ข่าว

'พิชัย'ตอบรับเข้าร่วม'ปฏิรูป'

'พิชัย'ตอบรับเข้าร่วม'ปฏิรูป'

09 ส.ค. 2556

'พิชัย' ตอบรับเป็นกรรมการ 'ปฏิรูป' ชี้ ต้องไม่ทำเพื่อใคร - ไม่มีเงื่อนไข เผยเคยแนะนำ 'อภิสิทธิ์' แต่เจ้าตัวเฉย แจงไม่เข้าพรรค 'ปชป.' มาสองปีแล้ว

 

                            9 ส.ค. 56  เมื่อเวลา 11.00 น.  นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา รองนายกรัฐมนตรีและนายวราเทพ รัตนากร รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีช่วยว่าการเกษตรและสหกรณ์ เดินทางเข้าพบนายพิชัย รัตตกุล อดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ที่บ้านพักเพื่อเชิญเข้าร่วมกรรมการปฏิรูปประเทศ โดยนายพงศ์เทพ ได้ชี้แจงเหตุผลในการตั้งสภาปฏิรูปพร้อมให้หนังสือและกล่าวเชิญนายพิชัย ให้เข้าร่วมสภาปฏิรูปฯ

                            โดยนายพิชัย กล่าวว่า ตนมีความดีใจที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกะทรวงกลาโหม มีความคิดริเริ่ม ถ้าปล่อยให้เหตุการณ์บ้านเมืองเป็นอย่างนี้เรื่อยๆ เหมือนมองไม่เห็นทาง เพราะความขัดแย้งก็เหมือนรถที่ติดหล่ม หากคนบนรถไม่ลงมาช่วยคนขับ จะขับต่อไปได้อย่างไร ซึ่งการทำงานต้องไม่ทำเพื่อใครคนใดคนหนึ่งโดยเฉพาะ ไม่ใช่เพื่อพรรคประชาธิปัตย์หรือพรรคเพื่อไทย แต่เพื่อประชาชน และหวังว่าคณะกรรมการในชุดนี้คงไม่มีอะไรในสมองมาก่อน ต้องปล่อยว่างและต้องไม่ทะเลาะกันในสภาปฏิรูปฯ อย่าเอาเรื่องพรรคเรื่องส่วนตัวเป็นที่ตั้ง ตนในฐานะนักการเมืองเฒ่าไม่ตาย แต่ก็ค่อยๆ จางหายไป แต่ถ้าทำอะไรได้ตนก็ยินดีทำด้วยความบริสุทธิ์ใจ แต่ไม่รู้จะช่วยได้มากขนาดไหน ซึ่งตนมีความตั้งใจอยู่แล้วอยากเป็นส่วนหนึ่ง ทั้งนี้ต้องนำเรื่องเก่ามาดู และต้องมีความเจ็บปวดบ้าง หากสำเร็จถือเป็นเรื่องดี แต่คนที่มีความสุขที่สุดก็คือในหลวงและประชาชน

                            เมื่อถามว่าจะมีการพูดคุยกับพรรคประชาธิปัตย์ให้เข้าร่วมหรือไม่ นายพิชัย กล่าวว่า ตนไม่ได้เข้าพรรคประชาธิปัตย์มา 2 ปีแล้ว แต่ตนยังเป็นสมาชิกพรรค และเป็นรองประธานสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งตนเคยแนะนำพรรคประชาธิปัตย์หลายประการในการแก้ไขปัญหา และตนเคยคุยกับนายนพดล ปัทมะ ที่ปรึกษากฎหมายของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และยังเคยพูดคุยกับนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ สมัยเป็นนายกรัฐมนตรี ซึ่งตนได้แนะนำในการแก้ไขปัญหา โดยนายนพดล ให้การตอบรับดีมากกว่านายอภิสิทธิ์ จนถึงขั้นเตรียมเดินทางไปดูไบ แต่เกิดการยุบสภาก่อนจึงเลื่อนออกไป ทั้งนี้ยืนยันว่า ส่วนตัวไม่เคยพบและพูดคุยกับ พ.ต.ท.ทักษิณ รู้จักเพียงบิดาของ พ.ต.ท.ทักษิณ สมัยเป็น ส.ส. เท่านั้น

