแสดงความคิดเห็นการสื่อสารของประชาชน โดยเฉพาะประเด็นที่เกี่ยวกับการบริหารงานของเจ้าหน้าที่รัฐ และการกระทำของ พล.ต.ต.พิสิษฐ์ เข้าข่ายขัดรัฐธรรมนูญ 2550 มาตรา 29, 35, 36 และมารตรา 45 ซึ่งขัดต่อปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชนข้อ 7, 12 และ 19 อีกทั้งอาจเข้าข่ายผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 หรือไม่


กสม.เล็งเรียกปอท.ให้ข้อมูล
    
            นพ.นิรันดร์ กล่าวว่า โดยหลักการแล้วการบังคับใช้กฎหมายตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ต้องยึดโยงตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 6, 27, 36 และมาตรา 45 ซึ่งเกี่ยวข้องกับการให้บุคคลมีสิทธิเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น และสื่อสาร แต่สังคมไทยมองความเห็นต่างเป็นศัตรู ตีความมั่นคงของรัฐเป็นความมั่นคงของรัฐบาล ซึ่งระบอบประชาธิปไตยต้องยอมรับความเห็นต่างที่หลากหลาย ถ้าเราไม่ยอมรับ สังคมไทยจะตกอยู่ในยุคอำนาจมืด อำนาจเถื่อน ที่ผ่านมา กสม.เป็นห่วงการบังคับใช้ พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 เพราะเจตนาของกฎหมายเพื่อป้องกันอาชญากรรมทางคอมพิวเตอร์ ในอดีตที่ผ่านมามีการใช้กฎหมายนี้เข้าไปกำกับเนื้อหาที่มีการถ่ายทอดสื่อโซเชียลมีเดีย ที่รัฐต้องให้การคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของบุคคล รัฐไม่มีสิทธิแทรกแซง
    
            นพ.นิรันดร์ ระบุว่า กระบวนการตรวจสอบของ กสม.ไม่ใช่ระบบกล่าวหา แต่เป็นระบบไต่สวน ที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงที่กฎหมายกำหนดว่ามีการละเมิด หรือไม่ละเมิดอย่างไร ทั้งนี้ อนุกรรมการจะเชิญปอท. ตัวแทนบริษัทแอพพลิเคชั่นไลน์ และประชาชนผู้ใช้บริการมาให้ข้อมูล เพื่อรับฟังความคิดเห็นก่อนที่จะมีการวิเคราะห์สรุปว่ากรณีที่เกิดขึ้นเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนหรือไม่