ข่าว

'พท.'ซัด'ปชป.'ปัดร่วม'ปฏิรูป'

'พท.'ซัด'ปชป.'ปัดร่วม'ปฏิรูป'

11 ส.ค. 2556

'พท.' ซัด 'ปชป.' ย่ำอยู่กับที่ ไม่ร่วมสภาปฏิรูปฯ เย้ย 'ปชป.' เผด็จการเสียงข้างน้อย ชี้ 'แก้วสรร' ร่วมกมธ. ไม่แปลก

 

                             11 ส.ค.56  นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ ในฐานะโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีที่นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ออกมาโจมตีรัฐบาลที่เชิญบุคคลสำคัญ ทั้งอดีตนายกฯ อดีตประธานรัฐสภา อดีตประธานวุฒิสภา และล่าสุดนายพิชัย รัตตกุล อดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และนายกระมล ทองธรรมชาติ อดีตประธานศาลรัฐธรรมนูญ ที่ตอบรับเข้าร่วมสภาปฏิรูปการเมือง แต่นายองอาจกลับโจมตีว่าเป็นปาหี่ทางการเมือง ผลาญงบประมาณและภาษีของประชาชน ว่า ไม่เป็นความจริง พรรคเพื่อไทยดำเนินการเพื่อนำประเทศไปสู่ความปรองดองและการปฏิรูป โดยมีบุคคลสำคัญเข้าร่วมจำนวนมากเพื่อหาทางออกให้ประเทศก้าวพ้นความขัดแย้ง แต่สิ่งที่พรรคประชาธิปัตย์ออกมาปฏิเสธและกล่าวหารัฐบาลนั้น มองว่าเป็นการมองโลกในแง่ร้าย การที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กำหนดเงื่อนไขว่า ต้องถอน พ.ร.บ.นิรโทษกรรมหรือกฎหมายฉบับอื่นที่ใกล้เคียงกันออกไปก่อนจึงจะเข้าร่วมนั้น มองว่านายอภิสิทธิ์ไม่จริงใจ สิ่งที่พรรคประชาธิปัตย์ทำเป็นการย่ำอยู่กับที่

                             ส่วนการที่นายกฯ ต้องการให้เชิญชวนบุคคลสำคัญของโลก อาทิ นายโคฟี อันนัน อดีตเลขาธิการองค์การสหประชาชาติ และนายโทนี แบลร์ อดีตนายกฯ อังกฤษ พรรคประชาธิปัตย์ก็ยังออกมาปฏิเสธ ว่าเป็นเรื่องสิ้นเปลืองงบประมาณนั้น ตนมองว่าวันนี้พรรคประชาธิปัตย์กำลังถูกโดดเดี่ยวทางการเมือง ขอให้พรรคประชาธิปัตย์เลิกอคติ มองประโยชน์ของบ้านเมือง เลิกตั้งเงื่อนไขเพื่อเข้าร่วมปฏิรูปการเมืองกับรัฐบาล สิ่งนี้จะเป็นการสะท้อนวุฒิภาวะของนายอภิสิทธิ์ นายชวน หลีกภัยประธานสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ นายบัญญัติ บรรทัดฐาน กรรมการสภาที่ปรึกษาฯ และนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ส.ส.สุราษฎร์ธานี พรรคประชาธิปัตย์ มากกว่าจะไปตั้งเวทีผ่าความจริง ตนมองว่าเป็นการนำความจริงไปบิดเบือนมากกว่าการผ่าความจริง ดังนั้นขอให้มาพูดในเวทีปฏิรูปจะดีกว่า

                             ทั้งนี้ตนรู้สึกไม่สบายใจที่สมาชิกพรรคประชาธิปัตย์รุ่นหลัง ออกมาโจมตีนายพิชัย ที่ตอบรับเข้าร่วมสภาปฏิรูปการเมือง และแสดงความไม่พอใจ กล่าวหาว่าพรรคเพื่อไทยฉวยโอกาสกับคนแก่ซึ่งไม่สมควรอย่างยิ่ง เพราะนายพิชัยเป็นถึงผู้ใหญ่ เป็นอดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ที่อยากหาทางออกให้กับประเทศแต่ถูกโจมตี แสดงให้เห็นว่าวัฒนธรรมทางการเมืองของพรรคประชาธิปัตย์เปลี่ยนไป วันนี้ถ้าผู้ใหญ่ในพรรคไม่ให้ท้าย ใครจะกล้าโจมตีนายพิชัยผ่านสื่อขนาดนี้

