
'ณัฐวุฒิ'อัด'ปชป.'ค้านปฏิรูป
'ณัฐวุฒิ' อัด 'ปชป.' ค้านปฏิรูป ซัดเหมือนเด็กมีปัญหา ลั่น 'นปช.' พร้อมร่วมวงถกสร้างปรองดอง
13 ส.ค.56 นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รมช.พาณิชย์ กล่าวก่อนเข้าร่วมประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า อยากเตือนความจำพรรคประชาธิปัตย์ที่เคยประกาศแนวคิดปฏิรูประเทศ ภายหลังมีคำสั่งใช้กำลังเข้าปราบปรามการชุมนุมของประชาชนเมื่อปี 2553 ซึ่งมีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาหลายชุด ทั้ง คอป. ที่มี นายคณิต ณ นคร เป็นประธาน และคณะกรรมการปฏิรูปประเทศ 2 ชุดที่มี นายอนันต์ ปันยารชุน และนายประเวศ วะสี เป็นประธานฯ มีข่าวออกมาว่าคณะกรรมการปฏิรูปดังกล่าวใช้งบประมาณกันหลายร้อยล้านบาท
ดังนั้นสิ่งที่พรรคประชาธิปัตย์ควรทบทวน และอธิบายกับสังคมให้ได้คือ ถ้าหากมองว่าการเดินหน้าสภาปฏิรูปของน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม เป็นเรื่องไร้ประโยชน์ เป็นสิ่งที่รัฐบาลตั้งใจเล่นเกมการเมืองถ่วงเวลาเฉพาะหน้า แล้วการตั้งคณะกรรมการปฏิรูปขึ้นมา 2 ชุดนั้น ทำเพื่ออะไร แล้วงบประมาณใช้ไปทั้งหมดเท่าไร ผลลัพธ์ที่ได้จากกรรมการชุดดังกล่าวนำมาปฏิบัติได้หรือไม่
นายณัฐวุฒิ กล่าวอีกว่า เห็นว่าอะไรก็ตามที่จะแก้ไขความขัดแย้งของประเทศได้ พรรคการเมืองในฐานะผู้ต้องร่วมรับผิดชอบไม่น่าจะแสดงการขัดขวาง โดยเฉพาะพรรคประชาธิปัตย์ ที่ช่วงหลังมานี้จะเห็นได้ชัดว่าทำตัวโมโหร้ายเหมือนเด็กมีปัญหา อะไรๆก็ไม่เอา ปฏิเสธการเปลี่ยนแปลงทุกกรณี คิดเพียงอย่างเดียวคือจะล้มรัฐบาล แล้วก็จะมาเป็นรัฐบาลให้ได้โดยเร็วที่สุด ซึ่งพรรคประชาธิปัตย์ควรกำหนดแนวคิดให้ชัดเจน ถ้ายังอยากหาประโยชน์จากความขัดแย้งก็ประกาศให้ชัด และขอเรียกร้องให้สภาปฏิรูปไม่ต้องคอยพรรคประชาธิปัตย์ เพราะมาพร้อมกันแล้วทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน อดีตผู้นำทางการเมือง ก็ขอให้เดินหน้าต่อไป
"เพราะป่วยการที่เราจะไปรอคอยกลุ่มบุคคลที่มีความคิดที่จะปฏิเสธแล้วตั้งแต่ต้น คนที่หวังประโยชน์จากความขัดแย้งมาโดยตลอด เพราะหากบ้านเมืองเป็นประชาธิปไตย ไม่มีเกมนอกระบบ ประชาธิปัตย์ก็คงคิดว่าตัวเองหาทางที่จะกลับมาเป็นรัฐบาลยาก จึงต้องเลือกเล่นเกมแบบนี้ แล้วใครก็ตามที่เข้าร่วมสภาปฏิรูป ก็จะกลายเป็นเหยื่อทั้งหมด ไม่เว้นกระทั่งนายพิชัย รัตกุล อดีตหัวหน้าพรรค ถือว่าเป็นปูชณียบุคคลของพรรค แต่เมื่อตอบรับเข้าร่วม ก็เปลี่ยนสถานะกลายเป็นเพียงคนแก่หูตึง ซึ่งตนว่าสติสัมปชัญญะ ความแหลมคมทางการเมืองของนายพิชัยยังดีเยี่ยม ไม่ใช่คนแก่หูตึง ซึ่งปัญหาสังคมเวลานี้เขากำลังหนักใจกับเด็กหูตึงอย่าง นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และชาวคณะแก๊งไอติม ที่ไม่ได้ฟังเสียงของสังคมเลยว่าเขากำลังต้องการอะไร แล้วก็ไม่ฟังเสียงขอผู้ที่มีประสบการณ์มากกว่าว่าเขามีความคิดในการจัดการความขัดแย้งอย่างไร" นายณัฐวุฒิ กล่าว
