ข่าว

ดินสไลด์'น่าน'ปิดเส้นทาง3จุด

ดินสไลด์'น่าน'ปิดเส้นทาง3จุด

11 ส.ค. 2556

'พายุมังคุด' แผลงฤทธิ์ก่อนจาก เกิดดินสไลด์ปิดเส้นทางสาย อ.ปัว-บ่อเกลือ 3 จุด คาดต้องใช้เวลานานกว่าสัปดาห์ในการเปิดเส้นทาง

 

                             11 ส.ค.56 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าได้เกิดฝนตกในหลายพื้นที่จังหวัดน่านตั้งแต่วันที่ 8 - 10 ส.ค. โดยที่บริเวณอุทยานแห่งชาติดอยภูคา อ.ปัว จ.น่าน เกิดฝนตกหนักติดต่อตลอดและยังคงตกอยู่ขณะนี้ ปริมาณน้ำฝนอยู่ที่ 116 มม. มีแนวโน้มตกเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จนทำให้เกิดดินบนภูเขาถล่มลงมาปิดเส้นทางสาย อ.ปัว-บ่อเกลือ บริเวนหลักกม.ที่ 31-33  เป็นช่วงๆ 3 จุด จุดแรกที่ กม.31 บ้านน้ำดั้น ต.ภูคา อ.ปัว จ.น่าน ดินและต้นไม้ใหญ่หลายสิบต้นจากยอดเขาภูคาเกือบครึ่งลูกถล่มงงมาปิดถนนเป็นระยะทางกว่า 100 เมตร ทำให้เสาไฟฟ้าแรงสูงหักโค่น 6 ต้น แผงแนวกันภัยพังตกลงไปในหุบลึกกว่า 50 เมตร 

                             สำหรับเส้นทางดังกล่าวเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ก็เกิดดินถล่มปิดเส้นทางและกำลังอยู่ในระหว่างทำการซ่อมแซม เส้นทางยังไม่แล้วเสร็จ ดินจากเขาก็มาถล่มซ้ำ อีกครั้ง ซึ่งมีรายงานว่ามีรถชาวบ้านติดอยู่ด้วยตั้งแต่เวลา 04.00 น.ที่ผ่านมา ขณะนี้มีเจ้าหน้าที่จากอุทยานแห่งชาติดอยภูคากำลังเร่งลงพื้นที่ทำการสำรวจและเคลียร์เส้นทางแล้ว จึงขอประกาศให้ผู้ต้องการไป อ.บ่อเกลือ ให้เลี่ยงไปใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 1081 อ.ปัว - น้ำยาว แทน

                             นายจาย อินปา อายุ 49 ปี เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติดอยภูคา กล่าวว่า เมื่อวันที่ 9 ส.ค. เวลา 10.00 น ท่ามกลางสายฝนที่ตกลงมา ได้ยินเสียงดังของกิ่งไม้หักและก็มีทั้งดินแสะต้นไม้เคลื่อนตัวลงมาเสียงดังน่ากลัวลงมาปิดถนนจุดแรก บริเวณ กม.31 พร้อมทั้งเสาไฟฟ้าแรงสูงหักทับแนวกันภัยพังลงไปข้างทางซึ่งเห็นหุบเขาลึกเป็นระยะทางกว่า 100 เมตร จากนั้นดินก็ได้สไลด์ลงมาทับเส้นทางที่บริเวณ กม.32 และ กม.33 โชคดีที่ขณะนั้นเป็นห่วงเวลาที่ไม่มียวดยานวิ่งสัญจร จึงไม่มีใครได้รับอันตราย แต่ที่น่าวิตกคือจะได้ยินเสียงดังของการเคลื่อนตัวของดินในตอนกลางคืน

                             ด้านนายสมพงษ์ มิ่งสุข หัวหน้าช่างปรับโครงการ กำลังคุมงานโครงการ สร้างทางสายบ้านน้ำยาว - บ้านหลักลาย ซึ่งอยู่ใกล้บริเวณที่เกิดดินสไลด์ ได้นำรถเกรดมาช่วยเปิดเส้นทางจุดแรก กม.31  กล่าวว่า จากการสำรวจคาดว่าต้องใช้เวลาประมาณ 1 สัปดาห์ เส้นทางนี้จึงจะเปิดใช้งานได้ โดยตนได้สั่งให้นำรถเกรดมาดันดินหินบริเวณจุดแรก กม.31 และจุดที่ 3 บริเวณ กม.33 แล้ว ถ้าหากไม่มีฝนตกลงมาอีกคาดว่าคงเสร็จภายใน 1 สัปดาห์ ขณะพายุฝนบริเวณทั่วไปยังคงตกอยู่ และเมื่อเช้ามืดวันวันนี้ในเขตเทศบาลตกมาอย่างหนักจนถึงเวลา 08.10 น. เริ่มเบาลง ได้หยุดตกแล้ว แต่บริเวณที่มีดินสไลด์ยังมีฝนตกมีน้ำฝนไหลลงมาเหมือนน้ำตก