 

เย้ย 'ปชป.' เผด็จการเสียงข้างน้อย ชี้ 'แก้วสรร' ร่วมกมธ. ไม่แปลก

 

                             นายพร้อมพงศ์ กล่าวถึงกรณีที่ นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม ส.ส.พิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ โจมตีว่าพรรคเพื่อไทยเป็นเผด็จการรัฐสภาหลังผ่าน พ.ร.บ.นิรโทษกรรมฯ วาระแรกว่า ขอปฏิเสธว่าไม่เป็นความจริง เราให้โอกาสฝ่ายค้านเต็มที่แม้จะตีรวนในสภาฯ พยายามใช้เทคนิคเลื่อนร่างกฎหมายอื่นๆ แต่พรรคเพื่อไทยก็ใช้ความอดทน แม้แต่พรรคร่วมฝ่ายค้านยังโหวตให้กับรัฐบาล สะท้อนว่า ส.ส.แสดงวุฒิภาวะเห็นเหตุผลที่รัฐบาลดำเนินการ แต่สิ่งที่พรรคประชาธิปัตย์ทำโดยการพามม็อบมาส่งเข้าสภาฯ หรือการขว้างปาสิ่งของ การยื้อเก้าอี้ในอดีต เหล่านี้พรรคประชาธิปัตย์น่าจะทำตัวเป็นเผด็จการเสียงข้างน้อยในสภาฯ มากกว่า

                             ส่วนกรณีที่นายแก้วสรร อติโพธิ อดีต คตส.เป็นกรรมาธิการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ปรองดองฯ ในสัดส่วนของพรรคประชาธิปัตย์ ว่า ไม่แปลกใจเพราะหลังนายแก้วสรรหลุดจาก คตส.ก็มีแนวความคิดเดียวกันกับพรรคประชาธิปัตย์มาโดยตลอด แต่ตนไม่อยากให้นายแก้วสรรออกมาขู่ว่าจะมีสารพัดม็อบหลังจากนี้ เพราะคนเป็นกรรมาธิการวิสามัญแล้วไม่ควรพูดจาลักษณะชี้นำหรือข่มขู่ ดังนั้นอยากให้ทบทวนตัวเอง ความเห็นต่างก็ขอให้ไปพูดในที่ประชุมกรรมาธิการฯ ไม่ใช่มาพูดผ่านสื่อ ถือว่าไม่สมควรจะเข้ามาเป็นกรรมาธิการวิสามัญ

 

เรียก ส.ส. ติวอภิปรายงบ 57

 

                             นายพร้อมพงศ์ แถลงว่า พรรคเพื่อไทยจะมีการประชุมในวันที่ 13 ส.ค.นี้ เพื่อทำความเข้าใจกับ ส.ส.หลังสภาฯ เตรียมบรรจุวาระการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2557 ในวันที่ 14 - 15 ส.ค.ซึ่งกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาเสร็จแล้วและเตรียมเข้าสู่วาระสอง เพื่อเตรียมผู้อภิปรายสนับสนุนว่า จะมีจำนวนท่าไรเพื่อให้เกิดความเหมาะสม ขณะที่วิปรัฐบาลจะประชุมในวันเดียวกันเพื่อกำหนดกรอบการอภิปราย ทั้งนี้พรรคจะประชุมสรุปสถานการณ์ทางการเมืองและการชุมนุมของม็อบแช่แข็ง 2ว่าจะเป็นอย่างไรเพื่อให้ ส.ส.ไปทำความเข้าใจกับประชาชน โดยจะทำคู่มือที่เกี่ยวข้องกับสถานการณ์การเมืองไปชี้แจงเพิ่มเติมด้วย

 

ซัดรายงาน 'กสม.' อุ้ม 'อภิสิทธิ์' จี้ลาออกทั้งชุด

 

