
'ปึ้ง'เป็นปธ.ประชุมรมต.อาเซียน
'สุรพงษ์' เป็นประธานการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนอย่างไม่เป็นทางการที่หัวหินวันนี้
13 ส.ค.56 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนอย่างไม่เป็นทางการ ซึ่งในวันนี้ (13 ส.ค.) เป็นการประชุมระดับเจ้าหน้าที่อาวุโส ที่ อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ เริ่มต้นขึ้นแล้ว โดยมี 10 ประเทศสมาชิกอาเซียนเข้าร่วม เพื่อหารือในประเด็นสำคัญต่าง ได้แก่ การทบทวนโครงสร้างและกลไกการทำงานของอาเซียนให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น แนวทางการเสริมสร้างศักยภาพของอาเซียนเพื่อให้สามารถรับมือกับบริบทสังคมโลกที่เปลี่ยนแปลงไป ความท้าทายในสถานการณ์ปัจจุบัน รวมทั้งการจัดทำวิสัยทัศน์ของอาเซียนภายหลังการเป็นประชาคมอาเซียนในปี 2558 เพื่อส่งเสริมให้อาเซียนเป็นภูมิภาคที่มีสันติภาพ เสถียรภาพ และความเจริญรุ่งเรืองทางเศรษฐกิจ
นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.ต่างประเทศ จะเดินทางมาเป็นประธานการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนอย่างไม่เป็นทางการ ในบ่ายวันนี้ นอกจากนี้รัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนจะถือโอกาสหารือเตรียมการสำหรับการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียน-จีน สมัยพิเศษ ระหว่างวันที่ 28 - 30 ส.ค. 2556 ณ กรุงปักกิ่ง ซึ่งเป็นหนึ่งในกิจกรรมของการฉลองครบรอบ 10 ปี ความเป็นหุ้นส่วนเชิงยุทธศาสตร์อาเซียน-จีนในปีนี้ และเพื่อปูทางไปสู่การประชุมสุดยอดอาเซียน-จีน ครั้งที่ 16 ที่บรูไนในเดือนต.ค.นี้
'สุรพงษ์' แจงปาฐกถาพิเศษเดือนก.ย. ชี้คนละเวทีกับสภาปฏิรูป
นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี มีมติรับทราบข้อเสนอของกระทรวงการต่างประเทศ เรื่องการจัดปาฐกถาพิเศษ “ผนึกกำลังสู่อนาคต เรียนรู้ร่วมกันจากประสบการณ์ ครั้งที่ 1 “(Uniting for the future Learning from each other’s experience) ซึ่งเวทีดังกล่าวเกิดขึ้นจากดำริของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ที่สั่งการมาเมื่อ 5-6 เดือนที่แล้ว ซึ่งงานดังกล่าว จะมีขึ้นวันที่ 2 กันยายนนี้ โดยช่วงเช้านายกรัฐมนตรีจะกล่าวถ้อยแถลงเปิดงาน จากนั้นเป็นการปาฐกถาพิเศษ ของนายโทนี่ แบลร์ อดีตนายกรัฐมนตรีแห่งสหราชอาณาจักร นายมาร์ตี อาห์ติซารี อดีตประธานาธิบดีฟินแลนด์ และนางพริซิลลา เฮย์เนอร์ ผู้เชี่ยวชาญด้านความยุติธรรมในระยะเปลี่ยนผ่าน ส่วนนายโคฟี่ อันนัน อดีตเลขาธิการสหประชาชาติ ติดภารกิจในช่วงวันที่ 2-3 กันยายน จึงไม่สามารถร่วมเป็นวิทยากรได้ แต่ได้แสดงความพร้อมจะสนับสนุนกระบวนการพัฒนาประชาธิปไตยและสร้างความสมานฉันท์ของไทยต่อไป