                             ขณะนี้ห้องปฏิบัติการเฝ้าระวังและ เตือนภัย น้ำหลาก - ดินถล่ม สำนักวิจัยพัฒนาและอุทกวิทยา กรมทรัพยากรน้ำ มีการแจ้งให้ทางอำเภอท่าวังผา เตรียมพร้อมอพยพแล้ว เนื่องจากปริมานน้ำฝนที่มากเกินไป อาจกัดเซาะดินอุ้มน้ำไม่ไหว และสไลด์ลงมา ได้แก่บ้านใหม่ บ้านนาเผือก บ้านยู้เหนือ บ้านยู้กลาง บ้านยู้ใต้ บ้านนาฝ่า ต.จอมพระ อ.ท่าวังผา จ.น่าน , และบ้านเวร บ้านสะไล บ้านนากึ๋น ต.บ่อเกลือเหนือ อ.บ่อเกลือ จ.น่าน และแจ้งเตรียมอพยพบ้านบางหลังในพื้นที่เสี่ยงภัย ซึ่งเป็นหมู่บ้านที่อยู่ในโครงการอพยพของปภ.จ.น่าน อยู่แล้ว โดยจะอพยพหมู่บ้านเสี่ยงมากที่สุดไปที่ปลอดภัยก่อน ได้แก่ บ้านมณีพฤกษ์ หมู่ 1 มณีพฤกษ์ หมู่ 2 มณีพฤกษ์ หมู่ 3 ต.งอบ อ.ทุ่งช้าง จ.น่าน ให้ มีการเตรียมความพร้อม หากเกิดฝนตกหนักกว่านี้จะทำการอพยพเคลื่อนย้ายออกพื้นที่ทันที ด้านหน่วยทหารพัฒนาการเคลื่อนที่ 31 อ.ปัว ก็ได้เร่งจัดเตรียมกำลังพลและยุทโธปกรณ์ เรือ รถ ให้พร้อมเข้าช่วยเหลืออพยพขนย้ายชาวบ้านในพื้นที่เสี่ยงภัยแล้ว ตลอด 24 ชั่วโมง

                             ล่าสุดนายชัยยัน คำป้อ หน.อุทยานแห่งชาติดอยภูคาจังหวัดน่าน แจ้งปิดถนนสาย อ.ปัว -บ่อเกลือแล้ว เนื่องจากเกิดดินสไลด์เพิ่มอีกหนึ่ง จุดตรงบริเวณเลยลานดูดาว บนอุทยานแห่งชาติดอยภูคา กม.ที่ 30+5 ดินสไลด์ทับเส้นทางสูงประมาณ 30-50 ซม. ระยะทางยาวกว่า 100 เมตร ซึ่งคาดว่าระยะเวลา 1 สัปดาห์ในการเคลียร์เส้นทางนี้อาจไม่พอ

                             สำหรับความเสียหาย นายนิติวัทธน์ นิธินันท์ธาร หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดน่าน เปิดเผยว่า นายชุมพร แสงมณ ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ลงพื้นสำรวจความเสียหายเพื่อให้ความช่วยเหลือราษฎรที่ได้รับความเดือดร้อนด่วนที่สุด จากการสำรวจเบื้องต้น อ.ปัว สถานที่เกิดภัย หมู่ที่ 3,5,6 ตำบลศิลาเพชร หมู่ที่ 1,8 ตำบศิลาแลง หมู่ที่ 7 ตำไชยวัฒนา มีราษฎรได้รับความเดือดร้อน 295 ครัวเรือน 589 คน 3 ตำบล 6 หมู่บ้าน อาคารสิ่งก่อสร้าง บ้านพัก 3 หลัง พื้นที่ทรัพย์สินทางการเกษตร พืชไร่ 17 ไร่ พืชสวน 32 ไร่ นา 35 ไร่ สิ่งสาธารณประโยชน์ ถนน 4 แห่ง ลำเหมือง 1 แห่ง ฝาย 7 แห่ง รั้วและพนังกันตลิ่ง 1 แห่ง บ่อปลา 4 บ่อ เป็ดไก่ 15 ตัว ประมาณการความเสียหายเบื้องต้น อยู่ระหว่างการสำรวจความเสียหาย

