ข่าว

หวั่น'สล่าเครื่องเงิน'สูญหาย ผุดโครงการช้างเผือก

หวั่น'สล่าเครื่องเงิน'สูญหาย ผุดโครงการช้างเผือก

12 ส.ค. 2556

หวั่น'สล่าเครื่องเงิน'สูญหาย ผุดโครงการช้างเผือกบ่มเพาะเยาวชน : โดย...ปฎิญญา ศรีสุภมาตุ

               "ศิลปวัฒนธรรมของ จ.เชียงใหม่ โดยเฉพาะศิลปะช่างฝีมือถือว่ามีประวัติอย่างยาวนานกว่า 700 ปี นับเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวตามรูปแบบของศิลปะท้องถิ่นล้านนา ทั้งหัตถกรรม จิตรกรรมหลากหลายแขนง ผู้ที่ถ่ายทอดศิลปะเหล่านี้จะถูกเรียกตามภาษาถิ่นว่า "สล่า" หนึ่งในแขนงช่างสล่าที่ขึ้นชื่อในเชียงใหม่ คือ สล่าเครื่องเงิน ตำบลวัวลาย อ.เมือง จ.เชียงใหม่ ที่สืบสานองค์ความรู้หัตถกรรมเครื่องเงินที่สืบทอดกันมาอย่างยาวนาน

               "เสนีย์ ไชยรังษี" หรือครูสล่าแอ๊ด หัวหน้าช่างสล่าของสถานฝึกอบรมศิลปหัตถกรรมเครื่องเงินและเครื่องประดับวัดศรีสุพรรณในพระอุปถัมภ์ เล่าว่า ปัจจุบันงานสล่าเครื่องเงินกำลังใกล้จะสูญพันธุ์ เพราะไร้คนสืบทอด แม้แต่ในช่างสล่าที่มีในปัจจุบันยังหาคนที่ชำนาญจริงๆ ได้น้อย สล่าที่สามารถสอนถ่ายทอดความรู้ให้แก่คนอื่นได้ มีเหลือไม่ถึง 10 คน ทางสถานฝึกอบรมเองพร้อมที่จะถ่ายทอดความรู้ทั้งหมดให้ทุกคนที่สนใจเสมอไม่เกี่ยงว่าจะเป็นคนไทยหรือต่างชาติ ขอเพียงให้งานสล่าเครื่องเงินได้สืบทอดต่อไป ต้องการคนที่มีใจรักจริงๆ เพราะงานสล่าต้องใช้เวลาและสั่งสมประสบการณ์ กว่าจะเชี่ยวชาญ จะเป็นนักสล่าได้ต้องฝึกฝนไม่ต่ำกว่า 10 ปี

               ทั้งนี้ ครูสล่าแอ๊ดเล่าต่อว่า ตัวครูเองอยู่ที่นี่มา 7 ปีแล้ว แต่เริ่มงานสล่าตั้งแต่จบชั้น ป.4 ที่โรงเรียนวัดศรีสุพรรณนี่เอง ปัจจุบันอายุ 54 ปีแล้ว ใช้ชีวิตกับเครื่องเงินมาทั้งชีวิต แต่ก็ยังไม่เบื่อ เห็นเพื่อนฝูงเป็นใหญ่เป็นโตก็ไม่คิดอิจฉา หรืออายแต่อย่างใด เพราะภูมิใจกับงานที่ทำ ตนจบแค่ชั้น ป.4 ยังทำได้ขนาดนี้ ได้เป็นส่วนหนึ่งของการสร้างอุโบสถเงินหลังแรกของโลก ณ วัดศรีสุพรรณ ที่สร้างชื่อเสียงให้ชุมชนวัวลายดังไปทั่วโลก อยากให้คนรุ่นใหม่ภูมิใจอย่างตนบ้าง รักในภูมิปัญญาท้องถิ่นพื้นบ้าน ช่วยกันสืบสานอย่าให้สูญหาย เพราะถ้าหมดรุ่นของครูสล่าแอ๊ดแล้วก็ยังหาคนสืบทอดไม่ได้ เกรงว่าภูมิปัญญาเหล่านี้จะสูญสลายไป

