ข่าว

ธ ทรงปกป้องและรักษา 'ศิลป์' ของไทย

ธ ทรงปกป้องและรักษา 'ศิลป์' ของไทย

12 ส.ค. 2556

ไลฟ์สไตล์ : ธ ทรงปกป้องและรักษา 'ศิลป์' ของไทย

 

                           สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงบำเพ็ญพระราชกรณียกิจตามรอยพระยุคลบาท พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พร้อมเสด็จพระราชดำเนินไปทรงเยี่ยมราษฎรอย่างสม่ำเสมอ เมื่อใดที่ประชาชนประสบพบกับปัญหาและความทุกข์ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ จะทรงใช้หลักเมตตาธรรม พรหมวิหาร 4 ในการบำบัดทุกข์บำรุงสุขแก่อาณาประชาราษฎร์เสมอมา อันได้แก่ เมตตา กรุณา มุทิตา และอุเบกขา หลักแห่งพรหมวิหาร 4 จึงเป็นหลักธรรมค้ำแผ่นดินอยู่เสมอมา โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของ "ศิลปะ" ทรงเป็นผู้อนุรักษ์และปกป้องเพื่อให้ชนรุ่นหลังได้เรียนรู้คุณค่าของความเป็นไทย ผ่านงานศิลป์ ประเพณี และวัฒนธรรม

                           ดั่งพระราชดำรัสว่า "ข้าพเจ้าได้ตามเสด็จพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงนำของพระราชทานไปช่วยเหลือราษฎร มักจะเป็นเครื่องอุปโภคบริโภค แล้วก็รับสั่งกับข้าพเจ้าว่า การช่วยเหลือแบบนี้เป็นการช่วยเหลือเฉพาะหน้า ซึ่งช่วยเขาไม่ได้จริงๆ ไม่เพียงพอ ทรงคิดว่า ทำอย่างไรจึงจะช่วยเหลือชาวบ้านเป็นระยะยาว คือทำให้เขามีหวังที่จะอยู่ดีกินดีขึ้น ข้าพเจ้าจึงเริ่มคิดค้นหาอาชีพเสริมแก่ครอบครัวชาวนาชาวไร่ และพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ก็ทรงหาแหล่งน้ำให้การทำไร่ทำนาของเขาเป็นผลต่อประเทศชาติ ต่อบ้านเมือง ทรงพระราชดำเนินไปดูตามไร่ของเขา ทรงคิดว่านี่เป็นการให้กำลังใจ และที่ทรงให้ข้าพเจ้าดูแลครอบครัว ก็เลยเกิดเป็นมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ"

                           ทั้งนี้ ท่านผู้หญิงภรณี มหานนท์ รองราชเลขาธิการในพระองค์สมเด็จพระบรมราชินีนาถ ได้เล่าให้ฟังว่า ศิลปะ พวกเรารู้ซึ้ง ซาบซึ้งและปลาบปลื้ม ไม่เพียงทรงอนุรักษ์ ก่อนอื่นที่จะทรงอนุรักษ์ ทรงปกป้องและฟื้นฟูขึ้นมาก่อน หลายศิลปะ วัฒนธรรมของไทยเรา หลายสิ่งหลายอย่างแทบจะสูญหายไปจากเมืองไทยแล้ว ไม่ได้รับการดูแลเอาใจใส่จากคนไทยเท่าที่ควร สมเด็จฯ ทรงเป็นคนไทยที่รักและภาคภูมิพระราชหฤทัยในความเป็นไทย ทรงภาคภูมิพระราชหฤทัยในศิลปวัฒนธรรมไทยมาตลอด เช่นนั้นเมื่อทรงมีโอกาสที่จะทำอะไรที่ได้ช่วยกอบกู้ความงดงามของศิลปวัฒนธรรมไทย ทรงทำอย่างที่เห็นตัวอย่างมากมายสุดจะพรรณนา

                           "อย่างที่เห็นกันชัดๆ ในช่วงนี้คือเรื่องของ "โขน" ซึ่งทุกปีมีโขนมาจัดแสดงและเป็นที่นิยมของประชาชน พระองค์ภาคภูมิพระราชหฤทัยที่จะฟื้นฟูโขน ซึ่งก่อนหน้านี้คนสมัยใหม่จะร้องยี้ และมองว่าโขนเป็นอะไรที่ยืดเยื้อ ไม่น่าชมน่าดู เดี๋ยวนี้ปรากฏว่าตั๋วขายดิบขายดี โขนรุ่นใหม่ที่กำลังจะลงโรงในเดือนพฤศจิกายน ปรากฏว่าตั๋วเข้าชมขายหมดแล้ว คนพอทราบว่าจองตั๋วได้ก็จองตั๋วกันใหญ่ โขนที่ทรงรื้อฟื้นนั้น ทรงสนับสนุนให้มีการปรับปรุง เพราะทรงเห็นว่าเครื่องแต่งกายของโขนนั้นมีความโบราณและหลุดลุ่ยมาก แทบจะหลุดเป็นชิ้น จึงโปรดให้ช่างของศิลปาชีพทำใหม่หมด ใช้สิ่งที่ดีที่สุดเพื่อจะอยู่ต่อไปได้หลายสิบปี ท่ารำก็ทรงอยากให้อนุชนรุ่นหลังได้สนใจ ทุกปีจึงได้มีการเปิดรับสมัครเยาวชนรุ่นใหม่เข้ามาเป็นนักแสดง หัวโขนก็จะสวยสดงดงามด้วยฝีมือของช่างศิลปาชีพ" ท่านผู้หญิงกล่าวถึงเรื่องโขน

