ข่าว

นายกฯเล็งพัฒนารฟท.รองรับกู้2ล้านล้าน

นายกฯเล็งพัฒนารฟท.รองรับกู้2ล้านล้าน

10 ส.ค. 2556

"นายกฯ" ประกาศเร่งเพิ่มขีดความสามารถของรถไฟ และเพิ่มคุณภาพชีวิตของผู้โดยสารให้ดีขึ้น เตรียมใช้รถไฟสายสีแดง เป็นต้นแบบเพิ่มคุณภาพรถไฟไทย


         

          วันที่ 10 ส.ค.56 น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม กล่าวในรายการ “รัฐบาลยิ่งลักษณ์ พบประชาชน” ถึงการประชุมเชิงปฏิบัติการ การพัฒนารถไฟไทย ระหว่างนายกฯกับรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง ปลัดกระทรวงคมนาคม รวมถึงผู้บริหารการรถไฟแห่งประเทศไทย บนรถไฟเที่ยวพิเศษ ซึ่งเดินทางจากสถานีรถไฟหัวลำโพงไปสถานีรถไฟนครปฐม ว่า เริ่มมาจากมีการหารือกับนายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนนายกรัฐมนตรี และ นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ รมว.คมนาคม ในการยกระดับการรถไฟแห่งประเทศไทย เพื่อเตรียมความพร้อมในเรื่องการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานของรัฐบาล เพื่อเข้าใจสภาพความเป็นจริง และเห็นสภาพแวดล้อมต่างๆ
           
          น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า สิ่งที่หารือกันคือทำอย่างไรที่จะดูแลให้การให้บริการพี่น้องประชาชนดีขึ้น จึงต้องหารือกันเพื่อดู และได้เลือกรถไฟสายสีแดง บางซื่อ-รังสิต ในการบูรณาการแบบองค์รวม ศึกษาตั้งแต่ต้นสถานีและคิดถึงการพัฒนาของเศรษฐกิจโดยรวม รวมทั้งการยกระดับการบริการ และนำสินค้าโอทอปในพื้นที่มาจำหน่าย นอกจากนี้ยังได้ศึกษา Service Design คือบริการอย่างไรให้ประทับใจ และการพัฒนาบุคลากรของการรถไฟฯ ซึ่งเป็นแผนระยะยาว ส่วนในระยะสั้นที่ได้ฝากไว้คือการปรับปรุงห้องน้ำบนรถไฟ รวมถึงป้ายบอกทางตลอดเส้นทางโดยเฉพาะเส้นทางหัวหิน อยุธยา ที่มีนักท่องเที่ยวมาก และอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้พิการด้วย
           
          ส่วนบทบาทการให้บริการของการรถไฟฯในอนาคต นายกฯ กล่าวว่า ส่วนหนึ่งคือการบริการของภาครัฐ การรถไฟฯมีหนี้เยอะจริง แต่ขณะเดียวกันก็มีสิ่งที่จะก่อให้เกิดรายได้ รวมถึงมีหลายที่ที่เราต้องการสร้างรายได้ ซึ่งเราก็จะคิดตรงนี้ว่าจะนำรายได้กลับไปสู่ภาครัฐได้อย่างไร ขณะเดียวกันการบริการต้องคืนสู่ประชาชนด้วย
           
          ด้านนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ รมว.คมนาคม กล่าวว่า การสร้างรถไฟความเร็วสูงจะคุ้มทุนหรือไม่นั้น ต้องมองในมุมมองของด้านเศรษฐกิจ ถ้าการเดินทางเชื่อมโยงสะดวกเร็วขึ้นก็จะนำพาโอกาสไปสู่ภูมิภาค ซึ่งการนำเรื่องราคาตั๋วเดินทางมาจ่ายคืนค่าลงทุนนั้นเป็นไปได้ยาก โดยค่าลงทุนทั้งหมดต้องจ่ายคืนด้วยความเติบโตทางเศรษฐกิจ ซึ่งทุกประเทศในโลกเป็นแบบนี้



 

