ข่าว

'ประยุทธ์'ให้'ศปก.กปต.'ชี้ขาด5ข้อBRN

'ประยุทธ์'ให้'ศปก.กปต.'ชี้ขาด5ข้อBRN

12 ส.ค. 2556

'ประยุทธ์' ให้ 'ศปก.กปต.' ชี้ขาดข้อเสนอ 5 ข้อ 'บีอาร์เอ็น' ลั่น ต้องไม่ขัดกับ กม.-รธน. จวก'ตอยิบ' ใช้ระเบิดต่อรองให้รัฐโอนอ่อนผ่อนตาม

               12 ส.ค.56 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก ให้สัมภาษณ์ถึงสถานการณ์ใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ว่า ขณะนี้ยังมีเหตุการณ์ความไม่สงบในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง หนักบ้างเบาบ้างขึ้นอยู่กับสภาวะแวดล้อม และอย่ามองว่า ประเทศไทยมีความรุนแรงเพราะจะทำให้ดูน่ากลัว แต่เราต้องมองในภาพรวมของโลก เพราะทุกพื้นที่ในโลกก็มีความวุ่นวายอยู่ทั้งการเมือง เศรษฐกิจ ความั่นคง การวัดว่าสถานการณ์ในภาคใต้ดีขึ้นหรือไม่ หากวัดด้วยจากการเกิดเหตุรุนแรง อาจจะทำให้เจ้าหน้าที่ท้อแท้ อยากให้ทุกคนให้กำลังใจทหารในการต่อสู้ต่อไป เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่ได้เกิดจากความเพลี่ยงพล้ำของเจ้าหน้าที่ แต่ภาระหน้าที่ในการดูแลประชาชน ทำให้เราเป็นเป้าหมายที่ง่ายต่อการถูกลอบทำร้าย นี่คือจุดอ่อนที่เขาใช้เล่นงานเจ้าหน้าที่รวมถึงประชาชน ที่ผ่านมาเราเปิดโอกาสให้เขาเข้ามามีส่วนร่วมในการแก้ปัญหา ทั้งการพูดคุยสันติภาพ การให้ออกมามอบตัวตาม มาตรา 21 ซึ่งมีบางส่วนที่ยังไม่ออกมาก็ต้องดูว่าสาเหตุอยู่ตรงไหน อาจจะเพราะถูกปลูกฝังมาตั้งแต่เด็กๆ เพื่อให้ต่อสู้กับเจ้าหน้าที่รัฐ ซึ่งเราต้องเอาคนพวกนี้กลับมา

               พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า การแก้ปัญหาในพื้นที่ชายแดนใต้ยังจำเป็นต้องใช้วิธีการพูดคุย แม้ว่าวันนี้จะยังไม่เห็นเป็นรูปธรรม แต่ทุกสิ่งทุกอย่างก็ขึ้นอยู่กับรัฐบาล ต้องตั้งหลักให้ได้ว่าจะคุยกันแค่ไหนอย่างไร และเรามีคำตอบอยู่แล้ว ว่าจะไม่นำไปสู่เขตปกครองพิเศษ การแบ่งแยกดินแดน และต้องอยู่ภายใต้กฎหมายและรัฐธรรมนูญไทย และรัฐบาลก็เข้าใจ วันนี้กลุ่มผู้ก่อความไม่สงบพยายามเอาชนะทางแนวความคิด ว่า ฝ่ายรัฐเพลี่ยงพล้ำ นี่คือยุทธศาสตร์ที่เขาเดินอยู่และเป็นสิ่งเดียวที่เขาทำได้ทั้งๆ ที่คนในพื้นที่เกลียดชังและไม่ชอบวิธีการของเขาเพราะทำให้เกิดความสูญเสีย

               เมื่อถามถึงกรณีที่ นายฮัสซัน ตอยิบ ตัวแทนพูดคุยฝ่ายบีอาร์เอ็น ออกมากดดันให้รัฐบาลรับข้อเสนอ 5 ข้อของบีอาร์เอ็นนั้น พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า เขายืนยันแล้วว่าการพูดคุยยังคงมีต่อไป ส่วนที่เขาเรียกร้องให้รับข้อเสนอ 5 ข้อนั้น ในสัปดาห์นี้รัฐบาลจะมีการประชุมศูนย์ปฏิบัติการคณะกรรมการขับเคลื่อนนโยบายและยุทธศาสตร์แก้ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศปก.กปต.) เพื่อที่จะหารือถึงประเด็นดังกล่าว ว่าจะรับข้อเสนอได้หรือไม่ แต่ในส่วนของ กอ.รมน. เราได้หารือกันแล้วว่า สิ่งไหนที่พอรับได้ก็จะพูดคุยกัน รวมทั้งหาแนวทางปฏิบัติ โดยต้องเอา 6 กลุ่มงานเป็นตัวตั้ง เช่น การดูแลความปลอดภัยชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน การอำนวยความยุติธรรม เป็นต้น และต้องนำปัจจัยที่เขาอ้างเพื่อก่อเหตุความรุนแรงมาพูดคุย ทั้งนี้ ตนมองว่าหากเขายังไปไม่ถึงเป้าหมายที่ต้องการ เขาก็ไม่หยุดและนำเรื่องการลอบวางระเบิดมาเป็นข้อต่อรอง เพื่อให้เราโอนอ่อนผ่อนตามในสิ่งที่เขาต้องการ ซึ่งบางเรื่องทำไม่ได้ โดยเฉพาะสิ่งที่ขัดกับกฎหมายและรัฐธรรมนูญของไทย และในสัปดาห์ที่จะถึงนี้คงมีผลสรุปที่ชัดเจน