                             นายพร้อมพงศ์ กล่าวถึงรายงานการตรวจสอบของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ เพื่อเสนอแนะเชิงนโยบายกรณีการชุมนุมของ นปช.ระหว่างวันที่ 12 มี.ค. - 19 พ.ค.53 ว่า ตนได้อ่านรายงานของกรรมการสิทธิฯ แล้ว รู้สึกรับไม่ได้กับรายงานฉบับนี้ กรรมการสิทธิน่าจะกินยาผิดซอง เพราะรายงานเลือกเพียงบางเหตุการณ์ที่จะนำมาใช้ รวมถึงภาพสถานการณ์ลักษณะเหมือนน่าจะเลือกปฏิบัติ แทนที่จะคุ้มครองสิทธิของผู้ชุมนุมที่มีทั้งผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต แต่กลับน่าจะคุ้มครองสิทธิรัฐบาลนายอภิสิทธิ์มากกว่า ที่สำคัญตนเห็น น.ส.เวียงรัฐ เนติโพธิ์ อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ จุฬาฯ รวมถึงนายสุนัย ผาสุก ที่ปรึกษาองค์กรฮิวแมนไรต์วอตช์ ประจำประเทศไทย ที่ออกมาวิจารณ์รายงานของกรรมการสิทธิฯ ในทำนองเดียวกัน ว่าไม่ครอบคลุมในรายละเอียด เพราะแทนที่จะรักษาสิทธิมนุษยชนของประชาชนที่มาร่วมชุมนุมทางการเมือง แต่กรรมการสิทธิฯ ชุดนี้ไม่ได้ทำหน้าที่ให้สมกับภาษีของประชาชน โดยเฉพาะการพูดถึงประชาชนที่เป็นเหยื่อของผู้ชุมนุมจากการบริหารราชการแผ่นดินที่ผิดพลาดของรัฐบาลนายอภิสิทธิ์

                             ทั้งนี้ตนมองว่า กรรมการสิทธิฯ ยุคที่มีนางอมรา พงศาพิชญ์ เป็นประธาน สอบตกยกชุด ขอเสนอให้ลาออกทั้งชุดจะดีกว่า เพราะการทำหน้าที่ไม่ได้ตอบโจทย์การรักษาสิทธิ ไม่สร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน เพราะผลการศึกษาหรือรายงานที่ออกมาไม่สอดคล้องกับข้อเท็จจริง เสียดายเวลา เสียดายภาษี ที่สำคัญเสียดายความรู้สึกกับกรรมการสิทธิฯ ชุดนี้จริงๆ ที่การแสดงออกแต่ละตั้งตรงข้ามกับความรู้สึกกับประชาชน

 

'อนุสรณ์' ตั้งถามใครจะรับผิดชอบถ้าน้ำท่วม หากเงินกู้ 3.5 แสนล้านไม่ผ่าน

 

                             นายอนุสรณ์ ยังกล่าวถึงกรณี ศาลปกครอง รับวินิจฉัยคำร้อง ขอให้ยกเลิกหรือเพิกถอนแผนบริหารจัดการน้ำ 3.5 แสนล้านบาทออกไปทั้งหมด ว่า ก่อนหน้านี้สถานการณ์น้ำท่วมในหลายจังหวัด ทั้งในภาคตะวันออก ภาคอิสาน ภาคใต้ รวมถึงภาคเหนือ นับเป็นบทเรียนราคาแพงอีกชิ้นหนึ่งของประเทศ ซึ่งเหตุการณ์น้ำท่วมดังกล่าว ส่งผลให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อนเป็นจำนวนมาก วันนี้หากโครงการบริหารจัดการน้ำ 3.5 แสนล้านบาทนี้ ยิ่งเดินช้าออกไปมากเท่าไหร่ ประชาชน ประเทศชาติ ก็จะยิ่งเดือดร้อนมากเท่านั้น ไม่มีเหตุผลที่ดีเลยหากโครงการนี้จะต้องล้มลง เพราะภาพน้ำท่วมใหญ่ปี 54 กำลังกลับมาหลอกหลอนประชาชน จนผวาไปตามๆ กัน บางส่วนคาดการลักษณะการก่อตัวพายุ การเกิดเหตุน้ำท่วมจากภาคเหนือมาก่อน คล้ายๆ กับเหตุการณ์น้ำท่วมในปี 54 เข้าไปทุกที ทั้งที่รัฐบาลพยายามเสนอมาตรการในการบริหารจัดการน้ำอย่างบูรณาการทั้งระบบ เป็นโครงการที่รัฐบาลเร่งรัดผลักดันมา เพื่อป้องกันภัยพิบัติทางธรรมชาติ ป้องกันประเทศ มุ่งเน้นแก้ไขปัญหาเรื่องน้ำทั้งระบบ ทุกรูปแบบ

