
'ไทกร'ร้องรัฐบาลหยุดสภาปฏิรูป
'ไทกร'เรียกร้อง'รัฐบาล'หยุด'สภาปฏิรูปการเมือง' ชี้คนเข้าร่วมส่วนใหญ่ล้วนเคยรับใช้ระบอบทักษิณ
11 ส.ค.56 นายไทกร พลสุวรรณ เสนาธิการร่วม กองทัพประชาชนโค่นระบอบทักษิณ (กปท.) แถลงข่าวเรียกร้องให้รัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ยุติการดำเนินการจัดสภาปฏิรูปการเมืองแก้ปัญหาความขัดแย้งของประเทศ เนื่องจากเห็นว่า บุคคลที่รัฐบาลเชิญเข้าร่วมสภาปฏิรูปการเมืองนั้น ไม่สามารถตอบโจทย์การปฏิรูปการเมืองได้ โดยระบุว่า ผู้ที่ตอบรับส่วนใหญ่เป็นคนที่เคยรับใช้ระบอบทักษิณทั้งสิ้น ทำให้สภาปฏิรูปการเมืองไม่มีความน่าเชื่อถือ และสิ่งที่รัฐบาลสมควรทำในตอนนี้คือกำจัดเรื่องทุจริตคอรัปชั่นให้หมดไป และนำนักการเมืองที่เคยมีส่วนกับการทุจริตมาลงโทษ รวมถึงยุติโครงการประชานิยมต่างๆ ที่ทำให้เศรษฐกิจของประเทศตกต่ำเสียหาย
นายไทกร กล่าวต่อว่า ในวันที่ 13 ส.ค.นี้ กปท.จะส่งตัวแทนเดินทางไปเรียกร้องให้ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ปปช.) เร่งรัดการพิจารณากรณีที่ ชมรมสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ 2550 ได้ยื่นคำร้องว่า พรบ.กู้เงิน 2 ล้านล้านบาท ขัดกับรัฐธรรมนูญ เพราะไม่ได้มีการกู้เงินมาไว้ในบัญชีหนึ่งแล้ว เบิกจ่ายจากบัญชีที่ 2 เหมือนที่รัฐธรรมนูญบัญญัติไว้
ต่อมาเมื่อเวลา 11.50 น. นายปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ โฆษกกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (พธม.) ได้เดินทางมาสังเกตการณ์การชุมนุมของ กลุ่มกองทัพประชาชนโค่นระบอบทักษิณ (กปท.)และเป็นกำลังใจให้แก่ผู้ชุมนุม โดยนายปานเทพ กล่าวว่า ผู้ที่เข้าร่วมชุมนุมครั้งนี้ถือเป็นผู้ที่รักชาติ จึงได้ออกมารวมตัวกัน ตนจึงเข้ามาให้กำลังใจ แต่มองว่าที่การเคลื่อนไหวที่ผ่านมายังไม่มีพลังมากเพียงพอนั้น เนื่องจากแกนนำยังขาดประสบการณ์ในการนำมวลชลอย่างเต็มตัว จึงต้องมีการปรับยุทธวิธี ทางจิตวิทยา การนำมวลชน รวมถึงเป้าหมายในการเคลื่อนไหวที่ต้องชัดเจน ให้มวลชนมีความหวัง และการที่กองทัพธรรมเข้ามามีส่วนร่วมก็ถือเป็นเรื่องที่ดี
นายปานเทพ กล่าวต่อว่า ขณะนี้พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ถือว่ามีความพร้อมที่สุดที่จะออกมาเคลื่อนไหวคัดค้าน ร่าง พรบ.นิรโทษกรรม เนื่องจาก มีมวลชน นักปราศรัย และ ช่องทางการสื่อสาร ตนจึงมองว่า ปชป. มีอยู่สองทางเลือกในการคัดค้านร่าง พรบ.นิรโทษกรรม คือ ออกมาเล่นเกมนอกสภา ใช้มวลชน กดดัน ไม่ให้ พรบ.