
'บิ๊กจิ๋ว'ตอบรับร่วมเวทีปฏิรูปฯ
'บิ๊กจิ๋ว' ตอบรับร่วมเวทีปฏิรูปฯ ระบุปรองดองได้ต้องหันหน้าคุยกัน ด้าน 'พงศ์เทพ' รายงาน 'ครม.' เชิญบุคคลสำคัญร่วมกก.ปฏิรูปประเทศ
13 ส.ค.56 เมื่อเวลา 07.30 น. ที่คอนโดมิเนียมริมแม่น้ำเจ้าพระยาริเวอร์ไรน์ เพลซ ถนนพิบูลสงคราม จ.นนทบุรี มีการพบปะกันระหว่างตัวแทนรัฐบาล นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา รองนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยนายวราเทพ รัตนากร รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และรมช.เกษตรและสหกรณ์ ที่ได้เดินทางมาเข้าพบพล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ อดีตนายกรัฐมนตรี เพื่อเชิญเข้าร่วมเวทีปฏิรูปการเมืองตามแนวคิดของน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม โดยบรรยากาศการพบปะดังกล่าวเป็นไปอย่างชื่นมื่น และมีการนั่งแถลงข่าวโดยมีฉากหลังเป็นวิวของแม่น้ำเจ้าพระยา
พล.อ.ชวลิต กล่าวว่า ขอบคุณที่กรุณามา ตนยินดีที่จะไปร่วมการปฏิรูปนี้ ขอให้บอกมา ทั้งนี้นายกรัฐมนตรีได้โทรศัพท์มาหาตน น่าสงสาร อยากเห็นบ้านเมืองสงบสุขจริงๆ และการที่รัฐบาลเป็นฝ่ายเสียสละมาเริ่มต้นแนวทางดังกล่าวถือเป็นเรื่องดี และเป็นขั้นแรกที่งดงามมาก แม้อาจถูกต่อว่าบ้าง ก็คงไม่เป็นอะไร เพราะรัฐบาลมีเจตนาที่ดี ส่วนคนที่เข้ามาร่วมกันทำงานนั้นก็น่ารักทุกคน อย่างน้อยเขามีจิตใจที่อยากจะช่วยบ้านเมือง ถือเป็นสิ่งที่น่ารัก มีแค่นี้ก็พอแล้ว ในอดีต ประเทศเพื่อนบ้านอย่างกัมพูชามีความแตกแยกเป็น 3 ฝ่าย ก็สามารถยุติปัญหาลงได้ด้วยการพูดคุย ดังนั้น ปัญหาของเราถือว่าแก้ง่ายกว่ามาก เพราะประเทศเรามีแค่ 2 ฝ่าย
ผู้สื่อข่าวถามว่าคิดว่าแนวคิดนี้จะสำเร็จหรือไม่ เพราะฝ่ายค้านร่วมมือกับกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย(พธม.) ซึ่งถือว่าเป็นคู่ขัดแย้งกับรัฐบาลโดยตรง พล.อ.ชวลิต กล่าวว่า อย่าไปว่าเขาเลย ที่จริง ฝ่ายค้านก็อยากร่วมด้วย แต่ถ้าจะร่วมอยู่ข้างนอกก็ได้ เพื่อบ้านเมืองเพื่อประเทศชาติ ใครๆก็อยากร่วม และตนคิดว่าคณะกรรมการที่ทำเรื่องนี้ก็คงยอมรับและรับฟังทั้งหมด อย่างไรก็ตามขอให้หันหน้ามาคุยกัน ทุกอย่างก็จบ ถ้าจับประเด็นถูก ก็จะแก้ได้แค่ข้ามคืน
"หันหน้ามาหากันก็จบแล้วลูกเอ๋ย อย่าหันหลังให้กัน อยากให้ทุกคนมีความคิดเห็นตรงกัน อยากให้ยุติ มิฉะนั้นเราจะไม่มีที่ยืน ไม่ห่วงกันบ้างหรือ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และพระราชินีฯ ทรงพระประชวรอยู่ ในน้ำพระราชหฤทัยของพระองค์ทรงห่วงใยบ้านเมืองมาก เรามาช่วยกันนำถวายให้ปีนี้เป็นปีแห่งความรุ่งโรจน์ของชาติ เพื่อให้ท่านสบายพระทัย"