               ในขณะที่ น.ส.มณฑกานต์ ตันทรัตน์ หรือครูเหน่ง ครูภูมิปัญญาของสถานฝึกอบรม กล่าวเสริมว่า นักท่องเที่ยวต่างชาติที่เกิดประทับใจในอุโบสถเงิน สนใจเรียนรู้วิชาสล่าเครื่องเงินจำนวนนับพันคนต่อปีจากนานาประเทศ เราก็ยินดีถ่ายทอดโดยไม่หวงความรู้ โดยจะคิดเพียงค่าอุปกรณ์เพื่อฝึก คนที่มีพื้นฐานศิลปะมาบ้างก็จะสามารถเอาไปต่อยอดกับงานของตนได้ บางคนก็เอาไปผสมกับเสื้อผ้า ดีไซน์ ให้มีกลิ่นอายความเป็นไทยเข้าไป แต่ทั้งนี้ศิลปะไทยก็เหมาะกับจริตของคนไทย มันอยู่ในสายเลือด คนไทยเท่านั้นที่จะทำงานแบบนี้ได้สมบูรณ์แบบ ต่อให้ต่างชาติสนใจเรียนรู้ขนาดไหน ก็สอนไปไม่ได้กั๊กไว้ แต่ก็เป็นไปไม่ได้เลยที่จะเอาของไทยไปได้ทั้งหมด แม้แต่ศิลปะพม่าที่คล้ายคลึงศิลปะไทยภาคเหนือก็แตกต่างกัน เขาก็มาทำแบบไทยไม่ได้ เอกลักษณ์ไทยอ่อนช้อยกว่า สวยงาม และเรียนรู้ได้ยากกว่า ต่างชาติสนใจและชื่นชอบมาก ก็อยากให้เผยแพร่ออกไป แต่ไม่ใช่คนไทยก็เอาไปได้ไม่หมด

               เริ่มต้นจากการอยากเรียนรู้วิชาเพิ่มเติมเกี่ยวกับการต้องลายหรือการบุดุนลายโลหะเครื่องเงินในภาษาไทยกลาง เนื่องจากครอบครัวของตนประกอบอาชีพทำลวดลายเครื่องเงินอยู่แล้วจะได้นำไปพัฒนาอาชีพในครอบครัว จึงมาศึกษาที่นี่ สมัยนั้นพระครูพิทักษ์สุทธิคุณ เจ้าอาวาสวัดศรีสุพรรณ ชักชวนกับพ่อครูสล่าดิเรก ครูสล่าผู้เชี่ยวชาญจัดตั้งกลุ่มหัตถศิลป์ล้านนา ตอนแรกก็มีกันแค่ 10 คน ไม่นานก็เข้าร่วมกับ กศน.เปิดเรียนวิชาบุดุนเบื้องต้น 200 ชั่วโมง คิดชั่วโมงละ 1 บาท ครูเหน่งก็มาเรียนอยู่ตั้งแต่เริ่มต้นเลย

               ในปัจจุบันกลุ่มหัตถศิลป์ล้านนา หรือชื่อเต็มคือ สถานฝึกอบรมศิลปหัตถกรรมเครื่องเงินและเครื่องประดับวัดศรีสุพรรณในพระอุปถัมภ์ พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าทีปังกรรัศมีโชติ เป็นส่วนหนึ่งของมหาวิทยาลัยในวัง หรือโรงเรียนผู้ใหญ่พระตำหนักสวนกุหลาบ เป็นโรงเรียนในสังกัดสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยา ศัย (กศน.) กระทรวงศึกษาธิการ ก่อตั้งขึ้นตามพระราชดำริในสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ที่จะให้มีการถ่ายทอดความรู้เกี่ยวกับงานช่างประดิษฐ์ของสตรีให้แพร่หลายในวงกว้างและเป็นการสืบสาน ฟื้นฟูช่างฝีมือไทยและอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมไทย และฝึกสอนวิชาให้แก่ผู้ที่ต้องการนำไปประกอบอาชีพ

