ข่าว

'องอาจ'จี้รัฐทบทวนเชิญ'โคฟี่'ถกปฏิรูป

'องอาจ'จี้รัฐทบทวนเชิญ'โคฟี่'ถกปฏิรูป

12 ส.ค. 2556

'ปชป.'แนะ'ยิ่งลักษณ์'เลิกผู้นำตป.ร่วมวงถกสภาปฏิรูปฯ ยกเหตุเสียเวลา แถมยังเสียงบประมาณ บี้รัฐทำกฎหมายนิรโทษให้ชัด หวั่นนำไปสู่การตีความ

                เมื่อเวลา 10.30 น. นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ แถลงว่า การที่พรรคประชาธิปัตย์ปฏิเสธการเข้าร่วมสภาปฏิรูปการเมืองของรัฐบาลนั้น เนื่องจาก 1.น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ไม่มีความจริงใจปฏิรูปการเมืองเหมือนกับความประสงค์จัดตั้งสภาปฏิรูปการเมือง โดยเสนอเงื่อนไขที่จะเชิญบุคคลต่างๆ เข้าร่วม ทั้งที่ 2 ปีที่ผ่านมาไม่เคยดำริเรื่องเหล่านี้ 2.เร่งเสนอสภาปฏิรูปการเมืองกะทันหัน เพื่อกลบกระแสการพิจารณาร่าง พรบ.นิรโทษกรรม และ 3.การเคลื่อนไหวของนายพงษ์เทพ เทพกาญจนา รองนายกรัฐมนตรี และนายวราเทพ รัตนากร รมต.สำนักนายกรัฐมนตรีและรมช.เกษตรและสหกรณ์ เพื่อดึงความสนใจมาที่สภาปฏิรูปการเมือง แทนสนใจการประชุมสภาฯ ที่มีกฎหมายสำคัญ เช่น ร่างพรบ.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงิน 2 ล้านล้านบาท การแก้ไขรัฐธรรมนูญ และร่าง พรบ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2557 เพราะฝ่ายค้านพบความไม่ชอบมาพากลนำไปสู่การทุจริตหลายโครงการ ความเคลื่อนไหวดังกล่าว เชื่อว่าไม่น่าจะทำให้สำเร็จได้ เพราะบุคคลที่รัฐบาลทาบทาม เป็นคนที่สนับสนุนรัฐบาล มีแนวคิดทำนองเดียวกัน เป็นบุคคลที่เคยช่วยเหลือ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ รวมทั้งคนอื่นๆ ก็ใกล้ชิดกับรัฐบาล ไม่เป็นผลให้ปฏิรูปการเมืองแท้จริง นอกเหนือการสร้างภาพซื้อเวลา เล่นปาหี่การเมืองฉากใหม่ที่รัฐบาลแสดงให้ประชาชนเห็นเท่านั้น

                นายองอาจ กล่าวต่อว่า การที่รัฐบาลเชิญนายโคฟี อันนัน อดีตเลขาธิการสหประชาชาติ(ยูเอ็น) นายโทนี่ แบลร์ อดีตนายกรัฐมนตรีอังกฤษ และนายมาร์ตติ อาห์ติซารี อดีตประธานาธิบดีฟินแลนด์นั้น นายโคฟีและนายมาติเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการไกล่เกลี่ยระหว่างประเทศ ได้รับเชิญไปปาฐกถาบ่อยครั้งนั้น พรรคประชาธิปัตย์เห็นว่าไม่มีความจำเป็นจะเชิญทั้ง 2 คนนี้มาประเทศไทย เพราะเมื่อเดือน ก.พ. 2555 ก็เคยเชิญมาแล้ว พร้อมเสนอความคิดเห็นที่เป็นประโยชน์มาก แต่รัฐบาลไม่ให้ความสนใจ การเชิญทั้ง 2 คนอีกครั้งหนึ่ง นอกจากจะพูดเรื่องเดิม หัวข้อและแสดงความคิดเห็นเดิม จะทำให้เสียงบประมาณ และทำให้ทั้ง 2 คนประหลาดใจ มองไทยเป็นตัวตลกในสายตาผู้นำระดับโลก เรื่องดังกล่าวรัฐบาลพยายามใช้ชื่อเสียงบุคคลสำคัญมาสร้างภาพให้เห็นว่ารัฐบาลพยายามสร้างความปรองดอง ทางที่ดีที่สุด รัฐบาลควรรวบรวมความคิดเห็นที่เป็นประโยชน์ดีกว่า ซึ่งมีคำถามว่า รัฐบาลเคยนำสิ่งที่ทั้ง 2 คนเสนอไปแล้วนั้นใช้ให้เกิดประโยชน์อะไรบ้าง อยากให้น.ส.ยิ่งลักษณ์ควรทบทวนเรื่องนี้ด้วย

               


บี้รัฐทำกฎหมายนิรโทษให้ชัด หวั่นนำไปสู่การตีความ

 

                นายองอาจ แถลงถึงการพิจารณาร่างพรบ.นิรโทษกรรม ของคณะกรรมาธิการฯ ว่า ขณะนี้รัฐบาลต้องมีความชัดเจนว่าจะไม่รวมคดีหมิ่นสถาบันทุกกรณี รวมทั้งต้องไม่รวมคดีความผิดคดีอาญาที่มีโทษรุนแรง ต้องไม่หมกเม็ดให้เกิดการตีความที่จะนำไปสู่การล้างความผิดให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ในทุกกรณี และต้องไม่รวมความผิดนักการเมืองที่กระทำการทุจริต ในช่วงเวลาที่ออก พรบ.นิรโทษกรรม ถ้ารัฐบาลมีความจริงใจทำให้มีความชัดเจนก็จะทำให้กากรต่อต้านกฎหมายฉบับนี้เบาบางลงได้ แต่หากยังให้คลุมเครือไม่ชัดเจนก็จะนำไปสู่การตีความ และเกิดการต่อต้านจะมีมากกว่าที่รัฐบาลคาดคิด อีกทั้ง จะเกิดการต่อต้านใหญ่ที่รัฐบาลไม่เคยเจอมาก่อนได้