เมื่อถามว่าคิดว่าวันนี้ควรใช้หลักใดในการสร้างความปรองดอง พล.อ.ชวลิต กล่าวว่า ต้องพูดคุยกันก่อนแล้วฟังแต่ละคนที่มีประสบการณ์กันมามาก และพื้นฐานก็มีมากอยู่แล้ว นอกจากนี้เราควรนำทุกอย่างที่เป็นประโยชน์ ซึ่งรวมถึงสิ่งที่คณะกรรมการอิสระตรวจสอบ และค้นหาความจริง เพื่อการปรองดองแห่งชาติ (คอป.)ได้ทำมาหลายปีและมีข้อเสนอที่น่าสนใจ ขณะเดียวกันต้องมาพิจารณาวิเคราะห์กันว่าปัญหาเกิดจากอะไร เดี๋ยวก็แก้ไขได้ไม่ยากถ้ามีเจตนาที่แท้จริงที่จะสร้างควมสงบสุขให้บ้านเมือง ประเทศเราล้าหลังมามากแล้ว ถ้านักการเมืองเลิกทะเลาะกันแล้วดีกัน ประชาชนก็จะดีกัน
ต่อข้อถามว่ามองว่าปัญหาทางการเมืองของไทยว่าเป็นอย่างไร ทั้งในการทำงานของรัฐบาลและฝ่ายค้าน พล.อ.ชวลิต กล่าวว่า ทุกคนพยายามทำหน้าที่ของตัวเองที่ได้รับมอบ ส่วนฝ่ายค้านก็ต้องคัดค้าน แต่ต้องค้านอย่างมีเหตุผล การที่บ้านเมืองต้องอยู่รอดนั้นถือสำคัญสูงสุด ซึ่งทุกคนต้องให้ความสนใจ มิฉะนั้นจะยิ่งแย่
ขณะที่นายพงศ์เทพ กล่าวว่า กำหนดการเดิมที่คาดว่าจะเริ่มประชุมเวทีปฏิรูปการเมือง ในวันที่ 16 ส.ค.นี้ เราจะขอไปหารือกันว่ามีความพร้อมมากขนาดไหน และวันดังกล่าวอาจถือว่ากระชั้นชิดเกินไป แต่ถ้าไม่สามารถเริ่มได้ในวันที่ 16 ส.ค. ก็ต้องเลื่อนไปเป็นสัปดาห์ถัดไป สำหรับความคืบหน้าของการเดินสายดังกล่าว ขณะนี้ถือว่าเราเดินมาได้เกิน 50 เปอร์เซ็นต์แล้ว ส่วนการที่พรรคประชาธิปัตย์ และพธม.นั้น เราได้ส่งหนังสือเชิญไปแล้ว แต่ยังไม่มีการแจ้งตอบกลับมา แต่เราเชื่อว่าแม้การนัดพบกันในเวทีปฏิรูปการเมืองครั้งแรก จะมีไม่ครบทุกฝ่าย แต่เวทีดังกล่าวสามารถพิจารณาได้เองว่าจะเชิญกลุ่มใดมาร่วมเพิ่มเติม ซึ่งตนเชื่อว่าในตอนนั้นจะมีกลุ่มมาร่วมมากขึ้น
ด้านนายวราเทพ กล่าวว่า การเชิญตัวแทนภาคเอกชน 3 สมาคมนั้น เราจะติดต่อเขาเพิ่มเติมอีกครั้งในวันนี้(13 ส.ค.) ซึ่งคาดว่าวันที่ 16 ส.ค.นี้เป็นต้นไปคงจะพร้อม แต่ก็ขึ้นอยู่กับความพร้อมของทุกฝ่ายด้วย เพราะสภาผู้แทนราษฎรจะมีการประชุมเพื่อพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2557 ในวันที่ 14-15 ส.ค.นี้ ซึ่งถ้าจำเป็นต้องยืดไปถึงวันที่ 16 ส.ค. เวทีปฏิรูปนี้ก็คงต้องนัดพบกันครั้งแรกในสัปดาห์หน้า
'พงศ์เทพ' รายงาน 'ครม.' เชิญบุคคลสำคัญร่วมกก.ปฏิรูปประเทศ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในการประชุมคณะรัฐมนตรีวันนี้นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา รองนายกรัฐมนตรีจะรายงานผลการเชิญบุคคลสำคัญเข้าร่วมเป็นคณะกรรมการปฏิรูปประเทศที่ขณะนี้ตอบรับเข้าร่วมหลายคนและอย่ระหว่างการทำหนังสือเชิญนักวิชาการที่วางกรอบสัดส่วนประมาณ 10 คนก่อนที่จะประชุมนัดแรกในวันที่ 16 สิงหาคมนี้ // และจะมีการหารือการเตรียมความพร้อมในการเข้าร่วมประชุมสภา ในวันที่ 14 - 15 สิงหาคม ที่จะมีการอภิปรายร่าง พรบ งบประมาณรายจ่ายปี 2557 วาระ 2 และ 3