                             "แต่วันนี้ ทุกอย่างกลับเงียบงัน สงบนิ่ง ในขณะที่นอกจากพายุมังคุดที่พาดผ่านในตอนนี้ ยังมีพายุลูกใหม่ที่เป็นพายุโซนร้อนชื่อว่า "อูตอร์" (utor) คาดว่าจะทวีกำลังแรงขึ้นอีก หากเข้ามาจะมีปริมาณฝนตกมากกว่าที่ผ่านมา จะส่งผลให้ฝนตกหนักติดต่อกันหลายวัน รวมถึงอาจทำให้เกิดดินสไลด์-น้ำป่าไหลหลากในภาคเหนือ แม้เขื่อนจะยังพอรับน้ำได้ แต่ในอนาคต ถ้าไม่มี หรือไม่ได้ทำโครงการบริหารจัดการน้ำ 3.5 แสนล้านบาท ใครจะเป็นผู้รับผิดชอบ"

 

อัด 'ปชป.' คิดแต่การเมือง ไม่เอาประเทศชาติ

 

                             นายอนุสรณ์ กล่าวถึงกรณี สมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ ออกมาระบุแนวคิดสภาปฏิรูปของรัฐบาล พรรคประชาธิปัตย์ไม่เข้าร่วม หากไม่แสดงความจริงใจก่อน รวมถึงการเชิญ นายโทนี่ แบลร์ อดีตนายกรัฐมนตรีแห่งสหราชอาณาจักร และ นายโคฟี อันนัน อดีตเลขาธิการธิการสหประชาชาติ มาแสดงความเห็นเพื่อสร้างความปรองดองนั้น เป็นเพียงความพยายามสร้างความชอบธรรมในการเคลื่อนไหวไปสู่การปฏิรูปประเทศไทย ว่า ไม่แปลกใจเลย ที่นายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำพันธมิตรฯ ออกมาแฉพรรคประชาธิปัตย์หนักขนาดนั้น ก็เป็นแบบนี้ตลอด คิดแต่เรื่องการเมือง ไม่เคยเอาประเทศชาติ ประชาชนเป็นตัวตั้ง มองปัญหาจากความคุ้นชินของตัวเอง กล่าวหา คนอื่นสร้างภาพ แต่ตัวเองดีอยู่คนเดียว ยึดหลัก เอาดีใส่ตัว เอาชั่วใส่คนอื่นตลอดมา ถึงขั้นปล่อยให้เด็ก ลามปามนายพิชัย รัตตกุล อดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เพียงเพราะตอบรับเข้าร่วมเวทีดังกล่าว ซึ่งพรรคประชาธิปัตย์ คงจะยึดมั่นแนวคิด 1 พรรค 2 ระบบ ไปเสียทุกเรื่อง ก็ขนาดประเด็นการเชิญบุคคลมีชื่อเสียง มีประสบการณ์จากต่างประเทศ ยังขัดขวาง

                             "ไม่ดูดำดูดีประชาชน ที่ตกเป็นเหยื่อทางการเมือง ไม่เคยขอโทษ พอจะนิรโทษกรรมก็มาขัดขวางอย่างหนัก เป่านกหวีด ขึ้นฟุตบาธ แต่อีกด้านหนึ่ง ก็บอกว่าจะทำจดหมายเปิดผนึก ไปถึงสถานเอกอัครราชทูตต่างประเทศ องค์กรระหว่างประเทศ และบุคคลที่เป็นผู้นำทางความคิด ซึ่งฟังดูสับสนมาก ตกลงไม่รู้จะให้ความสำคัญหรือไม่ให้ความสำคัญกับบุคล หรือองค์กรระหว่างประเทศต่างๆ กันแน่ ซึ่งเอาเข้าจริง คราวที่แล้วที่บอกว่าส่งคำแถลงการณ์ชี้แจงตอบโต้นายกฯ กรณีสปีชที่มองโกเลียนั้น ประเทศมหาอำนาจหลายประเทศเขาบอกว่ายังไม่ได้รับคำแถลงการณ์ของพรรคประชาธิปัตย์ ที่บอกว่าส่งไปทั่วโลกเลย แล้วจะว่าอย่างไร พรรคจอมเขียนจดหมายเปิดผนึก"

 

'ภักดีหาญส์' ซัด พฤติกรรม ส.ส. 'ปชป.' ในสภา ไม่เหมาะสม

 

