
ดอกบัวบานในธารวรรณกรรม
ดอกบัวบานในธารวรรณกรรม : วันเว้นวันจันทร์พุธศุกร์กับ ประภัสสร เสวิกุล
เมื่อวันที่ 4-8 สิงหาคม ที่ผ่านมา ผมไปอยู่ที่ฮานอย กับคณะของคุณเขมชาติ เทพไชย ผู้อำนวยการสำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย (สศร.) กระทรวงวัฒนธรรม เพื่อร่วมงานเปิดตัวหนังสือ “ดอกบัวบานในธารวรรณกรรม” อันเป็นผลมาจากความร่วมมือในด้านวรรณกรรมระหว่างสมาคมนักเขียนแห่งประทศไทยกับสมาคมนักเขียนเวียดนาม ตามโครงการวรรณกรรมสัมพันธ์ โดย สศร.เป็นผู้สนับสนุนการจัดพิมพ์และกิจกรรมที่เกี่ยวข้อง
ย้อนหลังไปในปี 2546 สมาคมนักเขียนแห่งประเทศไทย ซึ่งผมดำรงตำแหน่งนายกสมาคมฯ ร่วมกับ สศร. ได้ริเริ่มโครงการวรรณกรรมสัมพันธ์ไทย-กัมพูชาขึ้น เพื่อส่งเสริมความเข้าใจอันดีและความร่วมมือระหว่างนักเขียนไทยและกัมพูชา และเพื่อส่งผลไปถึงความสัมพันธ์ระหว่างประชาชนไทย-กัมพูชา โดยนักเขียนทั้งสองชาติได้มีการพบปะกันเป็นครั้งแรกที่ จ.สระแก้ว และครั้งที่สองที่จังหวัดเสียมราฐ กัมพูชา ซึ่งนำไปสู่หนังสือ “ร้อยมาลัยร้อยใจไร้พรมแดน” รวมเรื่องสั้นและบทกวีของนักเขียนไทย-กัมพูชา ร่วมสมัย
สำหรับสมาคมนักเขียนไทยกับสมาคมนักเขียนเวียดนาม ได้เริ่มมีปฏิสัมพันธ์กันในปี พ.ศ.2547 และลงนามในบันทึกความเข้าใจร่วมกัน ในวันที่ 10 มกราคม 2548 ที่กรุงฮานอย เป็นการสร้างความสัมพันธ์ด้านวรรณกรรมกับประเทศเพื่อนบ้าน คือเวียดนามและลาว โดยได้รับความสนับสนุนจากกระทรวงการต่างประเทศ และเตรียมการที่จะจัดพิมพ์เรื่องสั้นและบทกวีของนักเขียนไทย-เวียดนาม และไทย-ลาว เช่นเดียวกันกับโครงการวรรณกรรมสัมพันธ์ไทย-กัมพูชา แต่เผอิญผมครบวาระในการเป็นนายกสมาคมนักเขียน และต้องเดินทางไปรับราชการต่างประเทศ โครงการดังกล่าวจึงชะงักไป
ในปี พ.ศ.2555 นายกสมาคมนักเขียนแห่งประเทศไทย คนปัจจุบัน คือคุณเจน สงสมพันธุ์ ได้ร่วมกับ สศร.ในการสานต่อโครงการวรรณกรรมสัมพันธ์ไทย-เวียดนาม โดยคณะนักเขียนไทยได้เดินทางไปฮานอยเมื่อเดือนพฤษภาคม 2555 และตกลงกับสมาคมนักเขียนเวียดนามในการจัดพิมพ์หนังสือรวมเรื่องสั้นและบทกวีไทย-เวียดนาม ขึ้น รวมทั้งความร่วมมือในด้านอื่นๆ จนสำเร็จลุล่วงเป็นหนังสือที่ผมให้ชื่อว่า “ดอกบัวบานในธารวรรณกรรม” เล่มนี้ โดยมีการเปิดตัวในประเทศไทยในงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ เมื่อเดือนเมษายน 2556 ก่อนที่จะเดินทางไปเปิดตัวที่กรุงฮานอย ในวันที่ 5 สิงหาคม ดังกล่าว
“ดอกบัวบานในธารวรรณกรรม” เป็นหนังสือ 3 ภาษา คือ ไทย เวียดนาม และอังกฤษ ดังนั้นจึงมีความหนาถึง 793 หน้า สำหรับนักเขียนและกวีไทย ได้แก่ นิคม รายยวา, จเด็จ กำจรเดช, มหรรณพ โฉมเฉลา, วัฒน์ ยวงแก้ว, อุรุดา โค วินท, อุชเชนี, วิทยากร เชียงกูล, พนม นันทพฤกษ์, คมทวน คันธนู, ศิวกานท์ ปทุมสูติ, แรคำ ประโดยคำ, วรภ วราภา, ซะการียา อมตยา, สายฝน ตรีณาวงศ์ และอาชญาสิทธิ์ ศรีสุวรรณ ซึ่งเป็นภาพสะท้อนของการเมือง สังคม เศรษฐกิจ ความคิด และวิถีชีวิตของคนไทย ในยุคสมัยต่างๆ ได้อย่างดี
หนังสือเล่มนี้ไม่มีจำหน่ายครับ แต่ผู้สนใจอาจติดต่อขอได้จากสำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย กระทรวงวัฒนธรรม เลขที่ 666 ชั้น 17 อาคารธนาลงกรณ์ ถนนบรมราชชนนี เขตบางพลัด กทม.10700
สำหรับเรื่องสั้นและบทกวีของเวียดนามนั้น ก็ผ่านการคัดสรรมาเป็นอย่างดีเช่นกัน อย่างไรก็ตามคุณฮิ่ว ถิ่นห์ นายกสมาคมนักเขียนเวียดนาม ก็ออกตัวว่า ผลงานเหล่านั้นเป็นเพียงภาพบางส่วนของเวียดนาม เหมือนกับการเปิดหน้าต่างเพียงบางบานเท่านั้น ซึ่งผมนึกแย้งในใจว่า ถึงจะเปิดหน้าต่างบ้านไม่ครบทุกบาน แต่เวียดนามก็ได้เปิดประตูต้อนรับเพื่อนชาวไทยให้ก้าวเข้าไปในบริเวณบ้านของเขาแล้ว และเป็นโอกาสอันดีที่จะทำความรู้จักกันให้มากขึ้น และหาทางร่วมมือกันในด้านอื่นๆ ต่อไป
ท้ายคอลัมน์วันนี้ สำหรับท่านที่วันวานยังหวานอยู่ ขอเชิญชมคอนเสิร์ต “เดอะ พาเลซ เลเจนด์ ออฟ เรโทร” รวมดาวเด่นจากวงดังยุค’80 อย่าง จี๊บ รด.วงพลอย/ พีรสันติ ดิ อินโนเซ้นท์/ เต้ย อินคา/ สายชล ดิ อินโนเซ้นท์/ จี๊ด รอยัลสไปรท์/ จืด ฟอร์เอฟเวอร์/ อ๊อด คีรีบูน/ ต้น แมคอินทอช ในวันเสาร์ที่ 31 สิงหาคม 2556 เวลา 18.00 น. ณ ฮอลล์ 106 ไบเทค บางนา จองบัตรได้ที่ไทยทิคเก็ตเมเจอร์ ทุกสาขา (โทร.0-2262-3456)



