
'วราเทพ'แจงแนวทาง'รับจำนำข้าว'
'วราเทพ' ขึ้นเหนือ อบรมแนวทางให้จนท.ของกระทรวงเกษตร ในการดำเนินโครงการรับจำนำข้าว เน้นย้ำเรื่องความถูกต้องชัดเจนของข้อมูล
10 ส.ค. 56 เมื่อเวลา 09.30 น. ที่ศูนย์ประชุมนานาชาติ โรงแรมเชียงใหม่แกรนด์วิว นายวราเทพ รัตนากร รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และรมช.เกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานในการเปิดการสัมมนาการดำเนินงานโครงการรับจำนำข้าว ปี 2555 / 2556 และ 2556 / 2557
ทั้งนี้โครงการการรับจำนำข้าวเปลือกที่ทางรัฐบาลได้มีนโยบายในการช่วยเหลือเกษตร เพื่อเป็นการยกระดับราคาสินค้าการเกษตรและยกระดับรายได้ของเกษตรกร ให้มีกความมั่นคงมากยิ่งขึ้น โดยที่ผ่านมาทางรัฐบาลได้มีการมอบหมายให้ทางกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยกรมส่งเสริมการเกษตรเป็นผู้ทำหน้าที่ในการขึ้นทะเบียนเกษตรกรผู้ปลูกข้าว ตั้งแต่ปีการผลิต 2554 / 2555 จนถึงปัจจุบัน ซึ่งในปีการผลิตที่ผ่านมา มีเกษตรกรที่มาขอขึ้นทะเบียนผู้ปลูกข้าวนาปี และนาปรัง รวมกว่า 4.34 ล้านราย พื้นที่ปลูกรวมกว่า 81.38 ล้านไร่ ซึ่งผลการดำเนินงานในปีแรกสามารถดำเนินการตามนโยบายรัฐบาล โดยมีเกษตรกรเข้าร่วมโครงการรับจำนำข้าวเปลือกรวม 2.6 ล้านครัวเรือน ปริมาณข้าวเปลือก 21.65 ล้านตัน เกษตรกรมีรานได้เฉลี่น 126,814 บาท
นายวราเทพ เปิดเผยว่า ได้มีการเชิญเกษตรจังหวัด เกษตรอำเภอ และเกษตรตำบล ในพื้นที่ 17 จังหวัดภาคเหนือ มาร่วมสัมมนาในเรื่องของโครงการรับจำนำข้าว เพื่อสร้างความรู้ความเข้าในให้กับเจ้าหน้าที่ ทั้ง 3 ขั้นตอน คือ ขั้นตอนการรับขึ้นทะเบียน ที่จะต้องมีการประชาสัมพันธ์ ให้เกษตรกรทราบและตระหนักถึงโทษในการแจ้งข้อมูล หรือใช้เอกสารเท็จ พร้อมเข้มงวดในการตรวจสอบเอกสารให้ครบถ้วน
ส่วนขั้นตอนที่สอง คือ การทำประชาคม แบ่งเป็นการทำประชาคมกลุ่มย่อย และการทำประชาชคมภาพรวม ขั้นตอนที่สาม คือ การออกใบรับรอง ที่จะมีการเข้มงวดในเรื่องของการพิมพ์ และการจ่ายใบรับรองให้ถูกต้องและทันเวลา รวมทั้งจะมีการเพิ่มคำเตือนในใบรับรอง "ให้ใช้สิทธิจำนำผลผลิตตามจำนวนที่ได้จากการปลูกจริงเท่านั้น การขายใบรับรองและยินยอมให้ผู้อื่นใช้สิทธิใบรับรอง ของตัวเอง มีความผิดตามกฎหมาย"
นอกจากนี้ในปีนี้ทางรัฐบาลได้มีการปรับประสิทธิภาพในการดำเนินโครงการ ด้วยการนำเทคโนโลยีจากจิสด้า หรือแผนที่ทางอากาศมาใช้ในการตรวจสอบในการทำประชาคมรายตำบล เพื่อชี้จุดเพาะปลูกได้โดยตรง เพื่อให้เกิดความแม่นยำ และความถูกต้อง พร้อมทั้งได้มีการเพิ่มเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่สุ่มตรวจ จาก 10% ของจำนวนที่มีการทำประชาชน เป็น 20% และจะมุ่งเน้นในเจ้าหน้าที่สร้างความเข้าใจให้กับเกษตรกรในเรื่องของการใช้สิทธิ์ของตนเอง อย่างตรงไปตรงมาก และปฏิบัติตามสิทธิ์ของตนเอง ทำให้ภาครัฐประหยัดงบประมาณ และเป็นการแก้ไขปํญหาในเรื่องของการสวมสิทธิ์ ซึ่งที่ผ่านมาทางรัฐบาลได้ลงโทษให้กับผู้ที่กระทำความผิดในการสวมสิทธิ์ แล้วคือการตัดสิทธิ์ในการเข้าร่วมโครงการจาก 1 ปี เป็น 3 ปี
นายวราเทพ กล่าวว่า สำหรับการขึ้นทะเบียนของเกษตรกรผู้ปลูกข้าวนาปี 2555 / 2556 ระยะเวลาในการขึ้นทะเบียนตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน - 31 พฤษภาคม โดยในขณะนี้มีเกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนไว้แล้ว โดยข้อมูลวันที่ 7 สิงหาคม จำนวน 4,212,031 ครัวเรือน ผ่านการประชาคม 4,165,028 ครัวเรือน ออกใบรับรอง 4,127,319 ครัวเรือน ขณะที่การขึ้นทะเบียนของเกษตรกรในพื้นที่ 17 จังหวัดภาคเหนือ ข้อมูลวันที่ 7 สิงหาคม มีเกษตรกรที่ขอขึ้นทะเบียน จำนวน 1,098,502 ครัวเรือน ผ่านการประชาคม 1,078,159 ครัวเรือน และออกใบรับรอง 1,069,449 ครัวเรือน