                            ส่วนกรณีที่พรรคประชาธิปัตย์ยืนยันจะไม่เข้าร่วมสภาปฏิรูปฯ หากรัฐบาลไม่ถอนร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม นั้น  นายพิชัย กล่าวว่า เป็นเงื่อนไขของพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งเหตุการณ์ได้ผ่านไปแล้ว ทำอะไรไม่ได้  ซึ่งการเจรจาถ้ามีเงื่อนไขไปก่อนก็จะตกลงกันไม่ได้ ต้องไม่มีเงื่อนไขไปล่วงหน้า 

                            เมื่อถามว่ามีหลายฝ่ายมองว่าหากมีคณะกรรมการชุดนี้จะเพิ่มความขัดแย้ง นายพิชัย กล่าวเพียงสั้นๆ ว่า หากคณะกรรมการชุดนี้เพิ่มความขัดแย้งมากขึ้นก็เป็นเรื่องที่น่าเสียดายมาก

 

 

'นิคม' ตอบรับร่วม 'ปฏิรูป' แนะให้เชิญ 'ส.ว.สรรหา' ด้วย

 

                           นายพงศ์เทพ ได้เข้าพบนายนิคม ไวยรัชพานิช ประธานวุฒิสภา ที่ห้องรับรอง อาคารรัฐสภาเพื่อเชิญเข้าร่วมเป็นกรรมการปฏิรูปการเมือง ตามแนวคิดของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ทั้งนี้บุคคล 2 คน ได้มีการหารือต่อหน้าสื่อมวลชนตลอดการพูดคุย

                           โดยนายนิคม กล่าวว่า ตนยินดี และเห็นด้วยกับแนวคิดของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ที่จะตั้งกรรมการปฏิรูปการเมืองเพื่อแก้ปัญหา แต่ตนมีความกังวลว่า หากตนในฐานะประธานวุฒิสภาเข้าร่วมแล้ว อาจจะถูก ส.ว.บางกลุ่มโจมตี และกล่าวหาว่าตนใช้สิทธิ์อะไรในการเข้าร่วมกรรมการปฏิรูปการเมืองของรัฐบาล ดังนั้นตนขอให้ประสานไปยัง ส.ว.กลุ่มต่างๆ ด้วย ทั้งนี้ในคำเชิญดังกล่าว ตนจะแจ้งต่อที่ประชุมคณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการวุฒิสภา (วิปวุฒิสภา)

                           ด้านนายพงศ์เทพ กล่าวว่า ตนจะประสานไปยัง ส.ว.สรรหา และส.ว.เลือกตั้งคนอื่นๆ ด้วย ทั้งนี้ขอให้ประธานวุฒิสภาได้มีการประสานล่วงหน้า และแนะนำตนด้วย ว่าจะให้ไปเชิญ ส.ว.คนใดบ้าง

                           จากนั้น นายนิคม ตอบคำถามผู้สื่อข่าวในประเด็นที่ กลุ่ม 40 ส.ว. ระบุว่า จะเข้าร่วมกรรมการปฏิรูปหากมีการชะลอการพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตราที่เกี่ยวกับที่มาของ ส.ว. ว่า ขออย่าได้ตั้งเงื่อนไขเลย เพราะหากมีเงื่อนไข การแก้ปัญหาชาติก็จะไปไม่ได้ ส่วนที่ตนอยากให้ ส.ว.กลุ่มอื่นๆ มาร่วมด้วยนั้น ไม่ใช่เพราะความเกรงใจ แต่ตนเป็นคนเคารพความคิดของบุคคลอื่น อีกทั้ง ส.ว.ทั้ง 148 คน มีความคิดที่แตกต่างกันอยู่