นอกจากนี้จะมีการหารือถึงมาตรการเยียวยาและให้ความช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในหลายจังหวัด
ส่วนวาระการพิจารณา นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง จะเสนอชื่อนายอำพน กิตติอำพน เลขาธิการคณะรัฐมนตรี ให้ดำรงตำแหน่งประธานคณะกรรมการธนาคารแห่งประเทศไทยคนใหม่
กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จะหารือที่ประชุมถึงมาตรการแก้ปัญหาและการดูแลชาวโรฮิงญาอพยพ ที่จังหวัดพังงา และขออนุมัติให้ย้ายชาวโรฮิงญาไปอยู่ศูนย์พักพิงที่จัดเตรียมไว้ในศูนย์พักพิงชั่วคราว อ.แม่สอด จ.ตาก และที่ จ.ราชบุรี
สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีเสนอให้ครม.รับทราบสรุปผลการดำเนินการเรื่องร้องทุกข์จากประชาชน ของปีงบประมาณ 2556 และมอบหมายให้ส่วนราชการให้ความสำคัญกับการเร่งรัดดำเนินการเรื่องร้องทุกข์ให้มีผลเป็นที่ยุติด้วยความเป็นธรรมโดยเร็ว
คาดถกเวทีปฏิรูปประเทศไม่ทัน 16 ส.ค.
นายพงศ์เทพ กล่าวถึงความคืบหน้าการเชิญผู้มีประสบการณ์ทางการเมือง พรรคการเมือง และผู้ทรงคุณวุฒิ เข้าร่วมเวทีปฏิรูปการเมืองทางออกประเทศไทย ว่า ภายหลังที่ตนและนายวราเทพ รัตนากร รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และรมช.เกษตรและสหกรณ์ ได้มีการหารือกับนายสนธยา คุณปลื้ม รมว.วัฒนธรรม ในฐานะหัวหน้าพรรคพลังชลนั้น ขณะนี้พรรคพลังชนได้ตอบรับที่จะเข้าร่วมเวทีปฏิรูปในครั้งนี้ด้วย หลังจากนี้ตนจะจัดทำจดหมายเชิญไปยังบุคคลต่างๆ ซึ่งคาดว่าน่าจะส่งจดหมายได้ทั่วถึงภายในสัปดาห์นี้
นายพงศ์เทพ กล่าวว่า อย่างไรก็ตาม สำหรับในส่วนของพรรคฝ่ายค้านก็ได้มีการติดต่อไปหลายพรรค เช่น พรรคภูมิใจไทย ก็จะมีการประชุมพรรควันนี้(13 ส.ค.) แต่ในส่วนของพรรคประชาธิปัตย์ได้มีการประสานไปหลายครั้ง แต่ยังไม่ได้รับการตอบกลับมา ทั้งนี้ เชื่อว่าเมื่อมีการประชุมครั้งแรก เราทุกฝ่ายเห็นว่าเวทีแห่งนี้ สามารถขับเคลื่อนไปเองได้ เพียงแต่รัฐบาลเป็นหัวเรือใหญ่ในการเปิดเวทีให้ จากนั้นก็เป็นเรื่องของผู้ที่เข้ามามีส่วนร่วมในเวทีนี้ ซึ่งเป็นผู้หวังดีกับประเทศในการพิจารณาต่อไป เชื่อว่าหลายฝ่ายที่ลังเลในช่วงแรกคงจะเข้ามาร่วมกันมากขึ้น
นายพงศ์เทพ กล่าวต่อว่า ก่อนหน้านี้ตั้งใจไว้ว่าจะประชุดนัดแรกวันที่ 16 ส.ค.นี้ แต่ขณะนี้มีเรื่องของการพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2557 ที่ต้องรอดูว่าสภาผู้แทนราษฎร จะมีการพิจารณาต่อเนื่อง 3 วันหรือไม่ ซึ่งจากเดิมกำหนดว่าจะพิจาณาเพียง 2 วัน คือวันที่ 14-15 ส.ค. ทั้งนี้ หากไม่ทันภายในวันที่ 16 ส.ค. ก็คาดว่าจะสามารถนัดหารือได้ภายในสัปดาห์หน้า ส่วนจะมีการเชิญพล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ เข้าร่วมเวทีสภาปฏิรูปนี้ ตามแนวคิดของนายอุกฤษ มงคลนาวิน ประธานคณะกรรมการอิสระว่าด้วยการส่งเสริมหลักนิติธรรมแห่ง ชาติ (คอ.นธ.) หรือไม่นั้น ตนเข้าใจว่าแนวคิดของนายอุกฤษ เป็นแนวคิดที่เสนอให้ตั้งสภาที่ปรึกษา ซึ่งเป็นคนละส่วนกับการตั้งเวทีปฏิรูป
