
'มาร์ค'นำลุย!ค้าน'กม.นิรโทษกรรม'
'ปชป.'เดินหน้าค้าน'กม.นิรโทษกรรม' เมิน'พิชัย'ตอบรับร่วมวงปฏิรูปการเมือง ชี้เป็นสิทธิ์ส่วนตัว แนะรบ.ตั้งหลักแก้ไฟใต้ใหม่
9 ส.ค.56 นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการพิจารณาร่าง พรบ.นิรโทษกรรมในวาระ 2 ว่า มีเวลาแปรญัตติภายใน 7 วัน โดย สส.ของพรรคจำนวนหนึ่งได้ทำคำแปรญัตติแล้ว ในส่วนของตนเองซึ่งเป็นกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พรบ.นิรโทษกรรมอยู่แล้ว จะต้องรอก่อน ซึ่งคาดว่าจะมีการประชุมคณะกรรมาธิการฯ ครั้งแรกในสัปดาห์หน้า ในส่วนของการทำงานในสภาพรรคจะเน้นเรื่องการแปรญัตติเพื่อให้เกิดความชัดเจน แจกแจงความชัดเจนในเรื่องความผิด และบุคคลที่จะได้รับการนิรโทษกรรม ส่วนการทำกิจกรรมนอกสภานั้นจะมีการเผยแพร่ข้อมูลให้ประชาชนได้รับทราบจากการอภิปรายในวาระ 1 และการพิจารณาในวาระ 2 นอกจากนั้นก็จะมีกิจกรรมที่จะเชิญชวนประชาชนให้สามารถสะท้อนความคิดเห็นหรือแสดงการคัดค้านกฎหมายดังกล่าวในรูปแบบต่างๆ
นายอภิสิทธิ์ กล่าวต่อว่า การที่นายวรชัย เหมะ สส.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย เปิดเผยว่า จะใช้เวลา 2 เดือนกฎหมายดังกล่าวก็สามารถประกาศใช้ได้นั้น เราก็เห็นว่ามีความพยายามที่จะรีบทำอยู่แล้ว เพราะเมื่อวันที่ 8 ส.ค.ที่ผ่านมา ก็มีการเสนอญัตติปิดประชุมสภากลางคัน ทั้งที่มีการอภิปรายค้างอยู่ ซึ่งตนก็ไม่เคยเห็นมาก่อน ทั้งนี้ ตนเป็นห่วงว่าการที่รัฐบาลไม่รับฟังข้อท้วงติง หรือความเห็นต่าง แต่พยายามเดินหน้าในสิ่งที่ตัวเองต้องการเป็นหลัก ทั้งนี้ ตนสงสัยว่าเหตุใด น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ไม่เข้าร่วมประชุมสภาทั้ง 2 วัน จึงไม่แน่ใจว่าเป็นการหลีกเลี่ยงการลงคะแนนหรือไม่ ซึ่งก็ต้องถามนายกฯ ว่าเรื่องที่สำคัญเร่งด่วนจนไม่สามารถมาร่วมประชุมสภาได้คืออะไร
“ผมเชื่อว่า จะมีการเดินหน้าต่อไปอย่างแน่นอน เพราะไม่ฟังเสียงท้วงติงทั้งภายในภายนอก ขณะนี้ก็เริ่มเห็นแล้วว่า บางเรื่องที่เราทักท้วงก็จะมีการพิจารณาหรือผลักดัน เช่น การกระทำผิดตาม ป.วิอาญามาตรา 112 อย่างไรก็ตาม เรายืนยันว่า จะทำหน้าที่อย่างเต็มที่ ซึ่งสุดท้ายแล้วอาจจะมีปัญหาเรื่องความไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ “นายอภิสิทธิ์ กล่าว
เมิน "พิชัย" ตอบรับร่วมวงปฏิรูปการเมือง ชี้ เป็นสิทธิ์ส่วนตัว
นายอภิสิทธิ์ กล่าวถึงกรณีนายพิชัย รัตตกุล อดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ได้ตอบรับร่วมเวทีการปฏิรูปการเมืองตามคำเชิญของนายพงศ์เทพ เทพกาญจนา รองนายกรัฐมนตรี และนายวราเทพ รัตนากร รมว.ประจำสำนักนายก ว่า นายพิชัยมีสิทธิ์ใช้ดุลพินิจของตัวเอง ซึ่งพรรคไม่เกี่ยว ส่วนที่วิจารณ์ว่าพรรคประชาธิปัตย์ขัดขวางความปรองดองนั้น เป็นเรื่องที่ไม่จริง เพราะในการประชุมสภา ตนและสส.ของพรรคได้อภิปรายชัดเจนว่า นายกฯบอกให้ทุกอย่างมาพูดในสภา แต่พอ สส.ฝ่ายค้านเข้าสภานายกฯก็ไม่อยู่ และไม่มาตอบคำถามว่า อะไรคือความจำเป็นเร่งด่วนในการพิจารณากฎหมายนี้ ทั้งที่เพียงแค่เลื่อนกฎหมายนี้ออกไป แล้วทุกฝ่ายมาหารือหาทางออกให้ประเทศไม่ได้