นายกฯ ชู โครงการ “สมาร์ทเลดี้” ปลุกการพัฒนาสตรี ผ่านรายการทีวี

          น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร กล่าวถึงโครงการ “สมาร์ทเลดี้” ว่า เป็นกิจกรรมของคณะกรรมการกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีแห่งชาติ ที่เห็นความสำคัญในการพัฒนาศักยภาพของผู้นำ สำหรับกิจกรรมนี้เรียกว่า “สมาร์ทเลดี้ ผู้หญิงสวยด้วยความคิด” ซึ่งจะเชิญชวนสตรี ที่อายุตั้งแต่18-35 ปี มาสมัครเพื่อเข้ารับการฝึกอบรมรวมถึงแข่งขันเพื่อที่จะเข้ามาทำงานกับกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีต่อไป โดยจะคัดเลือกเหลือ 1,200 คน จากนั้น คัดเหลือ 12 คน และคัดเหลือ 1 คน ซึ่งในทุกการคัดเลือกจะมีการทำแบบสำรวจว่า แต่ละคนมีความเป็นผู้นำในด้านใด ซึ่งเราจะได้เสริมให้ตรงกับที่มีอยู่
         
          นายกฯ กล่าวต่อว่า โดยใน 12 คน สุดท้ายก็จะมีการถ่ายทอดผ่านทีวีดาวเทียม ในรูปแบบเรียลลิตี้ ให้เข้ามาอยู่ในบ้านทำกิจกรรมส่งเสริมการพัฒนาศักยาภาพสตรีเป็นเวลา 1 เดือน และผู้ชมจะได้แนวคิดต่างๆ ในแต่ละเรื่องด้วย ทั้งนี้เราอยากให้สตรีแต่ละท่านได้แสดงออกในความคิดต่างๆแต่ละเรื่อง


          น.ส.ยิ่งลักษณ์ ยังกล่าวถึงการเดินทางลงพื้นที่อุทยานแห่งชาติกุยบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ ในวันที่ 8 ส.ค.ที่ผ่านมาว่า เราอยากเห็นการบูรณาการ การดูแลอุทยานนี้ให้มีการบริหารจัดการที่ดี ซึ่งพบว่ายังมีบางพื้นที่ที่อยู่ในส่วนของกรมป่าไม้ ก็จะมีการให้ทางอุทยานได้ดูแลภาพรวมมากขึ้น และในพื้นที่ที่ประชาชนอาศัยอยู่ เราก็จะจัดสรรพื้นที่ให้ ซึ่งมีรายงานว่าพื้นที่นี้เคยมีการถูกบุกรุกอยู่ แต่ได้ย้ายลงไปแล้ว ซึ่งประชาชนได้น้อมนำโครงการพระราชดำริ พร้อมใจกันคืนผืนป่า และสามารถให้ธรรมชาติกลับคืนมาได้ โดยเป็นหน้าที่ของกรมอุทยานที่จะบูรณะต่อไป ซึ่งในขั้นตอนแรกจะจัดการบริหารภายในโดยการบริหารแบบบูรณาการองค์รวม และในอนาคตจะมีการการร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้านคือเมียนมาร์ ในการบริหารพื้นที่อุทยานร่วมกัน
           
          นายกฯ กล่าวต่อว่า การบริหารพื้นที่อุทยานนั้นทางกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ต้องร่วมกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในการทำอย่างไรให้มีต้นไม้ แหล่งน้ำ แหล่งอาหารของสัตว์ป่า รวมถึงจัดระเบียบให้ประชาชนอยู่ในบริเวณอุทยานในการขอความร่วมมือและจัดสรรที่อยู่ใหม่ให้ และให้ประชาชนในพื้นที่ได้มีความรัก เป็นเจ้าของ และดูแลนักท่องเที่ยว ส่วนการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับอุทยานแห่งชาติกุยบุรี คือจะทำเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติ ซึ่งจะมีการกำหนดหลักเกณฑ์ต่างๆ ให้นักท่องเที่ยวเข้ามาชมขณะเดียวกันต้องดูในเรื่องของการที่จะทำอย่างไรไม่ใหมีการทำลายธรรมชาติด้วย