                             อำเภอท่าวังผา สถานที่เกิดภัย หมู่ที่ 4,7,9 ตำบลตาลชุม หมู่ที่ 1 ตำบลท่าวังผา หมู่ที่ 1,2,3,4 ตำบลป่าคา หมู่ที่ 1,2,3,4,6,7,8,9 ตำบลจอมพระ หมู่ที่ 1,2,3,5,6,7,8,10 ตำบลยม รวม 5 ตำบล 23 หมู่บ้าน ราษฎรได้ความเดือดร้อน 4,412 คน 1,103 ครัวเรือน

                             ทั้งนี้ ความเสียหายเบื้องต้น อาคารสิ่งปลูกสร้าง บ้านเรือน 55 หลังคาเรือน พื้นที่ทรัพย์สินทางการเกษตร นาข้าว 871 ไร่ พืชไร 495 ไร่ ถนน 38 สาย ฝาย 23 แห่ง ตลิ่งพัง 9 แห่ง คอเหมือง 1 แห่ง บ่อปลา 189 บ่อ ไก่ 493 ตัว ประมาณความเสียหายเบื้องต้น 4,000,000 บาท

 

'อุตรดิตถ์' ฝนตกหนักทะลักท่วมนาข้าวเสียหาย

 

                             ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ชาวนาหมู่ 4 และหมู่ 5 ต.ท่าเสา อ.เมือง จ.อุตรดิตถ์ ต้องลุยน้ำที่ท่วมนาข้าว เพื่อเก็บต้นข้าวอายุกว่า 1 เดือนที่ลอยและถูกกระแสน้ำพัด หลังฝนตกหนัก ส่งผลให้มวลน้ำจากภูเขา อ.ลับแล ไหลลงคลองแม่พร่อง แม่พูล ทะลักเข้าท่วมนาข้าวของเกษตรกรเสียหาย

                             นายสุรชัย ธัชกวิน ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดอุตรดิตถ์ กล่าวว่า ได้จัดเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่สำรวจความเสียหาย หลังฝนตกหนัก 160 มิลลิเมตร ที่หมู่ 7 ต.แม่พูล อ.ลับแล จุดที่เคยเกิดดินโคลนถล่มปี 2549 และพบว่าระดับน้ำตามลำคลองสายสำคัญทั้งคลองแม่พร่อง แม่พูล ซึ่งรับน้ำจากภูเขาเพิ่มปริมาณสูงอย่างรวดเร็ว และได้ทะลักเข้าท่วมพื้นที่นาของเกษตรกร ที่หมู่ 4 และ หมู่ 5 ต.ท่าเสา อ.เมือง จนมิดต้นข้าว

                             ทั้งนี้ ได้ประกาศเตือนไปยังหมู่บ้านจุดเสี่ยงภัยดินโคลนถล่ม ตามหุบเขา อำเภอลับแล อำเภอเมือง เฝ้าระวังน้ำป่าไหลหลาก ดินโคลนถล่ม หลังฝนตกหนักต่อเนื่องดินภูเขาอุ้มน้ำอย่างเต็มที่ และยังจะมีฝนตกต่อเนื่องอีก 2-3 วัน นอกจากมวลน้ำจากภูเขาได้ไหลลงคลองแม่พร่อง แม่พูล ล้นตลิ่งเข้าท่วมนาข้าวที่อายุกว่า 1 เดือน ที่หมู่ 4 และ หมู่ 5 ตำบลท่าเสา ความแรงของน้ำพัดต้นข้าวแบบถอดรากถอนโคน ชาวนาต้องลุยน้ำเก็บต้นข้าว เบื้องต้นความเสียยังยังอยู่ระหว่างการสำรวจ โดย มวลน้ำดังกล่าวจะไหลลงสู่พื้นรับน้ำ ที่ตำบลทุ่งยั้ง ตำบลไผ่ล้อม อำเภอลับแล จึงได้แจ้งให้ประชาชนเก็บสิ่งของไว้บนที่อยู่และจัดเจ้าหน้าที่ติดตามสถานการณ์น้ำตลอดทั้งวันนี้