               “อย่าไปให้ความสำคัญว่าใครที่จะมาพูดคุยกับเรา แต่ให้ดูที่ว่าเราจะคุยกันเรื่องอะไร แก้ปัญหาอย่างไร สิ่งที่รับได้ก็รับ สิ่งไหนรับไม่ได้ก็ไม่ต้องรับ อย่าไปให้ความสำคัญกับคนคนหนึ่ง หรือข้อเสนอของเขา ทุกวันนี้มีเรื่องที่จะต้องพูดคุยกันเป็น 100 เรื่อง ก่อนที่จะมาตกลงและยื่นข้อเสนอ พร้อมทั้งกำหนดขั้นตอนในการดำเนินการ ซึ่งทุกวันนี้เราพยายามเดินไปทุกทาง แต่จะให้เขาหยุดลอบวางบระเบิดในวันนี้พรุ่งนี้ คงเป็นไปไม่ได้ แต่เราต้องอาศัยต้องให้ภาคสังคมทั้งภายในและภายนอกประเทศ กดดันให้พวกเขาหยุดการกระทำ” ผบ.ทบ.กล่าว

               พล.อ.ประยุทธ์ ยังกล่าวถึงข้อเสนอของสำนักงานอัยการสูงสุด ที่ให้หน่วยงานความมั่นคง จัดซื้อ โดรน (เครื่องบินไร้คนขับ) และดาวเทียมเพื่อช่วยติดตามสถานการณ์ในพื้นที่ว่า ก็ต้องเป็นเรื่องของฝ่ายความมั่นคงที่จะต้องให้ข้อเสนอแนะว่าทำได้หรือไม่ สิ่งที่คิดว่าใช้ได้บางอย่างอาจจะใช้ไม่ได้ ถ้าหากเรายังให้ประชาชนในพื้นที่เดินทางสัญจรทั้งกลางวันกลางคืนอย่างอิสระเสรี ซึ่งเครื่องมือดังกล่าวไม่สามารถ มองทะลุป่าไม้ ตึกราบ้านช่อง หรือแยกแยะว่าคนไหนเป็นโจร หรือเป็นคนดี แต่ก็ต้องยอมรับว่า มีเครื่องมือดีกว่าไม่มีเลย เพราะจะเป็นตัวช่วยติดตามผู้ร้ายหรือป้องปรามในบางพื้นที่

               “โดรนหรือดาวเทียม ไม่ใช่เครื่องมือวิเศษ ที่แก้ปัญหาได้ทุกอย่าง จะคุ้มค่าหรือไม่ ผมไม่ทราบ ต้องไปพูดคุยกันและไปเปรียบเทียบดูว่าเครื่องมือที่ทำงานคล้ายๆกับเครื่องมือตัวนี้ เรามีอยู่แล้วหรือไม่ ถ้าไม่มีก็ซื้อ แต่อย่าไปหวังว่าจะเป็นเครื่องมือที่จะแก้ปัญหาได้ทั้งหมด ซึ่งการแก้ปัญหาต้องทำเป็นระบบ จะมาแก้ที่ปลายเรื่องคงเป็นไปไม่ได้ จากที่ผมได้ศึกษาและสอบถามจากประเทศมหาอำนาจทุกประเทศ เขายืนยันตรงกันว่า ไม่มีเครื่องมือไหนที่จะสามารถแยกแยะโจร ออกจากคนดีได้ แต่เขาแนะแนวทางแก้ปัญหา คือจำกัดการสัญจรของประชาชน โดยเฉพาะในเวลากลางคืน หลัง 3 ทุ่ม ห้ามออกจากบ้าน ถ้าใครออกมาคนนั้นคือโจร พร้อมทั้งตั้งจุดตรวจสกัดที่เข้มงวด แต่บ้านเราไม่สามารถทำได้” ผบ.ทบ.กล่าว