ส่วนในช่วงบ่ายเป็นการแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นและข้อวิเคราะห์ของผู้เชี่ยวชาญทั้งต่างชาติและชาวไทย ในหัวข้อที่เกี่ยวเนื่อง กับประชาธิปไตยในโลกปัจจุบัน อาทิ นายเยนส์ ออร์บัค อดีตรัฐมนตรีด้านสิทธิมนุษยชนของสวีเดน ศาสตราจารย์สตีเฟน สเตทแมน นักวิชาการประจำศูนย์ประชาธิปไตย การพัฒนาและหลักนิติธรรมมหาวิทยาลัยแสตนฟอร์ด นายไมเคิล วาทิคิโอทิส ผู้อำนวยการภูมิภาคเอเชียของ HDC นายเคนท์ ฮาร์สเต็ดท์ สมาชิกรัฐสภาสวีเดน
นายสุรพงษ์ กล่าวว่า การปาฐกถาพิเศษจะถ่ายทอดสดทางสถานีโทรทัศน์ในช่วงเช้าและทางวิทยุในช่วงบ่าย และในอนาคตจะมีเวทีลักษณะดังกล่าวอีก และบุคคลที่มาเข้าร่วมเวทีดังกล่าว ก็ไม่ได้เข้าร่วมในสภาปฏิรูปประชาธิปไตยประเทศ และเป็นคนละเวทีกันอย่างที่มีหลายคนเข้าใจ
'สุรพงษ์' เชิญผู้แทน OHCHR ชี้แจงกม.นิรโทษฯ
นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล แถลงหลังได้พบปะหารือกับนางมาทิลดา บ็อกนอร์ ผู้แทนสำนักงานข้าหลวงใหญ่สิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (OHCHR) เพื่อให้ข้อมูล และสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมแก่ผู้ซึ่งกระทำผิดเนื่องจากการชุมนุมทางการเมือง การแสดงออกทางการเมืองของประชาชน พ.ศ. …
โดยนายสุรพงษ์กล่าวว่า การเชิญผู้แทนOHCHR มาในวันนี้ด้วยเนื่องมาจาก เมื่อวันที่ 6 ส.ค.ที่ผ่านมา นางเซซิล พูอิลลี โฆษกสำนักงานข้าหลวงใหญ่สิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ ได้แสดงความเห็นเกี่ยวกับร่างพระราชบัญญัติฉบับดังกล่าว แล้วหลังจากนั้นได้ถูกฝ่ายค้านหยิบยกขึ้นมากล่าวอ้างว่า สำนักงานข้าหลวงใหญ่ฯ ไม่เห็นด้วยกับการที่สภาผ่านร่างกฎหมายฉบับนี้ ซึ่งจากการพูดคุยกัน ทางนางบ็อกนอร์ ยืนยันว่า ไม่ได้ไม่เห็นด้วย พร้อมกันนี้ ยังได้นำคำแถลงมายืนยันจุดยืนของสำนักงานข้าหลวงใหญ่ฯ ว่าไม่ต้องการเห็นผู้กระทำความผิด ผู้ที่มีส่วนออกคำสั่งให้ประชาชนได้รับบาดเจ็บได้รับการนิรโทษ ซึ่งก็ตรงกับร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรม ของนายวรชัย เหมะ ได้เสนอเข้ามา โดยในวันนี้ได้มีการแปลหลักการ และเหตุผลของร่างกฎหมายเป็นภาษาอังกฤษมอบให้แก่ผู้แทน OHCHR ไปด้วย
นายสุรพงษ์ กล่าวอีกว่า ได้ใช้โอกาสนี้ฝากไปยังโฆษกของสำนักงานข้าหลวงใหญ่สิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ ให้มีความรอบคอบ และศึกษาข้อมูลรายละเอียดต่างๆ ให้ถ่องแท้ ก่อนจะนำเสนอความคิดเห็นต่อเรื่องใดๆ เพราะสหประชาชาติเป็นองค์กรระหว่างประเทศที่ทุกประเทศให้ความเคารพเชื่อมั่น ดังนั้นการจะให้ข่าวใดๆ ออกมา จะต้องคำนึงด้วยว่า จะไม่ถูกนำเอาคำแถลงมาตีความเพื่อมุ่งผลประโยชน์ทางการเมือง ซึ่งนางบ็อกเนอร์ก็รับข้อนี้ไป และแสดงความยินดีว่าประเด็นที่ได้ท้วงติงนั้นก็ตรงกับกฎหมายที่รัฐบาลได้เสนอเข้าสภา คือไม่ได้ยกโทษให้กับผู้ที่สั่งการ