เมื่อถามว่า มีการเชิญกลุ่มคนเสื้อแดงเข้าร่วมสภาปฏิรูปเเล้วหรือไม่ นายณัฐวุฒิ กล่าวว่า ยังไม่ได้คุยกับพรรคพวก แต่ก็เข้าใจว่าอาจจะมีการติดต่อมาแล้ว ซึ่งถ้ารัฐบาลเชิญ นปช.เป็นรายบุคคล ก็ยืนยันว่าทุกคนยินดีตอบรับ ส่วนจะเสนอตัวแทนอย่างไรนั้น เป็นเรื่องที่ต้องคุยกันอีกครั้ง ซึ่งตนก็ขอตอบในฐานะแกนนำนปช.ว่า หากได้รับการติดต่อประสานงานให้เข้าร่วม นปช.พร้อมจะเข้าร่วมและให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่ เพราะการต่อสู้ของ นปช. ไม่ได้ทำเพื่อให้คนทั้งประเทศเป็นคนเสื้อแดง แต่สู้เพื่อให้บ้านเมืองนี้เป็นของคนไทยอย่างเท่าเทียมกันทุกคน และเมื่อมีอะไรสามารถเข้าร่วมได้ก็ยินดี
เมื่อถามว่า หากคู่ขัดแย้งไม่เข้าร่วมสภาปฏิรูป จะเป็นการเดินหน้าฝ่ายเดียวหรือไม่ นายณัฐวุฒิ กล่าวว่า การแก้ปัญหาความขัดแย้งมีหลายรูปแบบ การนำคู่ขัดแย้งมาปรึกษาหารือกัน เป็นวิธีการหนึ่งที่หลายประเทศใช้ได้ผล และการรวบรวมเอาผู้มีความรู้ความสามารถมาพูดคุยกัน เป็นอีกแนวทางหนึ่ง หากพรรคประชาธิปัตย์ที่อยู่ในสถานะคู่ขัดแย้งหลัก ปฏิเสธอย่างชัดเจน และก็ขัดขวาง ก็เป็นเรื่องที่ผู้มีความรู้ มีประสบการณ์ ต้องเดินหน้าต่อไป ป่วยการที่จะรอเด็กเจ้าปัญหา ทำให้คนที่เป็นผู้หลักผู้ใหญ่พูดคุยกันไม่ได้
เมื่อถามถึง การทำหน้าที่ของคณะกรรมาธิการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม นายณัฐวุฒิ กล่าวว่า บรรยากาศในกรรมาธิการ คงคล้ายกับในสภา มีฝ่ายที่พยายามผลักดันให้เดินหน้า และอีกฝ่ายที่เจตนาดึงเกมทุกเม็ด ทุกนาที ตลอดเวลา หายากที่ผู้นำฝ่ายค้านจะเข้าไปนั่งเป็นกรรมาธิการในร่างกฎหมายฉบับใดฉบับหนึ่งเอง แต่นายอภิสิทธิ์ก็ทำให้เห็นแล้ว ส่วนผู้เล่นในสนามก็เป็นตัวจี๊ดกันทั้งนั้น เพราะนอกเหนือจากผู้เล่นหลักในพรรคประชาธิปัตย์แล้ว ก็มีการไปซื้อตัวนอกมากอีกอย่าง นายแก้วสรร อติโพธิ อย่างไรก็ตามหวังว่า ประธานกรรมาธิการ น่าจะมีมาตรการในการปกป้องตนเอง คือหูตาต้องไว สามารถหลบแฟ้มได้ หลบอุปกรณ์ต่างๆที่บรรดาตัวจี๊ดพรรคประชาธิปัตย์จะส่งไปให้ได้
นายณัฐวุฒิ กล่าวอีกว่า เชื่อว่าในการพิจารณาในชั้นกรรมาธิการจะสามารถเดินหน้าไปได้ เพราะประเด็นที่ปชป.กล่าวหาสร้างความสับสน เราได้มีการชี้แจงอย่างชัดเจนแล้ว ไม่ว่าจะเกี่ยวข้องกับคดีมาตรา 112 การยกเว้นแกนนำผู้สั่งการเป็นต้น ส่วนเรื่องอื่นๆเป็นเรื่องที่กรรมาธิการต้องพิจารณาในชั้นแปรญัตติ เพียงแต่ว่าบรรยากาศอาจจะดูเข้มข้นหน่อย ซึ่งเป็นเรื่องปกติที่สามารถคาดการณ์ได้ เมื่อถามถึงกรณีที่ พล.อ.สนธิ บุญยะรัตกลิน หัวหน้าพรรคมาตุภูมิ มานั่งเป็นคณะ กมธ. ในสัดส่วนของรัฐบาล นายณัฐวุฒิ กล่าวว่า สำหรับพล.สนธิ ถ้าในฐานะของผู้นำรัฐประหาร ตนไม่ยอมรับ แต่ถ้าผ่านการเลือกตั้งของประชาชน เดินเข้าสภาอย่างถูกต้องตามกระบวนการประชาธิปไตย ก็มีความถูกต้อง ที่จะร่วมกระบวนการรัฐสภา โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อ พล.อ.สนธิ ได้ประกาศจะเดินหน้าในแนวทางปรองดอง ตั้งเป็นกรรมาธิการปรองดองแล้วก็ถือว่าแนวทางดังกล่าว สามารถให้การสนับสนุนได้
"การที่ พล.อ.สนธิ เข้ามานั่งในกรรมาธิการโควตารัฐบาลถือเป็นการส่งสัญญาณ ความปรองดองที่ปรากฏชัด ขณะที่พรรคประชาธิปัตย์ได้นำนายแก้วสรร ซึ่งประกาศต่อต้านรัฐบาลอย่างชัดจนเข้ามาเป็นกรรมาธิการ ทำให้มองเห็นชัดเจนว่า ใครมีความคิดอย่างไร" นายณัฐวุฒิ กล่าว