                           พร้อมกันนี้ยังเล่าต่อถึงพระราชกรณียกิจของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ในการทรงอนุรักษ์และฟื้นฟูงานศิลป์จากภาคอื่นๆ ต่อด้วยว่า ในภาคอีสาน สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงฟื้นฟูหลายอย่างมากมาย และสิ่งหนึ่งนั้นคือเรื่องของการทอผ้าแพรวา เสด็จฯ ไปทรงรื้อฟื้นและทรงสนับสนุนให้ทำเพิ่ม สำหรับใครที่เคยเห็นก็จะรู้ว่าการทำผ้าไหมแพรวานั้นยากมาก ซึ่งแม้จะเป็นผู้เชี่ยวชาญในแต่ละวันก็จะสามารถทำผ้าแพรวาได้วันละ 2 นิ้วเท่านั้นเอง ยิ่งคนต่างประเทศมาเห็นยิ่งแปลกใจ ด้วยความสวยงาม ความยุ่งยากในการทำที่กว่าจะได้แต่ละผืนทั้งปักทั้งทอใช้เวลาหลายเดือนทีเดียวหรือเป็นปีทีเดียว

                           หรือศิลปะถมทองที่จัดแสดงอยู่ที่พระที่นั่งอนันตสมาคม ก็เป็นการอนุรักษ์ของเก่าที่กำลังจะหลงลืมวิธีการทำ ด้วยเป็นขั้นตอนที่ยากมากจากนครศรีธรรมราช รวมถึงผ้าปักชาวเขา ด้วยสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถทรงไม่ต้องการให้ชาวเขาเปลี่ยนวิธีการทอ การปัก แต่มีพระราชประสงค์ที่จะให้ชาวเขานั้นอนุรักษ์ เพราะชาวเขามีหลายเผ่า แต่ละเผ่าก็มีผ้ามีลายประจำเผ่าของเขา สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ จึงมีพระราชประสงค์ให้ทุกเผ่าอนุรักษ์ลวดลายผ้าและกรรมวิธีของแต่ละเผ่าเอาไว้  อย่าได้ดัดแปลงเป็นสมัยใหม่ อยากให้เป็นแบบโบราณที่ได้สืบสานต่อกันมา สิ่งที่ทรงรื้อฟื้นขึ้นมานั้นอีกเรื่องที่เห็นกันชัดๆ คือชุดไทยพระราชนิยม ที่ทรงคิดขึ้นมาเมื่อจะตามเสด็จพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ไปต่างประเทศ ก็ทรงคิดว่าผู้หญิงไทยควรจะมีเอกลักษณ์ของชุดประจำชาติ ให้เห็นว่าไปที่ไหนก็รู้ว่าเป็นคนไทย เป็นชุดไทย ทรงคิดค้นและได้ชุดไทยขึ้นมา จนปัจจุบันก็ยังเป็นที่นิยม เห็นได้ชัดๆ อย่างเจ้าสาวที่จะใส่ชุดไทยในวันแต่งงาน หรือแม้กระทั่งย่านลิเภาก็เช่นกัน ที่ทรงค้นพบและเสด็จฯ ไปทอดพระเนตรถึงวัสดุที่จะใช้ทำขึ้นมาด้วยพระองค์เอง ทรงรื้อฟื้นสิ่งเหล่านี้ขึ้นมาจากวัชพืชที่ไม่มีคุณค่ามาแปรสภาพเป็นสิ่งที่มีคุณค่าและสามารถที่จะทำได้ ใครๆ ก็สามารถทำสิ่งเหล่านี้ได้ 

                           "สิ่งที่ทรงรื้อฟื้น ทรงรื้อฟื้นความรักให้เกิดขึ้นในหัวใจของคนไทย รักศิลปะ เพราะสิ่งเหล่านี้เอาเงินมาซื้อ เอาเงินมาจ้างก็ทำไม่ได้ ต้องมีความรักก่อน แล้วจะมีความอดทนทำสิ่งเหล่านี้ให้ออกมาสวยงาม คงคุณค่าความเป็นไทยไว้ได้อย่างยั่งยืน" ท่านผู้หญิงกล่าวปิดท้าย  

                           ด้วยน้ำพระราชหฤทัยที่ทรงมีต่อปวงชนชาวไทย มากล้นรำพัน ในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 12 สิงหาคม เวียนมาบรรจบ ทีมข่าวสังคม หนังสือพิมพ์คม ชัด ลึก ขอน้อมถวายพระพรชัยมงคล ขอทรงพระเจริญ มีพระชนมายุยิ่งยืนนาน สถิตเป็นมิ่งขวัญแก่ปวงชนชาวไทยตราบนานเท่านาน ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม ขอเดชะ