                           ขณะที่นายพงศ์เทพ กล่าวถึงกรณีที่นายกฯ เชิญนายโทนี่ แบลร์ อดีตนายกรัฐมนตรีประเทศอังกฤษ และนายโทฟี แอนนัน อดีตเลขาธิการองค์การสหประชาชาต (ยูเอ็น) มาร่วมเวทีปฏิรูปการเมือง ว่า เชื่อว่าอาจจะเป็นเพียงการเปิดเวทีให้บุคคล 2 คนนั้นขึ้นปาฐกถา เพื่อนำเสนอมุมมองของการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งที่ผ่านมา ซึ่งไม่ใช่มานั่งเป็นกรรมการ ส่วนการประชุมกรรมการนัดแรกที่จะเกิดขึ้นนั้น นายกฯ จะมาร่วมเฉพาะการเปิดเวทีเท่านั้น จากนั้นจะให้กรรมการเป็นผู้ดำเนินการเอง เพื่อไม่ให้ถูกมองว่ารัฐบาลเข้ามาชี้นำ

                           นายพงศ์เทพ กล่าวต่อว่า สำหรับงบประมาณที่จะใช้สำหรับดำเนินงานของเวทีปฏิรูปนั้น เบื้องต้นยังไม่ได้กำหนด ต้องรอให้กรรมการฯ ได้มีการหารือและกำหนดแนวทาง รวมถึงโครงการก่อน ส่วนรัฐบาลพร้อมจะสนับสนุน ส่วนประเด็นข้อสรุปของที่ประชุมกรรมการปฏิรูปฯ เชื่อว่ารัฐบาลจะรับไปปฏิบัติอย่างแน่นอน

 

 

'ภท.' ตอบรับเทียบเชิญร่วมเวทีสภาปฏิรูปการเมือง

 

                            นายพงศ์เทพ และนายวราเทพ เดินทางมายังพรรคภูมิใจไทย เพื่อเชิญนายนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทยเข้าร่วมสภาปฏิรูปการเมือง

                            โดยนายอนุทิน กล่าวว่า ขอบคุณที่รัฐบาลได้เชิญตนให้เข้าร่วมเวทีดังกล่าว เบื้องต้นตอบรับในหลักการ แต่รัฐบาลเชิญในนามพรรค ดังนั้น ในวันอังคารหน้าจะหยิบยกเรื่องดังกล่าวเข้าสู่การพิจารณาของพรรค เพื่อคัดเลือกบุคลากรที่จะเข้าร่วม พรรคภูมิใจไทยยินดีหากเวทีดังกล่าวจะทำให้บ้านเมืองมีความสงบสุข ส่วนตัวฝันที่จะให้เกิดความปรองดองมานานแล้วหากอะไรที่สามารถทำได้ก็ยินดี และถือเป็นหน้าที่ของทุกคน เมื่อถามว่า การที่พรรคประชาธิปัตย์ ไม่เข้าร่วมจะทำให้เวทีปฏิรูปเดินหน้าหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ไม่ขอก้าวล่วง และหากการปรองดองสามารถทำได้จริง ทุกอย่างดีขึ้น มั่นใจว่าทุกฝ่ายก็ต้องอยากมาเข้าร่วมอยู่แล้ว

                            ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังการแถลงข่าวเสร็จสิ้นลง นายอนุทิน ได้เชิญนายพงศ์เทพ และนายวราเทพ ร่วมรับประทานอาหารกลางวันที่ร้านอาหารในที่ทำการพรรค

 

 

'พงศ์เทพ' คาดเปิดเวทีปฏิรูปการเมือง ได้ภายในสัปดาห์หน้า

 

                            นายพงศ์เทพ กล่าวถึงความคืบหน้าการเดินสายทาบทามบุคคลต่างๆ เพื่อร่วมเวทีปฏิรูปการเมือง ว่า ขณะนี้ทาบทามกันอยู่ซึ่งมีทั้งไปเชิญด้วยตัวเอง อาทิ นายบรรหาร ศิลปอาชา ประธานที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา นอกจากนั้นยังมีหนังสือเชิญ และโทรศัพท์เชิญ ส่วนการเปิดเวทีพูดคุยนั้น รัฐบาลตั้งใจไว้ว่าเมื่อหากประสานบุคคลต่างได้ครบตามที่กำหนดไว้ ก็จะเปิดเวทีให้ได้ภายในสัปดาห์หน้า แต่หากไม่ทันกรอบที่วางไว้และต้องเลื่อนเวลาออกไปก็ไม่ถือว่าช้าอะไร สำหรับผู้ที่จะมาร่วมเวทีปฏิรูปการเมืองนั้นคิดว่าไม่ควรจะเกิน 100 คน เพราะหากมากกว่านี้จะแสดงความคิดไม่ทั่วถึง แต่ถ้าน้อยกว่า 50 คน ก็จะไม่ได้ความเห็นที่หลากหลาย