 

นอภ.ปาย ยืนยัน ลำน้ำปายยังไม่เอ่อล้นตลิ่ง จับตาพายุลูกใหม่

 

                             นายชาธิป รุจนเสรี นายอำเภอปาย จังหวัดแม่ฮ่องสอน ยืนยันสถานการณ์ลำน้ำปาย ยังไม่เอ่อล้นตลิ่ง สืบเนื่องจากมีกระแสข่าวว่าระดับลำน้ำปายเอ่อล้นตลิ่งเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชน บริเวณสองฝั่งลำน้ำ เบื้องต้นพบว่าระดับน้ำปายอยู่ในระดับสูง แต่ยังไม่ถึงขั้นวิกฤต เนื่องจากในพื้นที่ที่ผ่านมามีปริมาณน้ำฝนเพียง 20.4 มิลลิเมตร ทั้งนี้ทางอำเภอยังคงเฝ้าระวังสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งได้มีการประกาศแจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่ให้เฝ้าอย่างใกล้ชิด

                             ส่วนพื้นที่เสี่ยงทางอำเภอได้มีการเฝ้าระวังทุกพื้นที่ เนื่องจากสภาพภูมิประเทศของอำเภอปาย เป็นที่ราบเชิงเขา จึงมีโอกาสเสี่ยงที่จะได้รับผลกระทบจากภัยธรรมชาติ โดยได้มีการประสานให้กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และเครือข่ายมิสเตอร์เตือนภัย เร่งจับตาในพื้นที่ของตนเองอย่างเข้มงวด หากสถานการณ์มีท่ารุนแรงให้แจ้งมายังอำเภอทันที เพื่อเร่งให้การช่วยเหลือต่อไป

                             นายชาธิป กล่าวว่า ทางอำภอปายยังได้มีการจัดตั้งศูนย์อำนวยการเฉพาะกิจป้องกันภัยพิบัติ ตั้งแต่ระดับอำเภอ ลงไปยังระดับตำบล ในการช่วยกันประสานงานข้อมูลในการช่วยเหลือ และวางแนวทางในการรับมือกับอุทกภัย  นอกจากนี้เพื่อเป็นการป้องกันปัญหาอุทกภัยอย่างยั่งยืน ทางอำเภอยังได้มีการจัดกิจกรรมบวชป่า ปลูกป่า เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถ เพื่อให้ประชาชนในพื้นที่ตระหนักและเห็นความสำคัญของป่าไม้

                             ด้านเจ้าหน้าที่สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จังหวัดแม่ฮ่องสอน กล่าวว่า ในช่วงเช้าวันนี้ (10 ส.ค.) นี้ยังไม่ได้รับรายงานว่ามีพื้นที่ใดได้รับผลกระทบจากอิทธิพลมังคุด แต่เมื่อวานนี้ (9 ส.ค.) มีพื้นที่บ้านห้วยผึ้ง ตำบลห้วยผา มีดินสไสด์ปิดทับเส้นทาง ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ทำการเปิดเส้นทางเรียบร้อยแล้ว ขณะเดียวกันทางสำนักงานฯ ยังมีการเฝ้าติดตามสถานการณ์ลำน้ำปายอย่างต่อเนื่อง ซึ่งยังอยู่ในระดับปกติแต่ยังเฝ้าติดตามสถานการณ์ นอกจากนี้จากข้อมูลเรดาร์ พบว่าในช่วงวันนี้ ในพื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน จะมีปริมาณฝนลดลง แต่ในช่วง 2-3 วันข้างหน้า จะต้องมีการเฝ้าติดตามพายุอูตอร์ ที่อาจจะเคลื่อนผ่านพื้นที่ภาคเหนือ ส่งผลให้จังหวัดภาคเหนือมีฝรตกหนัก ซึ่งจังหวัดแม่ฮ่องสอนก็อาจจะได้รับผลกระทบ โดยทางสำนักงานฯ อยู่ในช่วงเฝ้าระวังและติดตามการเคลื่อนไหวของพายุดังกล่าว

 

'เชียงราย' แม่น้ำสายเริ่มลด แม่ค้าพากันทำความสะอาดร้าน

 