"อีกทั้งตนเข้าใจดีว่า ด้วยสถานะและตำแหน่งท่านมีภารกิจมาก เข้าใจว่าความสะดวกของท่านเหล่านั้นอาจจะไม่สะดวกเหมือนพวกเราที่เข้าร่วมกัน แต่อย่างไรก็ตามหารมีการหารือแล้ว คาดว่าในที่ประชุมก็น่าจะหยิบยกแนวคิดของนายอุกฤษ ขึ้นมาประกอบการพิจารณาก็ได้"นายพงศ์เทพกล่าว
“จากที่ไปพบพล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ อดีตนายกรัฐมนตรี ซึ่งท่านได้พูดถึงการทำงานของคณะกรรมการต่างๆในอดีต ซึ่งมีแนวคิดและผลการสรุปต่างๆมาใช้เป็นประโยชน์ได้นั้น เราต้องเริ่มต้นนับหนึ่งใหม่อยู่แล้ว ยืนยันว่า เมื่อได้ผลสรุปจากเวทีสภาปฏิรูปการเมือง เชื่อว่าคนส่วนใหญ่ของประเทศเห็นพ้องด้วยกันพอสมควร ดังนั้น ขอให้มั่นใจได้ว่า รัฐบาลจะนำผลสรุปของสภาปฏิรูปไปขับเคลื่อนอย่าง เพราะรัฐบาลเป็นผู้เปิดเวทีและมีนโยบายหลักในเรื่องการปฏิรูป และการปรองดองสมานฉันท์มาสู่ประเทศไทย”นายพงศ์เทพ กล่าว
เมื่อถามว่า หลายฝ่ายมองว่าเวทีนี้ปูทางไปสู่แก้ไขรัฐธรรมนูญ นายพงศ์เทพ กล่าวว่า เรามองอนาคตของประเทศ ส่วนอนาคตของประเทศต้องทำอะไรบ้างเป็นเรื่องของเวทีแห่งนี้ที่คนจะมาร่วมกันคิด
'สนธยา' เผย 'พลังชล' ยินดีเข้าร่วมเวทีปฏิรูปประเทศ
นายสนธยา คุณปลื้ม รมว.วัฒนธรรม ในฐานะหัวหน้าพรรคพลังชล กล่าวว่า จากแนวคิดของน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีในเรื่องของเวทีปฏิรูปการเมืองทางออกของประเทศ โดยการให้เชิญพรรคการเมืองและผู้มีประสบการณ์ได้มาร่วมในการปฏิรูปประเทศไทยนั้น ตนในนามหัวหน้าพรรคพลังชล ยินดีร่วมเวทีปฏิรูปการเมืองในครั้งนี้ และยืนยันว่าจะทำงานอย่างเต็มที่ เชื่อว่าการปฏิรูปครั้งนี้ทำให้การเมืองในบ้านเราเดินหน้าได้ ตนเชื่อว่าประสบการณ์ของแต่ละท่าน และทุกพรรคการเมือง จะทำให้มีการระดมความคิด ทำให้ประเทศไทยเดินหน้าต่อ และเป็นส่วนหนึ่งในการปฏิรูปและสร้างการเมืองที่ดี ถือเป็นการสร้างการเมืองแบบปรองดองและทำงานเพื่อชาติบ้านเมืองต่อไป
นายสนธยา กล่าวด้วยว่า สำหรับแนวคิดที่จะเสนอแนวทางปรองดองของพรรคพลังชลนั้น เรายึดเรื่องความสมดุล ในการทำงาน ทั้งในด้านการเมืองและการทำงานด้านการพัฒนาอยู่แล้ว เพราะเราเชื่อว่าการจะเดินหน้าต่อไป ต้องคำนึงถึงผลดี และผลเสียที่อาจจะเกิดขึ้น เพื่อหาแนวทางการเดินหน้าในทางที่สุดที่จะทำให้ทุกฝ่ายสามารถร่วมกันทำงานต่อไป นอกจากนี้ เรายังยึดแนวทางไทยสมดุลซึ่งเป็นนโยบายพรรคมาเป็นแนวทางหนึ่งในการปฏิรูปอีกด้วย