                            นายพงศ์เทพ กล่าวอีกว่า ผู้ที่เราเชิญมีผู้อาวุโสหลายท่าน ส่วนที่มีข้อเสนอให้เชิญอดีตนายกรัฐมนตรี ที่เป็นองคมนตรี ร่วมในเวทีด้วยนั้น ต้องบอกว่าหลายคนอาจจะติดขัดบ้างเนื่องจากสถานะในปัจจุบันที่เป็นอยู่ ซึ่งเราก็เข้าใจได้

                            เมื่อถามกรณีที่กระทรวงการต่างระเทศ เตรียมเปิดเวที "ผนึกกำลังสู่อนาคต เรียนรู้ร่วมกันจากประสบการณ์" และเชิญผู้มีประสบการณ์จากต่างประเทศ อาทิ นายโทนี แบร์ อดีตนายกรัฐมนตรีอังกฤษ ทำให้เกิดข้อสงสัยว่าการพูดคุยไม่ใช่เฉพาะในประเทศไทย นายพงศ์เทพ กล่าวว่า ต้องชี้แจงก่อนว่าเวทีนี้เป็นการเชิญผู้นำประเทศอื่น มาร่วมแลกเปลี่ยนประสบการณ์ของเขา เช่น อังกฤษ มีปัญหาและรุนแรงกว่าเรา เช่น ประเด็นเรื่องความขัดแย้งกับไอร์แลนด์ เพื่อให้เราได้รู้ว่าเขาใช้วิธีการแก้ปัญหาของเขาเป็นอย่างไร

                            ต่อข้อถามว่าการเชิญนายโทนีแบร์ มาร่วมชี้แจงประสบการณ์นั้น จะมีบุคคลไปรับฟังหรือไม่ นายพงศ์เทพ กล่าวย้ำว่า การเชิญบุคคลจากต่างประเทศมานั้น เพื่อให้คนไทยได้รับทราบประสบการณ์จากประเทศอื่น และคนไทยจะได้รู้ข้อคิดและมุมมองที่เขามองเมืองไทย ซึ่งในชุดแรกนอกจากจะมีอดีตนายกรัฐมนตรีอังกฤษมาร่วมแล้ว ยังมีนางพริสซิลล่า เฮย์เนอร์ ผู้เชี่ยวชาญด้านการค้นหาความจริงและความยุติธรรมในระยะเปลี่ยนผ่าน และผู้มีประสบการณ์เรื่องการปรองดองมาหลายประเทศ มาร่วมด้วย ซึ่งเวทีดังกล่าวเป็นการปาฐกถา และไม่ใช่กิจกรรมเดียวกับเวทีทางออกของประเทศที่ตนกำลังเดินการขณะนี้ ซึ่งเวทีปฏิรูปการเมืองของเราคือการแลกเปลี่ยนความเห็น แต่การเชิญบุคคลจากต่างประเทศนั้นเป็นการปาฐกถาให้ข้อคิดและมุมมองประสบการณ์

                            เมื่อถามกรณีที่คณะกรรมการสิทธิมนุษยชน ออกแถลงการณ์สรุปสถานการณ์การชุมนุมเมื่อปี 2553 นั้น จะส่งผลต่อเวทีปฏิรูปการเมืองหรือไม่ นายพงศ์เทพ กล่าวว่า ไม่ส่งอะไรและกรรรมการสิทธินั้นดูเรื่องของสิทธิมนุษยชน คงจะเห็นวิธีการดำเนินการในการชุมนุมมีหลากหลายก็จะได้เห็นว่ามองกันอย่างไรบ้างตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน