
เข้าป่าหากล้วยไม้ครั้งแรกในชีวิต (2)
ผมได้รับการฝึกฝนจากพ่อให้ใช้ปืนอัดลมแทนปืนลูกซอง โดยพ่อให้เหตุผลว่า ปืนอัดลมมีกระสุนขนาดเล็กและยิงได้เพียงครั้งละ 1 ลูก จึงเป็นสิ่งท้าทายต่อการฝึกความอดทนและความสามารถ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านการเคลื่อนไหวเข้าหาเป้าหมายที่มีชีวิต และฝึกให้เป็นคนใจเย็น ประ
ในบริเวณย่านถนนเศรษฐศิริ อำเภอดุสิต ซึ่งเป็นบ้านของพ่อและแม่ในขณะนั้น ยังเต็มไปด้วยกอไผ่ ต้นไม้ใหญ่น้อย สวนผัก สวนฝรั่งของชาวจีน และท้องไร่ท้องนา ซึ่งมีนกกาอุดมสมบูรณ์มาก ผมคงต้องยอมรับว่า ในขณะนั้นตัวเองยิงปืนอัดลมได้แม่นยำมาก เรื่องสนามยิงปืนในช่วงนั้นคงไม่ต้องพูดถึงเพราะยังไม่มี นอกจากของทหารซึ่งก็คงไม่อนุญาตให้ใครจากภายนอกเข้าไปใช้ ประกอบกับตัวผมเองก็ยังเด็กพอสมควร จึงมีแนวโน้มสนุกกับการยิงเป้าที่มีชีวิต
ผมยิงปืนแม่นยำถึงขนาดที่ ศูนย์ปืนซึ่งกำหนดไว้ให้ตั้งได้สุดระยะเพียง 50 เมตร ซึ่งนับว่าไกลที่สุดแล้ว แต่ตัวเองยังสามารถยิงอีกาที่เกาะบนยอดต้นสนลิบๆ ห่างร่วม 100 เมตร โดยกะระยะเลยพิกัดศูนย์บนได้อย่างถูกต้องแม่นยำ ตัวแล้วตัวเล่า ประกอบกับปืนอัดลมกระบอกที่ใช้อยู่นั้นบรรจุสองสปริงด้วย แม้ระยะดังกล่าวก็ยังทำให้กระสุนสามารถทะลุผ่านไปได้ไม่ยาก
อนึ่งในสมัยนั้น พ่อกับเพื่อนๆ ร่วมงานในวังอีก 2-3 คน สนใจใช้ปืนลูกซองไปยิงนกปากซ่อม (Snipe) ตามท้องไร่ท้องนาในระหว่างวันหยุดสุดสัปดาห์เป็นครั้งเป็นคราว โดยถือเป็นเกมกีฬาอย่างหนึ่ง ผมเข้าใจว่าเป็นรูปแบบหนึ่งของกีฬาซึ่งได้รับการถ่ายทอดและรับอิทธิพลมาจากอังกฤษ เนื่องจากเจ้านายในยุคนั้นก็ได้รับอิทธิพลการศึกษาและได้ใกล้ชิดกับสายวัฒนธรรมอังกฤษมานานแล้ว
นกปากซ่อมเป็นนกซึ่งหากินอยู่กับพื้นนาข้าว โดยเฉพาะในช่วงที่รวงข้าวกำลังใกล้จะสุก แต่พื้นนายังมีน้ำขังแฉะอยู่อีกเล็กน้อย เข้าใจว่านกชนิดนี้อยู่ในกลุ่มเดียวกันกับนกคุ่ม ขนตัวมีลักษณะลาย ขาค่อนข้างยาวแต่ไม่ยาวมากเหมือนนกยาง ปากมีลักษณะเรียวยาว คงด้วยลักษณะนี้เองจึงได้รับการขนานนามว่านกปากซ่อม จัดได้ว่าเป็นนกซึ่งบินได้รวดเร็วและว่องไวมาก
"ระพี สาคริก"