               "บุญทอง พุทธิศรี" ไวยาวัจกร วัดศรีสุพรรณ ที่ทำหน้าที่มากว่า 30 ปี ให้ข้อมูลว่า คนรุ่นใหม่น้อยคนที่จะหันมาสนใจและอนุรักษ์งานสล่าประเภทเครื่องเงินแม้แต่ในทายาทของเหล่าครูสล่าเอง เพราะเดี๋ยวนี้ทางเลือกอาชีพมีมากก็หันเหกันไปทำอาชีพที่ตนถนัด น้อยคนที่จะมีใจรักในงานสล่า หากหมดครูสล่ารุ่นนี้แล้วก็ยังมองไม่เห็นคนที่จะมาสานต่อได้ งานสล่าเครื่องเงินอาจสูญหายไปในเวลาไม่นาน

               แนวทางแก้ไขทางวัดและกลุ่มหัตถกรรมมีโครงการอยู่แล้ว ขาดเพียงองค์กรที่จะมาสนับสนุนอย่างจริงจัง โดยโครงการดังกล่าวชื่อว่า "โครงการช้างเผือก" เป็นโครงการที่จะเฟ้นหาคนรุ่นใหม่ที่จะสืบสานงานสล่าเครื่องเงินต่อไป เป้าหมายเริ่มต้นอยู่ที่นักเรียน โดยโรงเรียนวัดศรีสุพรรณ มีหลักสูตรการเรียนงานสล่าเครื่องเงินตั้งแต่ชั้นประถม 4-6 ซึ่งมีหลักสูตรและบุคลากรที่มีความชำนาญเพียงแห่งเดียวเท่านั้นในประเทศ การสอนนักเรียนแต่ละรุ่นก็จะพบเด็กที่มีแวว มีความสามารถเด่นที่พอสืบทอดงานสล่าเครื่องเงินได้ แต่เนื่องจากโรงเรียนวัดศรีสุพรรณมีสอนแค่ถึงชั้นป.6 เมื่อนักเรียนไปเรียนต่อชั้นมัธยม มหาวิทยาลัย ก็จะขาดการต่อเนื่องไป ทำให้การที่เด็กจะกลับมาสืบต่อเป็นไปได้ยาก

               ทั้งนี้ โครงการช้างเผือกคือโครงการที่จะหาเด็กที่มีพรสวรรค์และฝีมือโดดเด่นในงานเพื่อจะสืบสานต่อภูมิปัญญาสล่าช่างเครื่องเงินของล้านนาสืบต่อไป เมื่อเจอเด็กที่มีความสามารถจากการสอนในหลักสูตร 3 ปีก็อยากให้เด็กได้ทำงานอย่างต่อเนื่องเพื่อเป็นการขัดเกลาฝึกฝนปลูกฝังความรักในการทำงานและมีผลงานสร้างรายได้ไปในตัว ตามโครงการที่วางไว้คือทำสัญญากับเด็กไว้ 10 ปี โดยจะให้เงินสนับสนุนเด็กในค่าเล่าเรียน ค่าอาหาร จนจบมหาวิทยาลัย แต่ทั้งนี้ช่วงปิดเทอมหรือมีเวลาว่างเด็กจะต้องเข้ามาทำงาน หากมีคนซื้อผลงานก็จะเป็นรายได้ของเด็กเอง เมื่อเด็กเรียนจบก็รับรองว่ามีงานรองรับสามารถเลี้ยงครอบครัวได้ ขาดแต่เพียงทุนทรัพย์และองค์กรที่เข้ามาสนับสนุนอย่างจริงจัง

               
....................

(หวั่น'สล่าเครื่องเงิน'สูญหาย ผุดโครงการช้างเผือกบ่มเพาะเยาวชน : โดย...ปฎิญญา ศรีสุภมาตุ )