                             นายภักดีหาญส์ หิมะทองคำ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณี นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ ออกมาแถลงถึง การอภิปรายร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม ว่า ฝ่ายค้านมีการเสนอชื่อผู้มีความจำนงที่จะอภิปรายเป็นจำนนวน 60 ชื่อ แต่ได้รับโอกาสอภิปรายเพียง 3 คน หรือร้อยละ 5 หลังจากนั้นก็เสนอให้ปิดอภิปราย เป็นการปิดหูปิดตาประชาชน โดยรองโฆษกรัฐบาล กล่าวว่า ขอปฏิเสธว่ารัฐบาลและพรรคเพื่อไทยไม่ได้จงใจที่จะปิดหูปิดตาประชาชนอย่างที่ถูกกล่าวหา ทั้งนี้ถ้าการอภิปรายของ ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์และฝ่ายค้านอยู่ในกติกา หรือไม่แสดงการตีรวนจนทำให้สภาวุ่น ทั้ง 60 รายชื่อที่แสดงความจำนงไว้ก็คงได้อภิปราย อย่างอ้างเอาแต่สิทธิของตนเองแต่ไม่มีการเคารพสิทธิของคนอื่น การกระทำของ ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์แสดงออกอย่างชัดเจนที่พยายามจะยื้อและก่อความวุ่นวาย โดยเฉพาะ นายบุญยอด สุขถิ่นไทย ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ที่แสดงอาการนั่งไม่ติดเก้าอี้ ต้องยกมือประท้วงอยู่เรื่อยๆ ตะโกนในสภาบ้าง เสนอให้นับองค์ประชุม ชัดเจนว่าต้องการซื้อเวลา

                             รองโฆษกรัฐบาล กล่าวต่อว่า แต่พฤติกรรมที่น่ารังเกลียดของ ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์คนนี้อยู่ที่การฉีกร่าง พ.ร.บ.นิรโทษฯ มันก็ไม่ผิด แต่ถ้ามองกันในเรื่องมารยาทมันก็เป็นพฤติกรรมที่ไม่สมควร เป็นถึงผู้ทรงเกียรติในสภา แต่พฤติกรรมที่ไม่น่าดูเอาเสียเลย แล้วอย่างนี้จะมาเรียกร้องให้ช่อง 11 ถ่ายทอดเพื่ออะไร เพื่อให้ดูความถดถอยของพรรคประชาธิปัตย์อย่างนั้นหรือ

                             รองโฆษกรัฐบาล กล่าวอีกว่า หากพรรคเพื่อไทยไม่เสนอปิดอภิปรายคาดว่าวันนี้ก็ยังอภิปรายกันไม่เสร็จ เพราะตลอดเวลาที่ ส.ส. ฝ่ายรัฐบาลกำลังทำการอภิปรายอยู่นั้น บางเรื่องก็ไม่ได้พาดพิงไปถึงพวกท่าน ท่านก็ค้าน เพราะฉะนั้นการเสนอปิดอภิปราย จึงเป็นการเตือนสติพรรคประชาธิปัตย์ว่า ควรเล่นอยู่ในขอบเขตอย่างพองาม ใช่ว่าจะแถไปเรื่อย จนน่ารำคาญ หากพวกคุณตั้งใจที่จะนำเสนอความจริงให้พี่น้องประชาชนรับรู้อย่างที่ปากว่า พวกคุณจะไม่ปล่อยให้เวลาเดินไปเรื่อยโดยการตะโกนโห่ร้องอย่างที่ปรากฏอยู่แน่

                             ส่วนกรณีของ น.ส.มัลลิกา บุญมีตระกูล รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ได้โพสรูป น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีที่ถ่ายคู่กับป้ายอุทยานแห่งชาติกุยบุรี โดยในป้ายมีคำว่า เสือ สิงห์ กระทิง และรูปนายกรัฐมนตรียืนอยู่ ก่อให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์เป็นอย่างมากนั้น นายภักดีหาญส์ กล่าวว่า เคยชื่นชมที่พรรคประชาธิปัตย์ใช้โซเชี่ยลเน็ตเวิร์คได้ดี แต่มันก็เป็นดาบสองคม ถึงการกด like-Share จะเป็นสิทธิที่ทำได้ วันนี้ น.ส.มัลลิกา เป็นถึงรองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ ทะเล่อทะล่าโพสต์รูปที่มีข้อความบิดเบือน ซึ่งไม่รู้ว่าเจตนาคืออะไร แต่มันค่อนข้างที่จะไม่เป็นผลดีต่อนายกรัฐมนตรีอย่างแน่ แต่สิ่งที่แย่กว่านั้นคือการที่น.ส.มัลลิกา โพสต์รูปนี้มากระแทกหน้าตัวเอง เพราะดูแล้วชาวออนไลน์ดูไม่ปลื้มกับท่าทีของรองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์เท่าไหร่