นิโทษกรรม วาระ 2 และ 3 เดินหน้าได้ เหมือนที่ นายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำพันธมิตรฯ เสนอไป หรือทางเลือกที่สอง ต่อสู้ในสภา แต่ถึงอย่างไรก็ไม่สามารถที่จะต่อสู้กับฝ่ายรัฐบาลได้ แล้วยื่นเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความ เนื่องจากมองว่า พรบ.นิรโทษกรรม ขัดต่อรัฐธรรมนูญ ชัดเจนมาก เพราะมี สส.ได้รับประโยชน์ และยืนยันว่า พธม.มีจุดยืนชัดเจนที่ไม่ยอมรับร่าง พรบ.นิรโทษกรรม แต่ที่พันธมิตรฯ ยังไม่เคลื่อนไหวนั้น เนื่องจากมีข้อจำกัดในเรื่องคดีที่อยู่ในชั้นศาล ทำให้การเคลื่อนไหวครั้งต่อไป เปรียบเสมือนธนูดอกสุดท้าย ที่เมื่อออกมาแล้วต้องคุ้มค่า และเรานึกถึงการปฏิรูปการเมืองของประเทศ ไม่ใช่เพียงการต้าน พรบ.นิรโทษกรรม
เมื่อถามว่า ปัจจัยอะไรที่จะสามารถทำให้ล้มรัฐบาลได้ นายปานเทพ กล่าวว่า อยู่ที่การกระทำของรัฐบาลเองหากมีการแก้กฎหมายเพื่อพวกพ้องคนที่อยู่กลางๆก็จะรับไม่ได้ รวมถึงฝ่ายที่ตัดค้านรัฐบาลหากรวมตัวเป็นเอกภาพก็จะมีพลังมากขึ้น เมื่อถามต่อถึงรัฐบาลแห่งชาติ นายปานเทพ กล่าวว่า มีความเป็นไปได้อยู่แต่ยากเพราะแต่ละฝ่ายมีแนวทางของตัวเองอยู่หากมารวมกันก็จะเสียมวลชน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้ คณะเสนาธิการร่วม กปท. ซึ่งประกอบด้วย พล.อ.ปรีชา เอี่ยมสุพรรณ พล.ร.อ.ชัย สุวรรณภาพ พล.อ.ท.วัชระ ฤทธาคณี พล.อ.ชูเกียรติ ตันสุวัฒน์ และนายไทกร พลสุวรรณ ได้ประชุมหารือภายในศาลาไทยภายในสวนลุมพินี ซึ่ง กปท.ใช้เป็นกองบัญชาการใหญ่ อย่างเคร่งเครียด เป็นเวลานานกว่า 30 นาที กระทั่งนายปานเทพ เดินทางมาถึง นายไทกร หนึ่งในคณะเสนาธิการร่วม ได้ออกมาเชิญนายปานเทพ เข้าไปหารือภายในศาลาไทยเป็นเวลาประมาณ 30 นาที
ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า เมื่อเวลา 13.45 น. นักศึกษาจากโรงเรียนช่างกลนนทบุรี ประมาณ 30 คน ได้แถลงข่าวประกาศที่จะเข้าร่วมชุมนุมกับกลุ่ม กปท. พร้อมเชิญชวนนักศึกษาอาชีวะทั่วประเทศให้เข้าร่วมชุมนุม โดยตัวแทนกลุ่มนักศึกษา กล่าวว่า การประกาศเข้าร่วมชุมนุมครั้งนี้เพื่อต้องการออกมาแสดงพลัง และปกป้องประเทศ ซึ่งการเข้าร่วมชุมนุมครั้งนี้เพื่อเป็นการแสดงจุดยืน ดีกว่าเอาเวลาไปไล่ตีกัน
ขณะที่ บรรยากาศในการชุมนุมของ กปท.ที่สวนลุมพินีในช่วงเช้าถึงช่วงบ่ายเป็นไปอย่างเงียบเหงา เนื่องจากผู้ชุมนุมที่เป็นคนกรุงเทพฯ เดินทางกลับไปพักผ่อนที่บ้าน และส่วนที่พักค้างอยู่ที่สวนลุมพินี ก็พักผ่อนตามเต็นต์ต่างๆ ขณะที่บนเวทีปราศรัยไม่มีการทำกิจกรรมแต่อย่างใด คาดว่าบรรยากาศการชุมนุมจะกลับมาคึกคักอีกครั้งในช่วงเย็น