“การที่นายพิชัยออกมาวิพากษ์วิจารณ์การทำหน้าที่ของพรรคประชาธิปัตย์เชื่อว่าจะไม่มีผลกระทบใดๆ กับพรรค เพราะมีการวิเคราะห์แล้วว่าคงจะมาแนวนี้ ซึ่งจะเอานายพิชัยมาอ้างเป็นตัวแทนพรรคประชาธิปัตย์ไม่ได้ เพราะท่านไปในส่วนของอดีตประธานสภา”นายอภิสิทธิ์ กล่าว
เมื่อถามว่า การที่พรรคประชาธิปัตย์ไม่เข้าร่วมวงเสวนาปฏิรูปการเมือง จะกลายเป็นถูกโดดเดี่ยวทางการเมืองหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า มีคนจำนวนมากที่มีจุดยืนสอดคล้องกับสิ่งที่พรรคประชาธิปัตย์แสดงออก ซึ่งไม่ว่าเราจะเข้าร่วมหรือไม่รัฐบาลก็คงเดินหน้าอยู่แล้ว เพราะท่าทีที่ผ่านมาก็ไม่มีการรับฟังฝ่ายค้าน ทั้งนี้ หากไม่มีการคุยในเรื่องที่เป็นความขัดแย้ง ก็ไม่สามารถขจัดความขัดแย้งได้ จะบอกว่ามีปัญหาแต่คุยได้ทุกเรื่องยกเว้นตัวปัญหานั้นก็แก้ปัญหาไม่ได้
แนะรบ.ตั้งหลักแก้ไฟใต้ใหม่ หลัง"บีอาร์เอ็น"ล้มโต๊ะเจรจา
นายอภิสิทธิ์ กล่าวถึงกรณีกลุ่มบีอาร์เอ็นปล่อยคลิปล้มโต๊ะการเจรจากับฝ่ายไทย ว่า ทางสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) และรัฐบาลต้องกำหนดท่าทีให้ชัด เพื่อแสดงจุดยืนกำหนดแนวทางการทำงานต่อไป เพราะเราต้องรู้ก่อนว่า การถอนตัวนั้นแค่ตัวบุคคล หรือถอนทั้งองค์กร หรือล้มเลิกกระบวนการนี้ ซึ่งรัฐบาลต้องมาประเมินสิ่งที่ผ่านมาว่าเหตุใดหลังจากการพูดคุย 5-6 เดือนจึงกลายมาเป็นถึงจุดนี้ ส่วนที่กลุ่มบีอาร์เอ็นเสนอให้รัฐบาลพิจารณา 5 ข้อเสนอที่เคยพูดไปก่อนหน้านี้นั้น เราเตือนตั้งแต่ต้นว่าไม่คัดค้านการพูดคุย แต่ที่มาของการพูดคุยใน 6 เดือนที่ผ่านมาเริ่มต้นจาก พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ และรัฐบาลมาเลเซีย ทำให้เกิดกระบวนการนี้ขึ้น เพื่อหวังผลทางการเมืองระหว่างรัฐบาลทั้ง 2 ฝ่าย ส่วนกลุ่มบีอาร์เอ็นเมื่อเข้ามาสู่โต๊ะเจรจาแล้ว ก็ใช้เวทีนี้โฆษณาตัวเอง และทำให้ปัญหายกระดับเป็นที่รับรู้ทั่วโลก ซึ่งบีอาร์เอ็นบรรลุเป้าหมายเขาแล้ว ดังนั้นเรื่องนี้ควรเป็นบทเรียนรัฐบาลว่าหากอยากพูดคุยให้เกิดสันติภาพจริงควรจะต้องเปลี่ยนแปลงเจรจาอย่างไร
หวัง"อสส.ยื่นฎีกา"คดียิงวัดพระแก้ว
นายอภิสิทธิ์ กล่าวถึงกรณีที่ศาลอุทธรณ์ยกฟ้องจำเลยในคดียิงอาร์พีจีใส่อาคารกระทรวงกลาโหม ว่า ตนยังไม่เห็นรายละเอียดคำพิพากษา แต่ก็ต้องปล่อยให้เป็นตามกระบวนการยุติธรรม ทั้งนี้ ตนคิดว่าอัยการควรจะยื่นฎีกาในคดีนี้ เพราะเป็นคดีที่เกิดความเสียหาย และกระทบกระเทือนกับส่วนรวมอย่างมาก และศาลชั้นต้นตัดสินลงโทษสูงมาก ดังนั้น คดีนี้ก็ควรดำเนินการให้ถึงที่สุด โดยยื่นฎีกา หากไม่มีการยื่นฎีกาก็จะเป็นปัญหาว่า หากต่อไปมีความเคลื่อนไหว โดยอ้างแรงจูงใจทางการเมืองก็สามารถทำผิดอย่างนี้ได้ ก็เท่ากับบ้านเมืองไม่มีกฎหมาย