                             ที่ อ.แม่สาย จ.เชียงราย ปริมาณน้ำในแม่น้ำสายได้ลดลงบ้างแล้ว หลังจากเมื่อวานนี้ (10 ส.ค.) น้ำจากแม่น้ำสายได้เข้าท่วมย่านตลาดชายแดนแม่สาย ทำให้พ่อค้าแม่ค้าที่มีร้านขายของติดกับแม่น้ำสายต้องขนของหนีน้ำท่วมอกันอย่างจ้าละหวั่น สำหรับวันนี้พ่อค้าแม่ค้าต่างพากันมาทำความสะอาดร้านและจัดของเข้าร้านบ้างแล้ว ซึ่งหลังจากที่น้ำได้ลดลงทำให้มีดินและทรายที่ไหลมากับน้ำท่วมได้เข้าไปอยู่ในร้าน และถนนหนทาง

                             โดยระดับน้ำในแม่น้ำสายลดลงเนื่องจากช่วงคืนที่ผ่านมาปริมาณฝนได้ตกลงมาแต่ไม่หนักเหือน 2 วันก่อนทำให้สามารถระบายน้ำออกไปได้ ซึ่งในวันนี้หากไม่มีฝนตกลงก็จะทำให้ปริมาณน้ำลดลงไปอีก ซึ่งร้านอาหารและบ้านเรือนที่ปลูกติดแม่น้ำสายก็จะสามารถนำสิ่งของกลับเข้าไปอยู่อาศัยได้อย่างเป็นปกติ

                              ด้านนักท่องเที่ยวที่เข้ามาท่องเที่ยว อ.แม่สาย เช้านี้ยังคงพบว่ามีปริมาณมากขึ้นเรื่อย โดยนักท่องเที่ยวบางส่วนก็ได้ทำบัตรผ่านแดนข้ามไปยังฝั่น จ.ท่าขี้เหล็ก ประเทศพม่า เพื่อไปเที่ยวตลาดปลอดภาษีท่าล้อ ซึ่งติดกับชายแดน อ.แม่สาย จ.เชียงราย แม้ว่าจะมีน้ำท่วมขังในบางพื้นที่อยู่บ้างแต่นักท่องเที่ยวไม่ได้หวั่นต่อการข้ามไปท่องเที่ยวซื้อของแต่อย่างใด

 

คาดจุดตรวจวัดสะพานนวรัฐ น้ำปิงขึ้นสูงสุด 3.20 ม.เย็นนี้

 

                             นายปรีชา แย้มเยื้อน หัวหน้าเวรติดตามสถานการณ์น้ำ ศูนย์อุทกวิทยาและบริหารน้ำภาคเหนือตอนบน กรมชลประทาน เปิดเผยว่า ปริมาณน้ำฝนสำรวจล่าสุดเช้าวันนี้ (11 สิงหาคม) จาก  5 สถานี คือ สถานีอ.เวียงแหง วัดได้ 38.5 มิลลิเมตร , สถานีอำเภอเชียงดาว วัดได้ 33.4 มิลลิเมตร , เขื่อนแม่งัด วัดได้ 37.3 มิลลิเมตร , ฝายแม่แตง วัดได้ 41.4 มิลลิเมตร และสถานีอำเภอแม่ริม วัดได้  43.4 มิลลิเมตร

                             ขณะที่ระดับน้ำและปริมาณน้ำปิง เมื่อเวลา 10.00 น. ที่สถานี P.67 บ้านแม่แต อ.สันทราย จ.เชียงใหม่ ระดับน้ำสูง 1.81 เมตร ปริมาณน้ำ 308 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที และสถานี P.1 สะ พานนวรัฐ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ ระดับน้ำสูง 2.52 เมตร ปริมาณน้ำ 207 ลูกบาศก์เมตรต่อวินที

                             อย่างไรก็ตาม เนื่องจากฝนตกหนักบริเวณลุ่มน้ำปิงตอนบนมาเพิ่มทำให้ระดับน้ำและปริมาณน้ำปิงที่สถานีตรวจวัดสะพานนวรัฐสูงขึ้น และคาดว่าจะสูงสุดที่ระดับ 3.10-3.20 เมตร และมีปริมาณน้ำผ่าน 320 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาทีหลังเวลา 18.00 น. แต่ยังไม่ล้นตลิ่ง ซึ่งระดับน้ำวิกฤตอยู่ที่ 3.70 เมตร ซึ่งไม่มีผลกระทบกับพื้นที่เมืองเชียงใหม่แน่นอน และคาดว่าหากไม่มีฝนตกลงมา เพิ่มในคืนนี้ระดับน้ำจะลดลงในช่วงเช้าของวันพรุ่งนี้ (12 สิงหาคม)