
รอบรั้วเกษตา (ศุกร์ที่ 12 มิ.ย.52)
เร่งจัดโซนเกษตรอินทรีย์ตำบล
กรุงเทพฯ-นายบัณฑิต ตันศิริ อธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน เปิดเผยว่า ปัจจุบันมีการเปิดเขตการค้าเสรี ซึ่งปัญหาการกีดกันทางการค้าเรื่องกำแพงภาษีใช้ไม่ได้เพราะภาษีจะเป็น 0% สิ่งที่ประเทศคู่ค้าจะนำมาเป็นตัวกีดกันทางการค้าคือเรื่องความปลอดภัย ดังนั้นเกษตรกรจะต้องผลิตสินค้าที่มีคุณภาพมาตรฐานและปลอดภัยจากสารเคมี กรมพัฒนาที่ดินจึงมีนโยบายเร่งด่วนในการคัดเลือกพื้นที่ทำการเกษตรที่ลดการใช้สารเคมี เป้าหมาย 1 ตำบล/จุด เพื่อสนับสนุนการผลิตสินค้าเกษตรปลอดภัยเพื่อการบริโภคภายในและส่งออกไปต่างประเทศ โดยแบ่งออกเป็น 3 ระดับ ได้แก่ พื้นที่เกษตรอินทรีย์ 100% ที่ผ่านการรับรองมาตรฐานแล้ว พื้นที่ทำการเกษตรอินทรีย์ 100% แต่ยังไม่ผ่านการรับรองมาตรฐาน และพื้นที่ที่มีการลดการใช้สารเคมี
พร่องน้ำเขื่อนใหญ่-กลางรับมือ
กรุงเทพฯ-นายชลิต ดำรงศักดิ์ อธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยถึงสถานการณ์น้ำและการบริหารจัดการน้ำในฤดูฝนว่า ขณะนี้มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ ได้พัดผ่านประเทศไทย ประกอบกับร่องความกดอากาศต่ำพาดผ่านภาคกลางและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ทำให้เกิดฝนตกหนักติดต่อกันในหลายที่ ซึ่งอาจจะทำให้เกิดอุทกภัยได้ ดังนั้นกรมชลประทานจึงได้วางแผนในการบริหารจัดการน้ำในเขื่อนต่างๆ ได้ระบายน้ำออกจากเขื่อนตามเกณฑ์การเก็บกักน้ำ ขณะนี้น้ำในเขื่อนขนาดใหญ่และขนาดกลางทั่วประเทศจะมีปริมาณน้ำเหลืออยู่ประมาณร้อยละ 56 ของปริมาณความจุ ซึ่งจะสามารถรองรับน้ำในช่วงฤดูฝนได้กว่า 32,000 ล้านลูกบาศก์เมตร นอกจากนี้ยังได้วางแผนป้องกันและแก้ไขปัญหาน้ำท่วมในช่วงฤดูฝนไว้ล่วงหน้า พร้อมทั้งประสานกับสำนักฝนหลวงและการบินเกษตร ในการทำแผนเพิ่มปริมาณน้ำต้นทุนในอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ในกรณีที่ไม่มีฝนตกเหนือเขื่อนอีกด้วย
เร่งฟื้นฟูสภาพแวดล้อมเสื่อมโทรม
กรุงเทพฯ-นายอนันต์ ภู่สิทธิกุล เลขาธิการสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) เปิดเผยว่าการรักษาสิ่งแวดล้อมเป็นอีกสิ่งหนึ่งที่ ส.ป.ก.ให้ความสำคัญควบคู่ไปกับงานพัฒนา โดยส.ป.ก.ได้เริ่มร่วมมือกับประเทศญี่ปุ่นเมื่อปี พ.ศ.2542 ในการดำเนินโครงการ OECF (Overseas Economic Coopperation Fund) ใช้งบประมาณ 100 ล้านบาท มีระยะเวลาดำเนินการทั้งสิ้น 10 ปี เพื่อฟื้นฟูสภาพแวดล้อมเสื่อมโทรมในเขตปฏิรูปที่ดิน โดยมีพื้นที่เป้าหมายใน 4 จังหวัด ได้แก่ ขอนแก่น มหาสารคาม สกลนคร และมุกดาหาร ครอบคลุม 59 อำเภอ 258 ตำบล 1,930,377 ไร่ ซึ่งขณะนี้ดำเนินการไปแล้ว 16 อำเภอ 35 ตำบล โดยมีเป้าหมายเพื่อฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อ สนับสนุนให้เกษตรกรปลูกพืชปลอดสารเคมี พัฒนาศักยภาพของการใช้ที่ดินรายแปลงเพื่อเป็นต้นแบบ และส่งเสริมนวัตกรรมใหม่ๆ โดย ส.ป.ก.คาดว่าจะมีเกษตรกรประมาณ 1,500 ราย หรือ 70 % ที่จะยอมรับการเปลี่ยนแปลงทั้งหมด และสามารถทำให้ชุมชนมีการพัฒนาควบคู่ไปกับการรักษ์สิ่งแวดล้อมมากขึ้น



